ป้ายกำกับ » พระอภัยมณี

รูปปั้นนักดนตรีโบราณ สูงประมาณ 20 ซม.

  • รูปปั้นนักดนตรีโบราณ
  • สูงประมาณ 20 ซม.
  • มี 3 ชิ้น บุรุษเป่าปี่ สตรีตีกลอง และดีดพิณ
  • สร้างจากโลหะ
  • ขายเป็นชุด ทั้ง 3 ชิ้น
  • ขายในราคาที่ตกลงกันได้
ไม่มีหมวดหมู่

พระอภัยมณี

พระอภัยมณี เป็นวรรณคดีชิ้นเยี่ยมเล่มหนึ่งของไทย ผลงานชิ้นเอกของพระสุนทรโวหาร หรือสุนทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประพันธ์ขึ้นเป็นนิทานคำกลอนที่มีความยาวมากถึง 94 เล่มสมุดไทย เมื่อพิมพ์เป็นเล่มหนังสือ จะมีความยาวกว่าหนึ่งพันสองร้อยหน้า ระยะเวลาในการประพันธ์ไม่มีการระบุไว้อย่างแน่ชัด แต่คาดว่าสุนทรภู่เริ่มประพันธ์ราวปี พ.ศ. 2364-2366[1] และแต่งๆ หยุดๆ ไปตลอดเป็นระยะ สิ้นสุดการประพันธ์ราว พ.ศ. 36 more words

พระอภัยมณี

ผีเสื้อนางละเวง...งามประหนึ่งนางละเวงวันฬา

วันก่อนเห็นน้องๆ ที่คณะเขาไปเดินป่ากันที่แก่งกระจาน แล้วก็โพสต์รูปผีเสื้อที่ชื่อ ผีเสื้อนางละเวง (Great Mormon) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Papilio memnon Linnaeus ที่เอะใจและนึกฉงนคือทำไมเขาถึงตั้งชื่อว่านางละเวง แล้วชื่อนี้ก็ไม่ได้ยินมานานแล้วด้วย หลายคนอาจคุ้นหูแต่อีกหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าใครวะคือ นางละเวง

นางละเวงวันฬา เป็นตัวละครในวรรณคดีสุดคลาสสิกของไทยเรื่อง พระอภัยณี ผลงานของมหากวี สุนทรภู่ เป็นหนึ่งในบรรดาเมียๆ ของพระอภัย มีความงามเป็นเลิศ แต่นอกจากความงามแล้ว นางยังมีปัญญาเป็นเลิศ สามารถครองเมืองลังกาตั้งแต่อายุ ๑๖ และยังออกรบทัพจับศึกรวบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเสียด้วย … ร้ายนะเนี่ย

รูปพระอภัยมณี ผลงานของศิลปินแห่งชาติ อาจารย์จักรพันธ์ โปษยกฤต
ขณะบรรเลงเพลงปี่โดยมีนางเงือกสาวอยู่ข้างกาย (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

ความเดิมเริ่มต้นทุกท่านน่าจะทราบกันดีถึงเรื่องราวของพระอภัยมณี หลังจากที่หนีนางยักษ์ ภรรเมียหมายเลขหนึ่งจากเกาะแก้วพิสดารมากับลูกชายคือสินสมุทร บังเอิญได้อาศัยเรือของ นางสุวรรณมาลี (ชื่อนี้ห้ามแปล) มายังเมืองผลึก จับพลัดจับผลูก็ได้นางสุวรรณมาลีเป็นเมียอีกคน แถมยังได้ครองเมืองผลึกอีกด้วย นับว่าพระอภัยเสน่ห์แรงไม่เบา แต่บังเอิญที่นางสุวรรณมาลีมีคู่หมั้นคู่หมายไว้แล้วคือ อุศเรน เจ้าชายแห่งกรุงลังกา พี่ชายของนางละเวง ทว่านางสุวรรณมาลีไม่เล่นด้วย อุศเรนจึงหาเหตุยกทัพมาจะตีเอาเมืองผลึก แต่ก็ถูกพระอภัยจับได้

อุศเรนเจ็บแค้นใจยิ่งนัก ทั้งเสียคนรักแถมยังพ่ายศึก ก็อกแตกตาย บิดาผู้ครองกรุงลังกาทราบข่าวก็ตรอมใจตายตามไปอีก เหลือเพียงนางละเวงเด็กน้อยที่ต้องขึ้นครองเมือง พร้อมด้วยปณิธานว่าจะล้างแค้นพระอภัยให้ได้ แถมด้วยนางสุวรรณมาลีอีกคนที่มีส่วนทำให้พี่ชายของหล่อนต้องตาย ลำพังตัวคนเดียวจะทำอะไร ก็เลยให้ช่างเขียนวาดภาพของนางแล้วทำเสน่ห์หว่านโปรยไปยังเมืองต่างๆ  ยั่วให้ออกทำศึก หากใครยึดเมืองผลึกได้ก็จะได้ครองเมืองผลึกแถมได้แต่งงานกับนางด้วย คือใช้มารยาหญิงเข้ายั่วว่างั้นเถอะ

หาภาพนางละเวงที่สวยถูกใจไม่เจอ มีแต่ภาพเขียนที่เขียนนางละเวงเป็นแหม่มหัวแดง
เลยขอยกเอาภาพจากการแสดงละครนอกเรื่องพระอภัยมณีมาแทน
(ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต)

กี่ทัพๆ ที่ยกมาก็ถูกพระอภัยเป่าปี่จัดการจนพ่ายเรียบ สุดท้ายพระอภัยก็เป็นฝ่ายบุกบ้าง โดยยกทัพไปหมายจะตีเอากรุงลังกา แต่ปรากฏว่าพอเจอหน้านางละเวงเข้าให้ พระอภัยก็ดันหลงเสน่ห์นางเข้าซะงั้น แล้วนางละเวงเองก็ดันเคลิ้มไปกับ sex appeal ของพระอภัย ก็คือเสน่ห์แรงพอกันทั้งคู่ ก็เลยเสร็จสมเป็นผัวเมียกันซะงั้น

ว่ากันว่านางละเวงน่าจะมีเชื้อสายฝรั่ง แต่ชื่อกรุงลังกาตามท้องเรื่อง ถ้าหมายถึง ลังกา ตามแผนที่ หรือก็คือ ศรีลังกา ในปัจจุบัน ซึ่งดูไม่ค่อยฝรั่งเท่าไหร่นะ ออกไปทางแขกเสียมากกว่า แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าลังกาในศตวรรษที่ ๑๕ ก็เริ่มได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกที่เดินเรือมาเข้ามาค้าขาย บ้างก็มาตั้งรกราก และจากในเนื้อเรื่องก็เห็นว่าชาวลังกาชำนาญการเดินสมุทร จึงน่าจะมีสายสัมพันธ์อันดีกับชาติตะวันตก และอาจได้รับเชื้อสายที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น นางละเวงจึงอาจจะพอมีรูปร่างลักษณะของชาวตะวันตกอยู่บ้างพอสมควร

ภาพที่มาของบทความนี้ จาก “คุณน้องผิง” ที่เก็บภาพมาฝากจากแก่งกระจาน

ส่วนที่มาของชื่อผีเสื้อนางละเวงนั้นไม่รู้จริๆ ใครรู้ช่วยบอกที อาจเป็นไปได้ว่าเพราะรูปร่างและสีสันที่สวยงาม ใครเห็นก็ตะลึง เลยใช้ชื่อนี้ ถ้าจะเปรียบเทียบว่าสวย ทำไมไม่ใช้ชื่ออื่นมีถมเถ นางมโนราห์ นางพิมพิลาไลย นางมัทนา ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง พระเพื่อน พระแพง สวยๆ ทั้งนั้น หรือจะเป็น อภัสรา ไปเลยก็ได้ มีตำแหน่งการันตีด้วย หรือเป็นไปได้ไหมว่าเพราะสีสันที่ส่วนใหญ่จะดูเป็นสีทึบและเข้ม เปรียบได้กับนางละเวงที่ไม่เพียงแต่สวยพิศ แต่เบื้องลึกข้างในยังมีความร้ายกาจแฝงอยู่

ของแถมส่งท้ายเป็นบทเข้าพระเข้านาง ตอนที่พระอภัยออดอ้อนนางละเวง ไพเราะเสียจนถูกนำมาใส่ทำนองเป็นเพลง “คำมั่นสัญญา”

พระสวมสอดกอดแอบแนบถนอม     งามละม่อมแม่อย่าหมองเลยน้องเอ๋ย
สักแสนปีมิได้ร้างให้ห่างเชย         ไม่ละเลยลืมสัตย์ปฏิญาณ
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร          ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้เกิดในใต้ฟ้าสุธาธาร             ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรณพ          พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา             เชยผกาโกสุมปทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่             เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง  เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป
เป็นสัจจังหวังจิตคิดถนอม           งามละม่อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
จงโอนอ่อนผ่อนตามความอาลัย    ให้ชื่นใจเสียรู้แล้วเถิดแก้วตาฯ

Who's Who

แก้เคล็ดปีชงกับปีเสือที่วัดตะเคียน พ.ศ. 2553

By RataJIT:)
การแก้เคล็ดปีชงในปีเสือ 2553 นี้ นอกจากจิตรทำบุญใส่บาตรแล้ว ยังไปไหว้แก้ชงที่วัดจีนคือวัดเล่งเน่ยยี่ รวมถึงการได้ไปสะเดาะเคราะห์ที่วัดไทยด้วยคือวัดตะเคียน หรือวัดหลวงปู่แย้ม ริมคลองบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งโทรศัพท์ถามเส้นทางได้ที่ 0-2595-1851 หรือ 08-1921-0946 หรือดูในหัวข้อต่อไปที่จิตรจะโพสต์เกี่ยวกับเส้นทางก็ได้นะจ๊ะ ความจริงวัดนี้ตั้งมานานแล้ว แต่การเดินลอดโบสถ์ที่มีทางลงเป็นหัวเสือ และทางออกเป็นหัวมังกร เพิ่งเสร็จได้ประมาณ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำวัดตะเคียนซึ่งเปิดประมาณวันที่ 25 เมษายน 2552 อุปถัมภ์โดยหลวงปู่แย้ม ปราณี 7 more words

หนังสือ 6 เล่มที่แม่ให้อ่าน

สมเด็จพระราชินีพระราชทานหนังสือดีเด่น  6  เรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้เยาวชนไทย  ประกอบด้วย พระอภัยมณี  รามเกียรติ์  นิทานชาดก  อิเหนา  พระราชพิธีสิบสองเดือน  และกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้ากุ้ง ซึ่งหนังสือทั้ง 6 เล่ม นี้ทางศูนย์สารนิเทศฯเราได้จัดแสดงไว้ในนิทรรศการศูนย์ฯ ส่วนตัวเล่มให้บริการอยู่ที่ชั้น 2 อาคารมหาวชิราวุธ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แนะนำหนังสือ

เที่ยวชม"พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย" ได้ความประทับใจควบคู่ความรู้

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552 จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก


“ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย” เป็นคำขวัญประจำ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แต่แท้จริงแล้วของดีเมืองนครชัยศรีไม่ได้มีแค่นี้ เพราะถ้าขับรถจากเมืองกรุงไปบนถนนบรมราชชนนีเข้าสู่ถนนเพชรเกษม

ไม่กี่สิบกิโลเมตรก็จะถึงแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของที่นี่แล้ว

แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อแห่งนี้มีชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย” ซึ่งหลายท่านอาจเคยพาลูกหลานไปเที่ยวชมมาแล้ว แต่อีกไม่น้อยก็อาจจะเคยแค่ขับรถผ่านเฉยๆ และคงรู้ว่าข้างในมีหุ่นขี้ผึ้งแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่า มีหุ่นของบุคคสำคัญท่านใดบ้าง


นริด พินิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนแก้ว ในฐานะเจ้าของพื้นที่จึงขันอาสาบรรยายสรรพคุณว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีดีตรงที่ในเนื้อที่กว้างขวางหลายสิบไร่ถูกบรรจุแน่นด้วยหุ่นชี้ผึ้งรูปเหมือนบุคคลสำคัญทั้งของไทย และต่างประเทศอย่างครบครัน

เริ่มจากหุ่นจำลองวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต โดยเฉพาะในสมัยที่คนไทยยังมีระบบการใช้แรงงานทาสมาจนถึงยุคแห่งการ “เลิกทาส” ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

นอกจากนี้ ยังมีหุ่นของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี หุ่นพระเถระชั้นนำของเมืองไทย หุ่นศิลปินแห่งชาติ หุ่นบุคคลสำคัญของโลก เป็นต้น

เสร็จจากดูหุ่นแล้วก็ยังสามารถไปทำบุญไหว้พระสักการะ “อาจารย์แป๊ะ” วัดสว่างอารมณ์ หรือจะไปลอดโบสถ์ เพื่อสะเดาะเคราะห์ ที่วัดประชานาถ

ก่อนจะแวะหาอะไรใส่ท้องในร้านอาหารบรรยากาศเงียบสงบริมน้ำริมแม่น้ำนครชัยศรี หรือแวะซื้อส้มโอพันธุ์ดีเป็นของฝากด้วยก็ได้

ที่น่าสนใจอีกที่ คือ “โรงผลิตธนบัตร” ของธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าใครแวะเวียนมาแถวนี้ก็สามารถทำเรื่องขอเข้าเยี่ยมชมได้ว่ากระบวนการผลิตธนบัตรของไทย (ซึ่งยังปลอมได้ยากอยู่) เป็นอย่างไร

เรียกได้ว่า มาชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่เดียว ได้ทั้งความรู้ ความประทับใจ แถมยังมีแหล่งทำบุญ กินข้าว และช็อปปิ้ง ไว้บริการอย่างครบครัน

ขณะที่ พิฑูรย์ พิทยากรศิลป์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์หุ่นขึ้ผึ้งไทย ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันในพิพิธภัณฑ์หุ่นขึ้ผึ้งไทยมีหุ่นจำลองบุคคลสำคัญทั้งหมด 120 รูป โดยจัดแบ่งเป็นส่วนแสดงรวมทั้งหมด 8 ชุด

ชุดที่ 1 เป็นชุดบุคคลธรรมดา เป็นหุ่นจำลองเกี่ยวกับแง่มุมชีวิตของคนทั่วๆ ไป

ชุดที่ 2 เป็นชุดพระอริยสงฆ์ จำนวน 15 รูป เช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี หลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุข เป็นต้น

ชุดที่ 3 เป็นหุ่นจำลองชุดประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งจะมีพระบรมรูปตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 8

ชุดที่ 4 เป็นชุดนิทรรศการ 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ชุดที่ 5 เป็นชุดการละเล่นของไทยในสมัยโบราณ เช่น รีรีข้าวสาร มอญซ่อนผ้า หมากเก็บ จ้ำจี้ หัวล้านชนกัน เป็นต้น

ชุดที่ 6 เป็นชุดวรรณคดีไทย เช่น ชุดสุนทรภู่ ซึ่งมีหุ่นของท่าน และบทประพันธ์เด่นๆ เช่น พระอภัยมณี เป็นต้น

ชุดที่ 7 เป็นชุด “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีหุ่นชุดเหตุการณ์ค้าทาส ชีวิตความเป็นอยู่ในยุคสมัยนั้น และการประกาศเลิกทาส

ชุดที่ 8 เป็นชุดบุคคลสำคัญของไทย 3 ท่าน คือ 1.พรานบูรพ์ 2.ครูเอื้อ สุนทรสนาน 3 .ครูไพบูลย์ บุตรขัน บุคคลสำคัญของโลก 3 ท่าน คือ 1.ประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น 2.มหาตมะคานธี 3.เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด โดยสามารถเข้าเที่ยวชมได้ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว เป็นหมู่คณะ นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งบุคคลทั่วไป

นอกจากจะได้รับความรู้จากการชมหุ่นจำลองในพิพิธภัณฑ์ประกอบคำบรรยายแล้ว รอบๆ พิพิธภัณฑ์ยังมีสวนหย่อมริมสระน้ำไว้ให้นั่งพักผ่อนพร้อมอาหารเครื่องดื่มบริการตลอดวัน รวมไปถึงของที่ระลึก และหนังสือเกี่ยวกับประวัติของหุ่นจำลองในพิพิธภัณฑ์อีกด้วย

อริย์ธัช พรอัวโยธิน /พรเพ็ญ หลิมสัมพันธ์