ป้ายกำกับ » บ้านดิน

นำ้หมักเอนไซม์

เมื่อก่อนเราทำแต่งานเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ค่อยได้สนใจดูแลรักษาสุขภาพเท่าที่ควร กินอาหารตามสั่ง อาหารจากถุงพลาสติก ตอนนี้เลิกเป็นมนุษย์เงินเดือนมาทำนาปลูกผักผลไม้กินเอง มีเวลาและสนใจในพืชสมุนไพร น้ำหมักเอนไซม์ต่าง ๆ ที่มีไว้ดื่มเพื่อสุขภาพ เราเริ่มหมักน้ำผลไม้ไว้กินเองตามสูตรของป้าเซง มีลูกยอ มะขามป้อม ลิ้นจี่ ลำใย  สมอไทย ป้าเซงบอกว่า สมุนไพรทั้ง 5 ตัวนี้เป็นซุปเปอร์สมุนไพรรักษาได้หลากหลายโรค เช่น ความดัน เบาหวาน โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ โรคเครียด ฯลฯ ดังนั้น ปีนี้จึงเริ่มหมักแล้วถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่เริ่มต้นจริงไหมคะ   และ

ธนาคารเมล็ดพันธุ์

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กเห็นแม่เก็บเมล็ดพริกแห้ง ถั่วฝักยาว บวบ ฟักทอง แตงกวา ผักกาด ข้าวโพดสาลี และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ตากแห้งแล้วก็ปลูกอีก ทำให้บ้านเรามีผักกินตลอดปี ไม่ค่อยได้ซื้อ จะซื้อเฉพาะเนื้อเป็นบางครั้งเท่านั้น  แต่ส่วนใหญ่กินผักในสวนครัวและตามริมรั้ว ฤดูฝนก็กินหน่อไม้กับเห็ด พวกพืชที่ทำเครื่องแกงก็มีในสวน เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก กระเพรา โหรพา ขมิ้น กระเทียม หอมแดง  แต่ตอนนี้เห็นร้านค้าเกษตรมีเมล็ดพันธุ์ขายเยอะมาก บางทีเห็นคนซื้อทีละ 5-6 ซองก็มี  แสดงว่าพฤติกรรมของคนเปลี่ยแปลงไป คนสมัยใหม่ไม่เก็บเมล็ดพันธุ์แล้วอยากได้อะไรก็ไปซื้อเอาสะดวกดีผสมยากันมดกันแมลงเรียบร้อย  ปีแรกที่แม่มูตการ์เดนท์เราก็ซื้อเมล็ดพันธุ์บ้าง เพื่อนบ้านคนรู้จักให้มาบ้างผ่านไป 4 ปีเราเริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ในสวนของเราเองตากแห้งแล้วปลูกต่อ ตอนนี้ได้ 3 รุ่นแล้ว 13 more words

ปัญหาสระนำ้

การทำการเกษตรน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีน้ำก็ปลูกอะไรไม่ขึ้น ที่สวนเราโชคดีมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีเพราะเป็นที่ราบลุ่มภูเขา มีคลองส่งน้ำมาจากแม่น้ำในภูเขา ฤดูฝนน้ำเยอะมากจนไม่มีใครต้องการทั้งจากน้ำบนฟ้าและน้ำคลองจึงไหลทิ้งไปเฉย ๆ เป็นที่น่าเสียดายมาก แต่เราก็มีปัญหานิดหน่อยในช่วงฤดูร้อนที่น้ำไม่ค่อยพอใช้ เพราะชาวบ้านปลูกทั้งข้าวโพดและข้าวนาปลังทั้งหมู่บ้านเลยต้องแย่งน้ำกันหน่อย  ดังนั้นสวนเราจึงเลือกวิธีขุดสระน้ำไว้ใช้เอง แต่ด้วยความที่สวนเราเป็นนาขั้นบันไดจึงเก็บน้ำไม่ค่อยอยู่  เราจึงหาวิธีที่สระสามารถเก็บน้ำให้อยู่ได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอนานหลายปี  คือเมื่อขุดสระแล้วเลี้ยงน้ำให้อยู่ในระดับขา ใส่มูลสัตว์อะไรก็ได้เยอะ ๆ หลาย ๆ กระสอบ ใส่แกลบหยาบไปสัก 20-30 กระสอบ แล้วตัดต้นกล้้วยโยนลงไปในสระสักคันรถบรรทุก หรือมีเศษพืชอะไรก็โยนไป เพื่อให้เกิดแพลงตอนในน้ำแล้วไปปิดอนุภาคของดิน ทำให้น้ำไหลซึมออกยากขึ้น ด้านบนขอบสระโรยด้วยปูนขาว และปลูกหญ้าแฟกรอบขอบสระ หรืออีกวิธีหนึ่งในกรณีที่สระไม่ใหญ่มากก็ให้วัวควายลงไปนอนเล่นแช่น้ำเล่น วัวควายจะอึและเหยียบก้นบ่อไปในตัว

ที่เห็นในภาพใช้เวลาแค่ 1 ปี น้ำก็อยู่ตัว แต่ก็มีบ้างที่จะซึมหรือระเหยออกไปนิดหน่อยในแต่ละวัน

เตาอบพิชช่าดิน

คนไทยเป็นชนชาติที่กินข้าวเป็นอาหารหลัก 3 เมื้อต่อวัน เช้าแกงหน่อไม้ กลางวันยำหน่อ ตอนเย็นน้ำพริกจิ้มหน่อไม้  ฤดูฝนในชนบทเป็นแบบนี้จริง ๆ คือ กินอะไรที่หาได้ตามฤดูกาล เช่น หน่อไม้ เห็ด ผักต่าง ๆ  นกจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ กินหน่อไม้ทั้งวันแม่บอกว่ามันสดเก็บมาใหม่ ๆ ต้องกินให้หมดค้างไว้หลายวันจะไม่อร่อย  (ตอนนี้รู้แล้วว่าแม่คิดอะไรอยู่ อิอิ)แต่เราก็ชอบกินเพราะแม่ทำอาหารอร่อย  ตอนนี้มีสามีชาวอิตาลี่ ต้องหัดกินขนมปัง แยม ชีส พาสต้า พิชช่าบ้างเพราะสามีกินข้าวและหน่อไม้ 3 มื้อต่อวันไม่ได้  เขาคิดถึงขนมปัง จึงทำเตาอบพิชช่าดินขึ้นมาเอาไว้อบขนมปังและพิชช่าไว้กินเอง การอบขนมปังสามารถอบด้วยเตาไฟฟ้าและเตาไม้ (ถามสามีว่าทำไมเรียกเตาไม้ เขาบอกว่าเรียกตามการเผาเพราะใช้ไม้เผาเพื่อให้เกิดความร้อน ถึงบางอ้อว่าเตาอบดินเรียกว่าเตาไม้ถึงจะถูก)  การสร้างเตาอบดินต้องใช้ประสบการณ์เพราะถ้าทำไม่ดีเตาจะแตก เก็บความร้อนไม่ได้

สำหรับแขกผู้โชคดี

พิชช่าสำหรับแขกที่โชคดี

เชฟจากอิตาลี่

อบขนมปัง

พิชช่าหน้ามะเขือ

มาการิต้าพิชช่า

ไอเดียจากสเตป

เรียนทำพิชช่า

อร่อย

ส่วนเตาอบของเราใช้งานมาแล้วมากกว่า 30 ครั้ง การสร้างเตาอบค่อนข้างยากที่จะอธิบายถ้าใครสนใจสร้างก็มาเรียนทำได้ การอบขนมปังด้วยเตาอบดิินต้องใช้ประสบการณ์ในการอบพอสมควรเพราะไม่มีนาฬิกาบอกเวลา ไม่รู้อุณภูมิ ถ้าเตาร้อนเกินไปขนมก็ไหม้ เย็นเกินไปขนมก็ไม่สุก หลังจากสามีลองผิดลองถูก 2 ครั้ง ตอนนี้ก็ง่ายขึ้นขนมปังอร่อยดูดี พิชช่าอร่อยมากยิ่งถ้าได้มะเขือเทศพันธุ์มาจากอิตาลี่ยิ่งดี ซึ่งสวนเราพยายามปลูกอยู่

เกษตรธรรมชาติ - จุลินทรีย์ท้องถิ่น (ไอเอ็มโอ)

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้ขอบเขตและข้อจำกัดที่มีอยู่ในแต่ละสภาพแวดล้อม ดังนั้นการเรียนรู้เทคนิคการผลิตพืชและสัตว์ด้วยระบบที่แตกต่างไปจากรูปแบบการผลิตในปัจจุบัน เช่น การผลิตใรระบบเกษตรธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการทรัพยากรธรมชาติได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

เกษตรธรรมชาติเป็นวิธีการปฏิบัติในการผลิตพืชและสัตว์ท่ีมีแนวทางให้พืชและสัตว์เติบโตโดยให้ผลผลิตเป็นระบบการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่เกิดกลิ่นและน้ำเสียจากระบบการผลิต โดยพื้นฐานทางความคิดท่ีว่าอาหารที่สะอาดปลอดภัยจะมาจากพืชและสัตว์ท่ีมีสุขภาพดีสมบูรณ์แข็งแรง (อาณัฐ ตันโซ,2554)

การทำเกษตรหัวใจสำคัญคือ น้ำดีดินดี ดินดีคือดินที่มีชีวิตทุกสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติล้วนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ จุลินทรีย์ทำให้ทุกสิ่งหมุนเวียนกลับมาเป็นประโยชน์ จุลินทรีย์ดั้งเดิมในท้องถิ่นที่อยู่ในสภาพแวดล้อมในดิน ในน้ำ ในอากาศในป่า มานับพันปีมีการปรับตัวที่เหมาะสมกับท้องถิ่นของเราเป็นอย่างดี

เทคนิคการเก็บเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่นจากบริเวณป่า (ไอเอ็มโอ 1)

นำข้าวสุกใส่กระบอกไม้ไผ่ผ่าครี่ง ปิดด้วยกระดาษเนื้อหยาบที่อากาศผ่านเข้าออกได้แล้วรัดด้วยเชือก  แล้วนำไปฝังในบริเวณป่าที่มีใบไม้ตกทับถมผุพังเน่าสลายด้วยเชื้อรา ทิ้งไว้ 2-10 วันจะพบว่ามีเชื้อราสีขาวขึ้นเต็มผิวหน้าข้าว  หลังจากนั้นจึงนำข้าวที่มีเชื้อราขึ้นมาผสมกับกากน้ำตาลใช้เตรียมน้ำหมักสูตรต่าง ๆ  ประโยชน์  ช่วยเร่งกิจกรรมจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยหมัก และใช้เป็นหัวเชื้อสำหรับคลุกดินขยายเป็นดินไอเอ็มโอ

การปลูกข้าวต้นเดียว

การทำนาเป็นอาชีพหลักของคนไทยเพราะคนไทยกินข้าวเป็นหลัก ดังนั้นต้องปลูกข้าวไว้กินบ้างขายบ้าง วิธีปลูกข้าวก็มีหลายแบบทั้งแบบหว่านเมล็ด,ปักดำ,นาโยน  ที่แม่มูตการ์เดนท์เราปลูกข้าวอินทรีย์มา 3 ครั้งแล้ว ทั้งข้าวเหนียวกข6  ข้าวเจ้าหอมมะลิ ปลูกด้วยวิธีปักดำใช้ต้นกล้าประมาณ5-6 กล้าต่อกอ  กล้าข้าวอายุ 1 เดือน  แต่ปีนี้เป็นปีท่ี4 ได้ความรู้ใหม่เรื่องการปลูกข้าวต้นเดียวจึงลองปลูก  การปลูกข้าวต้นเดียวคือการปลูกข้าวแบบปักดำกล้าแต่ว่าใช้กล้าข้าวแค่ต้นเดียวเท่านั้น  กล้าข้าวอายุ 7-10 วัน  ซึ่งจะทำให้ข้าวแตกกอมากกว่าการปลูกหลายๆ ต้นรวมกัน อาจมากถึง 30-40 ต้นต่อกอ  แต่สำหรับนาที่มีหอยเชอรี่คงต้องปลูกหลาย ๆ ต้นหน่อยหรือไม่ก็ต้องหมั่นซ่อมต้นข้าว  การปลูกข้าวต้นเดียวนอกจากจะได้กอข้าวมากกว่าแบบอื่นแล้ว ยังประหยัดแรงงานและเงินในการทำนาเพราะแค่กล้าข้าวหนึ่งแปลงก็สามารถปลูกได้หลายไร่

การทำน้ำร้อนอาบด้วยวิธีธรรมชาติ

ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ที่แม่มูตฤดูหนาวมากกลางคืนอาจถึง 5 องศา  ตอนเย็นมาณ 5 โมงเย็นอาบน้ำเย็นไม่ได้แล้ว  หนาวมาก ๆ ๆ ต้องอาบน้ำอุ่นแล้ว  ที่สวนเราพยายามทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติท่ี่สุดแม้กระทั่งน้ำอุ่น เราไม่อยากเอาถังแก๊สเข้าไปไว้ในห้องน้ำบ้านดินหรือแม้แต่เครื่องทำน้ำอุ่น มันทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติและเราเองก็พยายามประหยัดพลังงานทั้งเพื่อช่วยตนเองและช่วยชาติด้วย  ดังนั้นเราจึงทำน้ำอุ่นอาบแบบประหยัดพลังงาน คือ เราซื้อสายยางพลาสติกเป็นขดใหญ่ (ต้องเป็นสายยางอย่างดีตามที่เห็นในภาพ เพราะถ้าเป็นสายยางพลาสติกใสจะทำให้น้ำมีกลิ่นเหม็นสายยางและจะตกตะกอนในสายยาง )  วางไว้บนฐานซีเมนต์บล๊อกแล้วต่อสายน้ำเข้าน้ำออก ต่อสายนำ้ออกไปยังก๊อกในห้องน้ำที่เราจะใช้ แล้วผสมปุ๋ยหมักตามต้องการ เช่น มูลสัตว์ต่าง ๆ เศษใบไม้ใบหญ้า ต้นข้าวโพด สารเร่ง พด.  โดยหมักแบบไม่กลับกองตามแบบของ ม.แม่โจ้ จะมีน้ำอุ่นใช้ได้ประมาณ 3 เดือน  ถ้าน้ำไม่อุ่นแสดงว่ากองปุ๋ยหมักขาดน้ำ ต้องรดนำ้ให้เปียกประมาณ 70-80%   เพราะจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยทำการย่อยสลายเศษพืชต่าง ๆ ทำให้เกิดความร้อนขึ้นทำให้สายยางร้อนด้วย  เราจึงได้น้ำร้อนอาบทั้งตอนกลางคืนและกลางวัน