ป้ายกำกับ » นวพร เรืองสกุล

ต้นแบบทางเลือกของสวนสาธารณะของชุมชน: อุทยานจุฬาฯ 100 ปี  (The Creative Community Park of 2017)

ไปชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรคิ ร. ๙ ที่อาคารนิทรรศการในอุทยานจุฬาฯ ๑๐๐ ปี (คืออาคารที่ตั้งอยู๋ติดกับถนนบรรทัดทอง) เป็นนิทรรศการ ๓ ส่วนคือ ส่วนห้องที่มีอ้างอิง ส่วนนิทรรศการภาพ และส่วนแสดงโครงการสำคัญๆ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริด้วยเทคนิคแบบ 4D เป็นรอบๆ   ตอนที่ไปเป็นรอบ ๑๑.๐๐ น.

ในขณะที่สองย่ายังงงอยู่กับเครื่องมือเครื่องไม้ในห้องอ้างอิง  หลานน้อยนักเรียนประถม ๕ กลับใช้งานอย่างคล่องแคล่ว เลือกดูความรู้จากจอ และเปิดเพลงพระราชนิพนธ์เพราะๆ ให้ย่าฟัง ระหว่างรอเวลาเปิดแสดงแสง สี เสียง ฉายภาพเล่าเรื่องด้วยเทคนิค 4D… 25 more words

นวพร เรืองสกุล

ความทรงจำ 13 ตุลาคม 2559-2560

บทกลอนนี้ลงไว้ครั้งหนึ่งแล้วใน historyboxex.wordpress.com ณ รอยต่อแห่งยุคสมัย  ขอนำมาลงอีกครั้ง เพื่อทบทวนเหตุการณ์สำคัญยิ่งในชีวิตคนไทยในช่วงเวลานี้ ก่อนถึงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐  แล้ววันเวลาก็จะผ่านไปเหมือนเช่นที่เคยผ่านเสมอมา  หวังว่าสิ่งดีงามจะยิ่งแผ่ขยาย แทนที่จะเลือนไปตามความทรงจำ

 ‘ในท่ามกลางทุกข์เทวษเหตุวิโยค’      ใจอมโศกระบายโศกเป็นงานศิลป์

  ครูเพลงสร้างเสียงเพลงรวมศิลปิน     กวีจินตนาการผ่านกานท์กลอน

  จิตรกรฝากฝีมือผ่านฝีแปรง               นักแสดงสมัครเล่นแปรอักษร

   ต่างอาชีพต่างผลงานต่างขั้นตอน      เมื่อใจสอนเปลี่ยนใจเศร้าเป็นพลัง

   ชาวประชาสรรค์คิดจิตอาสา             ทุกคนมาร่วมมือทำตามใจสั่ง

   ทั้งรัฐราษฎร์หยาดน้ำใจไว้รอบวัง     บ้างสงบนั่งฟังธรรมทุกค่ำคืน

   ทำอะไรอะไรไม่ให้ชีวิตว่าง                 ถึงมีกฎระเบียบบ้างไม่ขัดขืน

   ถึงแปลกหน้าแปลกถิ่นก็กลมกลืน       สีดำยืนยันยามนี้ไทยสีเดียว

คำประพันธ์:  นวพร เรืองสกุล และ เพ็ญพรรณ นาคะเสถียร โกวิทางกูร

๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๐  

ภาพพิมพ์:  จักรี คงแก้ว

ภาพอื่นๆ ขอบคุณผู้ส่งเผยแพร่ผ่านไลน์

นวพร เรืองสกุล

มาตรา ๔๔ กับอุดมศึกษาไทย

ภาพถ่ายแถวลาดกระบัง

ได้มาทางไลน์ เมื่อฤดูดอกไม้บาน ปี ๒๕๕๙

“ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งหน.คสช.ที่ 29/2560 ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับศูนย์กลางการศึกษาภูมิภาคอาเซียน เน้นสาขาขาดแคลน ระบุ ตั้ง“บอร์ดคพอต.”พิจารณามี“รมว.ศธ.”นั่งประธาน กรรมการมาจาก“ปลัดคลัง-ปลัดอุดฯ-ปลัดวิทย์ฯ-เลขาสภาพัฒน์-เลขาฯบีโอไอ-ประธานสภาอุดฯ-ประธานทปอ.-นายกสมาคมอุดมฯ”ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คนให้อำนาจ “รมว.ศธ.”แต่งตั้ง ส่วนเลขาธิการ กกอ. ทำหน้าที่เลขานุการ มี สกอ.เป็นฝ่ายธุรการ มีผลตั้งแต่ 26 พ.ค.60” … 23 more words

นวพร เรืองสกุล

เติมเต็ม "ณ รอยต่อของยุคสมัย"

เอก โท สัมผัส ติด

จนจิตคิดเลิกร้าง   

มิตรไม่อยากเห็นค้าง ต่อให้จนเสร็จ การนา

ตุลาห้าเก้า พระผู้ผ่านเผ้า เสด็จสู่สวรรค์

ณ รอยต่อกลาง หว่างการเปลี่ยนผัน  แม้จะจาบัลย์ ชีวิตเดินไป

ก่อนจะลืมเลือน ระดมผองเพื่อน ร่วมงานร่วมสมัย

แต่งกาพย์กลอนไว้  ไม่ว่าใกล้ไกล ทำกันด้วยใจ บางคนค้นคว้า

ช่วยแก้ช่วยติง ให้ดียิ่งยิ่ง  ขอบใจเพื่อนยา

หวังงานกานท์กลอน อักษรฯศูนย์ห้า แห่งรั้วจุฬาฯ ลือเลื่องเฟื่องไกล

“ดอกไม้รุ่ง”

๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๐

ขอบคุณอัจฉรา สุทธิศิริกุล บริษัท finsoft จำกัด ที่สนับสนุนงานด้านเทคนิค

ขอบคุณช่างภาพและนักออกแบบนิรนามที่ผลงานส่งต่อๆ กันใน Line

ขอบคุณเฟสบุ๊กและกูเกิล ที่ช่วยให้งานติดต่อและค้นหแหล่งข้อมูลง่ายดาย

ขอบคุณนายแบบนางแบบโดยบังเอิญที่มีส่วนช่วยให้ภาพมีชีวิตมากขึ้น

นวพร เรืองสกุล

๖ ตุลาคม ๒๕๖๐

(ภาพลายเส้น จากงานสัมมนาวิชาการครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยศิลปากร)

2559-2560

“รอยบาทเหยียบแน่นไว้ แทบพื้นทรายสมัย”

ณ รอยต่อของยุคสมัย เลือกเหตุการณ์และบทร้อยกรองมาเรียงลำดับไว้จากตุลาคม ๒๕๕๙ จนมาประจวบกับตุลาคม ๒๕๖๐ เป็นการทบทวนความจำสำหรับอนาคต ที่อีกไม่นานลำดับความจะค่อยๆ ลางเลือนเหลือเพียงความประทับใจของแต่ละบุคคล 

ลำดับความทำให้ระลึกได้ว่า

Lives of great men all remind us

We can make our lives sublime,

And, departing, leave behind us… 55 more words

2559-2560

ปัจฉิมนิเทศ (ภาคขยาย ๒)--พัฒนาตนเองจาก feedback: ตัวอย่างจากการเขียน

สมัยเรียนหนังสือ เมื่อเขียนลายมือไม่สวย จะโดนคัดลายมือ

เขียนตามคำบอก ถ้าสะกดผิด โดนคัดคำศัพท์นั้นซ้ำ 5 – 10 ครั้ง ถ้าคัดแล้วยังผิดอีก ต้องคัดซ้ำมากขึ้น เช่น ๒๐ ครั้ง กระทั่งตัวสะกดตัวนั้นลงไปอยู่ในจิตใต้สำนึก ให้สายตาและมือจำได้ด้วย

เขียนเรียงความ คุณครูแก้สำนวนให้ หรืออย่างน้อยก็มีวงแดงๆ ให้เห็นว่าสำนวนนี้ไม่ถูกต้อง ไม่รื่นหู ฯลฯ

เขียนบทร้อยกรอง คุณครูเขียนกำกับคำแก้มาให้เป็นทางเลือกที่ฟังดีกว่าที่เราเขียนไป

ถ้าเรียนรู้ที่จะดูและจำ  ก็คือวิธีการพัฒนาตนเอง

น่าแปลกที่ทุกคนรับได้เมื่อเป็นนักเรียน แต่เมื่อโตขึ้นมา มีการมีงานทำ บางครั้งเราละเลยไม่ใส่ใจใช้การแก้งานเป็นการพัฒนาตนเอง บางคนบางคราวถึงกับขัดเคืองใจก็มี

พนักงานคนหนึ่งเจอหัวหน้าขัดเกลาหรือเขียนบันทึกเสนอใหม่ กลับนึกแค่ว่า ‘เราเขียนคนละสไตล์กับหัวหน้า หัวหน้าจะเขียนอะไรก็เขียนไปตามใจเถอะ’ โดยไม่มองว่า ทำไมแก้ และสไตล์ไหนจึงจะ  ‘ผ่าน’(ไม่นับหัวหน้าที่แกล้งผู้น้อยด้วยการให้แก้แล้วแก้เล่าเพียงเพื่อสำแดงอำนาจข่มให้ผู้น้อย ‘ลง’ให้กับตัว อันเป็นการสำแดงปมด้อยมากกว่าปมเด่น) 

พนักงานอีกคนหนึ่งที่เคยรู้จัก เธอท่องจำแบบขึ้นต้นและลงท้ายหนังสือที่เป็นทางการเอาไว้เลย และท่องย่อหน้าเปิดกับย่อหน้าปิดที่ใช้ซ้ำๆ กันด้วย แล้วนำไปปรับใช้ตามโอกาส เป็นการเรียนด้วยตนเองตามวิสัยบัณฑิต ไม่มีใครสัั่ง หรือบังคับประดุจยังเป็นนักเรียน

สองคนนี้เรียนรู้ต่างกันและผลงานในระยะยาวก็ต่างกัน

สำหรับดิฉันเองนั้น ครั้งแรกๆ ที่เริ่มเขียนบทความส่งให้อาจารย์ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง บรรณาธิการนิตยสาร สตรีสาร  อาจารย์เคยเตือนนิ่มๆ ว่า “ถ้าเอาต้นฉบับที่แก้แล้วกลับไปดู จะเรียนรู้ได้อีก” ครั้งนั้นการตรวจแก้ติดตามง่ายมากเพราะเป็นต้นฉบับตัวพิมพ์ดีด อาจารย์ขอให้คุณวานิช จรุงกิจอนันต์ ช่วยตรวจแก้ ต้นฉบับที่แก้แล้วจึงมีลายมือเขียนแก้แบบเดียวกับที่คุณครูเคยตรวจเรียงความ  ทำให้้เรียนรู้และปรับปรุงตัวเองได้ 

ครั้งนั้นยังได้ยินข้อติติงสำนวนของนักเขียนคนอื่นๆ ได้ด้วย เช่น  ต้นฉบับเขียนว่า  “เขาพูดออกไปว่า” ….. ผู้ตรวจแก้ตั้งคำถามว่า การพูดก็ต้องพูดออกไปอยู่แล้ว ทำไมต้อง “พูดออกไป” แล้วคำว่า ออกไปก็โดนกากะบาทสีแดง ทำนองเดียวกับ “เธอหัวเราะออกมา” ออกมาก็โดนเหมือนกัน

ร่างแบบบาง …​เป็นคำบรรยายซ้ำสักห้าครั้งในหนึ่งบท  จนมีคำติงอย่างมีอารมณ์ขันว่า ถ้า “บาง” ไปเรื่อยๆ กว่าจะจบเรื่องนางเอกคงตัวหายไปเลย

ฯลฯ

เพิ่งค้นเจอร่างหนังสือที่เขียนในวัย ๔๐ เศษ ส่งให้คุณบุญมา วงศ์สวรรค์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง  ท่านส่งฉบับที่มีลายมือแก้กลับมาให้พร้อมกับพิมพ์ฉบับที่พิมพ์ใหม่เรียบร้อย  เป็นอันว่าได้เรียนอีกครั้งว่า สำนวนที่เขียนยังสู้ที่ผู้ใหญ่ท่านแก้ให้ไม่ได้ (ดูจากภาพ)

ต่อมาเมื่อเขียนบทความส่งไปนิตยสารต่างๆ ข้อมูลป้อนกลับแบบนี้ไม่มี  แต่ไม่ใช่ไม่มีข้อมูลป้อนกลับ เพราะฉบับที่ตีพิมพ์นั่นแหละเป็นข้อมูลป้อนกลับ  ถ้าจะหยิบสำนวนที่ส่งกับที่ตีพิมพ์มาเทียบกันเพื่อดูว่า บรรณาธิการหรือผู้พิสูจน์อักษรแก้อะไรบ้าง  อย่างมากที่สุดที่เคยทำก็คือ อ่านอีกครั้งเพื่อดูว่าตกหล่นใจความสำคัญหรือไม่ เป็นการตรวจแบบจับผิดว่า ‘เขาตกหล่นตรงไหนหรือเปล่า’  ไม่ใช่การอ่านเพื่อพัฒนาตนเอง 

เมื่อทำเช่นนี้ เรื่องสำนวนและสะกดการันต์กลายเป็น “รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ” และหลุดไปจากความสนใจ เพราะ (๑) ดูยาก ตรงที่ไม่มีลายมือแก้กำกับมาให้เทียบง่ายๆ  และ (๒) ข้อแก้ตัวว่าเป็นหน้าที่คนอื่นที่ต้องรับผิดชอบดูแลให้ถูกต้อง แค่เราเขียนส่งไปก็เก่งแล้ว ทำนองว่านักเขียนระเหิดระหงได้เหนือผู้พิสูจน์อักษร และบรรณาธิการที่เกรงใจนักเขียน

ยิ่งหน้าที่การงานก้าวหน้า ข้อแก้ตัวยิ่งชัด เขียนสะกดการันต์ผิดๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวลูกน้องก็เปลี่ยนจากผิดเป็นถูกให้เอง

ความคิดทำนองนี้เป็นการสำคัญผิด เพราะทำให้หยุดพัฒนาตนเอง ยิ่งเมื่อไม่มีใครให้ข้อมูลป้อนกลับตรงๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับเนื้อหา ก็เหมือนกับทำงานในความมืด ก้าวหน้าหรือถอยหลังก็ไม่รู้ได้ 

เมื่อต้นปี 2560 ริอ่านจัดหน้าหนังสือเอง

ไหนๆ หนังสือก็มีชื่อประกอบส่วนหนึ่งว่า ลองมาแล้ว ก็เลย “ลองทำเลย์เอ้าเอง ดูซิว่าทำไมเขาทำกันนานนัก”  พอทำเสร็จก็ส่งไปให้ผู้ชำนาญการพิสูจน์อักษร  เธอผู้นั้นพิสูจน์อักษรบนกระดาษ เพื่อให้มั่นใจในการจัดวางหน้า ย่อหน้า และการตัดคำด้วย  และเราผู้เป็นเจ้าของงานได้เห็นชอบก่อนจะแก้ไขในต้นฉบับที่จะส่งโรงพิมพ์

ในภาษาไทยการตัดคำสำคัญนักเพราะภาษาไทยเขียนคำติดกันไปหมด โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ตัดภาษาไทยเก่งๆ ยังไม่มีและอาจจะมีไม่ได้ เช่น คำว่าคอมพิว – เตอร์  รัฐ-ธรรมนูญ  รัฐธรรม-นูญ  ประชา-ธิปไตย เหล่านี้ดูแล้วขัดตา เขาไม่ตัดกัน 

เมื่อได้ตัวต้นฉบับที่มีลายมือแก้แล้วกลับมาดู เพื่อแก้เลย์เอ้า จึงได้รู้ว่าสะกดคำบางคำผิดมาตลอด (อันที่จริงก็ไม่แน่ใจว่าสะกดอย่างไรถูก แต่ไม่จำเวลาที่อ่านบทความอื่นๆ ที่มีตัวสะกดเหล่านี้ผ่านตา และยังนึกว่าสะกดไปอย่างไร เดี๋ยวก็มีคนแก้เอง ตามแบบของคนที่ไม่คิดพัฒนาตนเอง)

ขอบคุณความคิด “ทำเอง” ที่ทำให้ได้ข้อมูลป้อนกลับ และทำให้ต้องฝึกตัวสะกดการันต์อีกครั้ง  หลายคำคงไม่ผิดอีก แต่ก็ไม่แน่ เพราะ (๑) โปรแกรมบางโปรแกรมแก้ตัวสะกดให้เองแล้ว จึงไม่ได้ข้อมูลป้อนกลับ และ (๒) งานสมัยใหม่แก้ตัวสะกดในเครืื่อง  แก้ครั้งเดียวแล้วสั่งเครื่องให้แก้ทั้งเล่ม  คำผิดทำให้ถูกยังไม่ถูกจำลงไปในจิตใต้สำนึก นี่เป็นอีกปัญหาที่มากับเทคโนโลยี ที่ทำให้ต้องคิดวิธีเรียนที่จะจำตัวสะกดกันใหม่ เหมือนอีกหลายๆ เทคโนโลยีที่คนเราจะต้องปรับตัวทั้งเพื่อให้เข้ากับเทคโนโลยีและเพื่อไม่ให้สูญเสียส่ิงที่ดีงามอันพึงรักษาไว้ไปด้วย 

ล่าสุด ริอ่านเขียนร้อยกรองที่ไม่เคยเขียนมา 50 ปีแล้ว เขียนแล้วหาสัมผัสได้ไม่ครบคำ ต้องส่งเพื่อนผู้ชำนาญกว่าให้ช่วยแก้ เพื่อนๆ ก็ใจดี ช่วยแก้ให้ เป็นอันว่าครั้งนี้ได้ใช้ข้อมูลป้อนกลับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานเพื่อให้งานสุดท้ายออกมาดีขึ้น หรือดีที่สุด ในยามไม่มีบรรณาธิการตรวจแก้ให้แล้ว

ขอบคุณทุกคนและทุกท่านที่ให้ feedback ทั้งการแก้งานและการวิจารณ์งานอย่างหวังเห็นผลงานดีขึ้น

นวพร เรืองสกุล  สิงหาคม 2560

นวพร เรืองสกุล

ทุกคนมาร่วมมือทำตามใจสั่ง

๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ ณ ทำเนียบรัฐบาล

เก็บใบไม้แล้วราดน้ำ กวาดกวาดซ้ำซ้ำ ทำเนียบเอี่ยมสะอาดตา

สองพี่น้องแม่พามา ช่วยงานจิตอาสา ขะมักเขม้นน่าเอ็นดู

ภาพและคำ  นวพร เรืองสกุล

2559-2560