ป้ายกำกับ » ข่าวบันเทิง

เจนี่ งานเข้า!! เปิดฟิตเนส

เจนี่ งานเข้า!! เปิดฟิตเนสไม่ทันไร ถูกเม้าท์ราคาแพงเวอร์

“เจนี่” ยืนยันไม่เคยได้ยินกระแสข่าวว่าฟิตเนสราคาแพงกง่าที่อื่นมาก่อน เพราะทุกวันนี้ลูกค้าแน่นมาก และมีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมบอกเล็งเปิดสาขาฟิตเนสสาขาที่สองแล้ว

เพิ่งจะเปิดธุรกิจฟิตเนสของตัวเองไม่ทันไร งานก็เข้าสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” อย่างจัง เมื่อมีกระแสข่าวเม้าท์ออกมาว่า ฟิตเนสของเธอนั้น มีราคาค่าบริการที่แพงกว่าฟิตเนสทั่วไป

ล่าสุดเจอ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในงาน Filorga clinic จึงได้พูดถึงถึงประเด็นดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้เผยให้ฟังว่า ไม่เคยได้ยินกระแสข่าวว่าฟิตเนสราคาแพงกง่าที่อื่นมาก่อน เพราะทุกวันนี้ลูกค้าแน่นมาก และมีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมบอกเล็งเปิดสาขาที่สองแล้ว

โชว์อลังการมาก?
“มันจะมีอยู่ช็อตหนึ่งที่มันลงมาเร็วมาก ครั้งแรกที่ลองทำน่ากลัวมาก ขาสั่นเลยเพราะมันสูง อยู่จากข้างล่างมองไปข้างบนไม่เท่าไหร่ แต่พออยู่ข้างบนมองลงมาสูงมากค่ะ ซ้อมประมาณอาทิตย์หนึ่งค่ะ ใช้สลิงเส้นเดียวบังคับให้นิ่งยาก ด้วยเรามีประสบการณ์การโหนผ้ามันก็คล้ายๆ กัน”

เห็นโชว์แบบนี้บ่อยๆ?
“อาจจะเป็นเพราะฟิตเนส 911 ”

เน้นโชว์ผาดโผนเยอะขึ้น?
“งานเขาต้องการเล่าคอนเซ็ปต์อดัมกับอีฟด้วย ก็เลยอยากให้ดูอลังการ เขาเห็นเจนี่มีความสามารถที่จะทำอะไรแบบนี้อยู่แล้วค่ะ”

งานเสี่ยงแบบนี้ค่าเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้นไหม?
“ไม่มีๆ ค่ะ ปกติเลย เราเป็นพรีเซนเตอร์อยู่แล้ว”

จะมีงานโชว์แบบนี้อีกมั้ย?
“มีค่ะ แต่ก็จะเกี่ยวกับ 911 เยอะ”

มีกระแสข่าวว่ายิมเราราคาสูงมาก?
“ไม่นะคะ เจนี่ว่ามาตรฐาน ไม่มีฟีตแบคแบบนี้มาหาเรานะคะ มีแต่สมัครเพิ่ม เรทปกติ”

คนเข้าใจว่าเป็นยิมของดาราราคาเลยค่อนข้างสูง?
“ไม่เลยค่ะ สมเหตุสมผล ไม่ซีเรียสเลยค่ะ เป็นปกติของธุรกิจใครจะมองยังไงก็ได้ค่ะ ลูกค้าของเจนี่มีหลากหลายส่วนมากเป็นลูกค้าใหม่ด้วยนะคะ ตอนนี้ยิมเริ่มลงตัวแล้วค่ะ”

กลัวไหมว่ามีข่าวแบบนี้ออกไปลูกค้าจะหดหาย?
“ไม่ค่ะ ตอนนี้ลูกค้าเยอะขึ้นเรื่อยๆ”

มีเพื่อนดาราไปอุดหนุนกันเยอะ?
“ใช่ค่ะ หายเหนื่อยเลยค่ะเพราะกระแสตอบรับดีเกินที่เจนี่คาดหวังไว้ค่ะ เขาชอบกันบอกให้เพิ่มคลาสการเต้นซุมบ้าให้เยอะขึ้นแต่เจนี่กลัวเหนื่อยเกินไป”

มีแพลนขยายสาขาเพิ่มมั้ย?
“เพิ่มไหมเป็นเรื่องของอนาคต อาจจะนะคะ กำลังเล็งๆ ไว้อยู่ค่ะ”

เครดิตภาพจาก IG: janienineeleven

CR.sanook

SHOP

เมื่อ "เคน โลช" ได้ปาล์มทองคำเป็นหนที่สอง

เคน โลช ผู้กำกับภาพยนตร์อาวุโสชาวอังกฤษ นำหนังเรื่อง “I, Daniel Blake” ขึ้นคว้ารางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งล่าสุด ที่เพิ่งปิดฉากลง

นี่เป็นครั้งที่สอง ที่โลช นักรณรงค์ทางสังคมและนักทำหนังเจ้าของผลงานกว่า 50 เรื่อง วัยย่าง 80 ปี สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศดังกล่าวมาครอบครอง หลังจาก “The Wind That Shakes the Barley” หนังที่เล่าเรื่องราวว่าด้วยขบวนการปฏิวัติไอริชของเขา เคยได้รับรางวัลปาล์มทองคำเมื่อปี 2006

“I, Daniel Blake” เป็นผลงานลำดับที่ 13 ของโลช ที่ได้ร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

หนังเล่าเรื่องราวของชายวัยกลางคนชาวเมืองนิวคาสเซิล ผู้ล้มป่วยด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน จนไม่สามารถประกอบอาชีพการงานได้ตามปกติอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบของภาครัฐกลับระบุว่าเขายังสามารถทำงานได้ตามปกติ ชายผู้นี้จึงไม่ได้รับสวัสดิการสังคม ซึ่งตนควรจะได้รับ จนนำไปสู่ภาวะตกทุกข์ได้ยากในที่สุด

คณะกรรมการตัดสินรางวัลยังได้ยกย่องการแสดงของเดฟ จอห์นส์ นักแสดงนำในเรื่องว่า สามารถเปิดเผยให้เห็นถึงชะตากรรมของตัวละคร ที่ตกอยู่ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอก และถูกแวดล้อมด้วยรั้วรวดหนามของระบบรัฐสวัสดิการอังกฤษอันพิกลพิการ

โลชกล่าวขณะขึ้นรับรางวัลว่า “เราจำเป็นต้องส่งสารแห่งความหวัง เราจำเป็นต้องบอกกล่าวออกไปถึงความเป็นไปได้ ในการมีระบบสังคมแบบอื่นๆ”

“โลกปัจจุบันของพวกเรากำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย เรากำลังถูกโอบรัดด้วยโครงการรัดเข็มขัดทางเศรษฐกิจอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งถูกผลักดันโดยแนวคิดที่เราเรียกกันว่าลัทธิเสรีนิยมใหม่ ภาวะเช่นนี้ กำลังนำพาพวกเราไปสู่หายนะ”

โลชให้สัมภาษณ์ด้วยว่า เขาต้องการใช้หนังเรื่องนี้เปิดโปงระบบรัฐสวัสดิการของสหราชอาณาจักร

“ผมต้องการทำให้ผู้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้หัวใจสลาย และรู้สึกโกรธแค้น”

รู้ไว้ใช่ว่า

ภายหลังการเสียชีวิตของมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม เมื่อปี 2013 โลชได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า แธตเชอร์ คือ นายกรัฐมนตรีที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกและการทำลายล้างมากที่สุด ในประวัติศาสตร์อังกฤษยุดใหม่

“มรดกที่เธอให้ไว้ คือ ภาวะว่างงานของมวลชน, การปิดตัวลงของโรงงานอุตสาหกรรรม, และการถูกทำลายลงของชุมชนต่างๆ แธตเชอร์เป็นนักสู้ ทว่า ศัตรูของเธอกลับกลายเป็นชนชั้นแรงงานอังกฤษ ชัยชนะของเธอได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำพรรคแรงงานและสหภาพแรงงาน ที่มีความฉ้อฉลในทางการเมือง มันก็เป็นเพราะนโยบายหลายอย่างที่เธอเริ่มต้นขึ้นนั่นแหละ พวกเราถึงได้ชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ในทุกวันนี้”

“จำได้ไหม? ว่าแธตเชอร์เคยบอกว่า (เนลสัน) แมนเดล่า เป็นผู้ก่อการร้าย มิหนำซ้ำ เธอยังไปนั่งดื่มชากับอาชญากรและนักละเมิดสิทธิมนุษยชนชื่อปิโนเชต์ เราควรให้เกียรติเธออย่างไรดีล่ะ? อ้อ มา ‘แปรรูป’ งานศพเธอกันดีไหม ด้วยการเปิดโอกาสให้มีผู้เข้ามาแข่งขันเพื่อประมูลจัดงานศพ ใครเสนอราคาถูกสุด คนนั้นก็ได้จัดงาน นี่น่าจะเป็นสิ่งที่แธตเชอร์ต้องการนะ”

ข่าวบันเทิง

รำลึกถึง "ท่านครู" และ "ทิพย์"

ขออนุญาตรำลึกถึง “คุณอดุลย์ ดุลยรัตน์” และ “คุณประจวบ ฤกษ์ยามดี” สองดาราอาวุโสที่เพิ่งล่วงลับ ผ่านมุมมองของคนดูหนังคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ติดตามผลงานของทั้งสองท่านมามากนัก

ผมคงเช่นเดียวกับแฟนหนังรุ่นหลังหลายๆ คน ที่จดจำคุณอดุลย์ได้จากบทบาท “ท่านครู” ใน “โหมโรง”

ตามความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า ตัวละคร “ท่านครู” ในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว มี “นัยยะความหมายทางสังคม-วัฒนธรรม” อันสำคัญยิ่ง

จนสำคัญยิ่งกว่าเรื่องราวในจอภาพยนตร์ ทว่า เป็นความสำคัญที่หลุดลอยออกมาสู่บริบทการต่อสู้ในทางสังคม-การเมือง นับแต่ก่อนเดือนกันยายน 2549 จนถึงปัจจุบัน

ท่านครูในโหมโรง มิใช่ตัวแทนของ “ความเป็นไทยแท้บริสุทธิ์” ที่ไม่ยอมเจือปนกับองค์ประกอบแปลกปลอมใดๆ ที่ “ไม่เป็นไทย” เสียทีเดียว

ถ้าจำกันได้ ฉากคลาสสิคหนึ่งของโหมโรง ก็คือ ฉากท่านครูตีระนาด ผสานการบรรเลงเปียโนของลูกชาย อันแสดงให้เห็นถึงกระบวนการปรับประสานต่อรองซึ่งกันและกัน ระหว่าง “ดนตรีไทย” กับ “ดนตรีฝรั่ง”

จุดยืนของโหมโรง ก็ไม่ต่างกับ “ทวิภพ” ฉบับ “สุรพงษ์ พินิจค้า” ที่ออกฉายไล่เลี่ยกัน

กล่าวคือ ชนชั้นนำสยามมิได้ปฏิเสธฝรั่งอย่างเด็ดขาด หรือตั้งเป้าจะยอมพลีชีพในการรบกับฝรั่ง

หากชนชั้นนำสยามพร้อมจะปรับประสานต่อรองทางอำนาจกับชาติตะวันตก และยินดีจะแสวงหา-สั่งสมองค์ความรู้ใหม่ๆ ในแบบฉบับของฝรั่ง

โหมโรงและทวิภพ จึงมิได้ปฏิเสธหรือต่อต้านอิทธิพลในทางความคิด-วัฒนธรรมของ “ต่างชาติ/ฝรั่ง/ตะวันตก”

แต่คำถามสำคัญที่หนังตั้งขึ้น ก็คือ คนไทยกลุ่มไหน? ควรจะเป็นผู้รับเอาแนวคิด-วัฒนธรรมเหล่านั้นเข้ามา แล้วแปร/แปลเป็น “ไทย” ให้ซึมซาบลงสู่วิธีคิด-พฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่

คำตอบที่มีอยู่ในตัวหนัง ก็คือ ชนชั้นนำจารีต อันมี ท่านครู, ขุนอัครเทพวรากร และหลวงราชไมตรี เป็นภาพแทนขั้นเบื้องต้นที่สุด

ไม่ต่างจากกรณีคุณอดุลย์ ผมได้ดูหนังที่คุณประจวบแสดงอยู่ไม่กี่เรื่อง

ถ้าจำไม่ผิด ก็มีแค่ “โรงแรมนรก” และ “ชั่วฟ้าดินสลาย”

หากวัดเอาจากความตลกและความมีเสน่ห์ ผมคงชอบบทบาทของคุณประจวบในโรงแรมนรกมากกว่าในชั่วฟ้าดินสลาย

อย่างไรก็ตาม บทบาทและไดอะล็อกสั้นๆ ในชั่วฟ้าดินสลาย ของคุณประจวบ กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในใจผมได้มากกว่า

ไดอะล็อกที่ว่า เกิดขึ้นหลังจากมีคนงานขนไม้เดินตัดหน้าจนแทบจะชน “ทิพย์” ผู้จัดการปางไม้ ซึ่งรับบทโดยคุณประจวบ

ทิพย์จึงด่าคนงานกลับไปว่า “เฮ้ย เดินดูตาม้าตาเรือซะบ้างสิ ไอ้นี่มีความรู้สึกจองหองในใจนี่”

(ขอบคุณสเตตัสเฟซบุ๊กของคุณเบียร์ มนทกานติ บรรณาธิการบริหารนิตยสารมาดามฟิกาโร ที่ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์และไดอะล็อกนี้ครับ)

ก่อนหน้าจะได้ดู “ชั่วฟ้าดินสลาย” เวอร์ชั่นดังกล่าว (เอาเข้าจริง คือ เวอร์ชั่นแรกที่ผมได้ดู) ผมเข้าใจมาตลอดว่า เรื่องราวในหนัง/นิยาย คือ เรื่องราวการแสดงอำนาจสัมบูรณ์ของ “พะโป้” ที่สามารถควบคุมและลงทัณฑ์หนุ่มสาวผู้ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของเขาได้อย่างอยู่หมัด

ทว่า พอได้ดู “ชั่วฟ้าดินสลาย ปี 2498” ไปเรื่อยๆ ผมกลับพบว่า ตนเองเข้าใจอะไรผิดไปเยอะแยะ

เพราะท่ามกลางการจัดการกับขบถอย่าง “ส่างหม่อง” และ “ยุพดี” พะโป้และปางไม้ของเขา กลับประสบกับปัญหาภาวะความชอบธรรมทางอำนาจที่ตกต่ำลดลงเรื่อยๆ

ไดอะล็อกของทิพย์ (คุณประจวบ) ก็เป็นอาการบ่งชี้ข้อหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า พะโป้และระบอบอำนาจของเขากำลัง “คุมสถานการณ์เอาไว้ไม่อยู่”

ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะชัดเจนขึ้น ในตอนจบของภาพยนตร์

ข่าวบันเทิง

แพท ขอเปิดใจให้ เบนซ์ คู่จิ้น..โตโน่ หมดลุ้นมีแฟนแล้ว

เรียกได้ว่าปิดประตูหัวใจเป็นที่แน่นอนแล้ว สำหรับคู่จิ้นแห่งปี “แพท ณปภา ตันตระกูล” และ “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” หลังต่างฝ่ายต่างก็หยอดผ่านสื่อกันไปมา จนแฟนๆ ต่างพากันลุ้นให้ทั้งคู่รักลงล็อคจริงๆ สักที!! ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะล่าสุดขณะที่สาวแพทเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว “ซันไลต์ 1 ช้อนชา ล้างเยอะ ล้างคุ้ม ทุบสถติโลก” เจ้าตัวก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ยังไง…ยังไงก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์กับหนุ่มโตโน่ไปถึงระดับบคนรู้ใจได้ เนื่องจากตอนนี้ฝ่ายชายมีสาวอื่นที่กำลังคุยอยู่แล้ว

อีกทั้งตอนนี้ตนเองก็กำลังเริ่มเปิดใจให้กับหนุ่มนักบิด “เบนซ์ เรซซิ่ง”

ความรู้ทั่วไป

เปิดเรตติ้ง "ดิน น้ำ ลม ไฟ-สี่ยอดกุมาร" ไม่ตูมเท่า "แก้วหน้าม้า" แต่ไม่แพ้ละครฮิตช่อง3

เอจีบี นีลเซ่น เผยแพร่ข้อมูลเรตติ้งของสถานีโทรทัศน์ช่องฟรีทีวีเดิม ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา น่าสนใจว่า เรตติ้งละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” และ “สี่ยอดกุมาร” เริ่มติดอยู่ในอันดับท็อปเท็นของช่อง 7 เรียบร้อยแล้ว แม้จะยังไม่ฮ็อตเท่า “แก้วหน้าม้า” ก็ตาม

โดยระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน

“ดิน น้ำ ลม ไฟ” ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ได้เรตติ้งไป 6.467 อยู่ในอันดับ 10 ของช่อง 7 ซึ่งถ้าเทียบกับละครหลังข่าวช่อง 3 แล้ว “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ยังมีเรตติ้งน้อยกว่า “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” ที่ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ซึ่งได้เรตติ้ง 7.059 และ “ชาติพยัคฆ์” ที่ออกอากาศเมื่อวันอังคารที่ 5 ซึ่งได้เรตติ้ง 6.481

ข้ามมาที่วันที่ 11-17 เมษายน

“ดิน น้ำ ลม ไฟ” ที่ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 17 ได้เรตติ้งไป 6.561 พุ่งมาอยู่อันดับที่ 6 ของช่อง 7 แถมยังเอาชนะ “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” ที่ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ซึ่งได้เรตติ้ง 6.453 และ “เจ้าพยัคฆ์” ที่ออกอากาศเมื่อวันอังคารที่ 12 ซึ่งได้เรตติ้ง 5.628 แม้ว่าละครสองเรื่องนี้จะมีสถานะเป็น “ท็อปทู” ของช่อง 3 ในสัปดาห์ดังกล่าวก็ตาม

ปิดท้ายด้วยข้อมูลระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน

ที่ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ตอน “อวสาน” ในวันเสาร์ที่ 23 ได้เรตติ้งไป 6.480 เป็นอันดับ 8 ของช่อง 7 ขณะที่ “สี่ยอดกุมาร” ตอนแรก ในวันอาทิตย์ที่ 24 ได้เรตติ้ง 7.065 เป็นอันดับ 7 ของช่อง โดยเรตติ้งของ “สี่ยอดกุมาร” อยู่เหนือกว่า “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” ที่ออกอากาศในวันพุธที่ 20 ซึ่งได้เรตติ้งไป 6.684 และ “ชาติพยัคฆ์” ที่ออกอากาศในวันจันทร์ที่ 18 ซึ่งได้เรตติ้ง 6.456

จากข้อมูลชุดนี้ แสดงว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ไม่ได้มีเรตติ้งที่ขี้เหร่สักเท่าใดนัก การเปลี่ยนชื่อละครกลางคันมาเป็น “สี่ยอดกุมาร” จึงอาจมิได้เกิดขึ้นจากวิกฤตเรตติ้ง มากเท่ากับเป็นความตั้งใจดั้งเดิมของผู้สร้าง ที่จะตัดแบ่งละครออกเป็น “สองภาค”

อย่างไรก็ดี น่าสังเกตว่า หลังจากเปลี่ยนชื่อเป็น “สี่ยอดกุมาร” เรตติ้งของละครซึ่งประคองตัวอยู่ที่ 6 กว่าๆ ก็สามารถทะยานผ่านหลัก 7 ได้อย่างสวยงาม

คลิกอ่านข้อมูลเรตติ้งของนีลเซ่นได้ที่นี่

ข่าวบันเทิง

มาแล้ว! ตัวอย่างภาพยนตร์ "สันติ-วีณา" ก่อนไปร่วมเทศกาลหนังเมืองคานส์

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เพจเฟซบุ๊ก Santi-Vina ได้เผยแพร่ตัวอย่างภาพยนตร์ “สันติ-วีณา” หนังเก่าเมื่อ พ.ศ.2497 ฝีมือการกำกับของ “ครูมารุต” หรือ “ทวี ณ บางช้าง” อำนวยการสร้างโดย “รัตน์ เปสตันยี” ที่ได้รับการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์ และเตรียมจะเข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปีนี้ ในสายคานส์ คลาสสิค

คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ที่นี่

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

ข่าวบันเทิง

น่าติดตาม โปรเจ็คท์ใหม่ "มะเดี่ยว" หนังกวีว่าด้วยฤดูกาล-ธรรมชาติ-ชีวิต ถ่ายทำ 4 ปี

มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยชื่อดัง เจ้าของผลงานน่าสนใจหลายเรื่อง รวมทั้ง “รักแห่งสยาม” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม มีเนื้อหาว่า

คอหนังหลายคนคงอยากชมภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้ต้องใช้เวลารอคอยมากถึง 4 ปีก็ตาม

ข่าวบันเทิง