แบบสอบถาม และ มาตราส่วนประมาณค่า

แบบสอบถาม

…………เครื่องมือชนิดหนึ่งที่ผู้ศึกษาค้นคว้านิยมใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) มีข้อคำถามที่ต้องการให้กลุ่มตัวอย่างตอบ โดยกาเครื่องหมาย เขียนตอบ หรือสัมภาษณ์ตามแบบสอบถาม นิยมถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ความคิดเห็นของบุคคล แบบสอบถามมีส่วนประกอบ 3 ส่วน ดังนี้

………….ส่วนที่ 1 คำชี้แจงในการตอบ แจ้งจุดมุ่งหมาย อธิบายลักษณะ และตัวอย่างการตอบแบบสอบถาม

………….ส่วนที่ 2… 8 more words

Learning

นิยามศัพท์เฉพาะ - ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

นิยามศัพท์เฉพาะ

…..นิยาม คือ การกำหนด หรือการจำกัดความหมายที่แน่นอน ในการศึกษาค้นคว้าจะมี ศัพท์เฉพาะ ซึ่งจาเป็นต้องให้นิยาม เพราะจะมีผู้อ่านบางคนไม่ทราบความหมายของศัพท์นั้นมาก่อน หรือทราบความหมายของศัพท์นั้น แต่อาจจะไม่ตรงกับความหมายที่ผู้ศึกษาค้นคว้ากำหนดไว้ จึงต้อง มีการนิยามศัพท์เฉพาะ ซึ่งมี 2 ลักษณะดังนี้
……..1. การนิยามแบบทั่วไป เป็นการนิยามตามความหมายของคำศัพท์ปกติ อาจยกนิยามตามที่ระบุไว้ในพจนานุกรม สารานุกรม ตามตำราที่ผู้อื่นนิยามไว้ หรือตามที่ผู้ศึกษาค้นคว้านิยาม ด้วยตนเองในกรณีที่ไม่มีผู้อื่นนิยามมาก่อน ทั้งนี้ผู้ศึกษาค้นคว้าต้องมีความรอบรู้ในเรื่องนั้นอย่างลึกซึ้ง ใช้ภาษาที่ครอบคลุม แจ่มชัด และรัดกุม
ดังตัวอย่าง
….ความคิด หมายถึง สิ่งที่นึกรู้ขึ้นในใจ สติปัญญาที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างถูกต้อง และสมควร (ราชบัณฑิตยสถาน. 2546 : 231)
….สงกรานต์ หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่ง ไปสู่อีกราศีหนึ่ง เรียกว่า วันสงกรานต์ แต่วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีน เข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ ในสมัยโบราณถือเอาวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่
…….2. การนิยามปฏิบัติการ ให้ความหมายของศัพท์นั้น และบอกให้ทราบว่าผู้ศึกษาค้นคว้า จะวัด ตรวจสอบ หรือสังเกตได้อย่างไร
ดังตัวอย่าง
….องค์ความรู้ คือ knowledge ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้ หรือข้อมูล หรือสาระวิชาต่าง ๆ ที่ผู้เรียนมีอยู่ วัดโดยใช้แบบทดสอบที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น (จรัญ จันทลักขณา และกษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ. 2551 : 2)
….อำเภอ หมายถึง พื้นที่ปกครองตามกาหนดของกระทรวงมหาดไทย ในจังหวัดนครราชสีมา จานวน 32 อำเภอ (อิสรา ตุงตระกูล. 2553 : 14)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

…..ประชากร คือ กลุ่มคน สัตว์ สิ่งของ หรือลักษณะทางจิตวิทยาที่ทาการศึกษา
…..กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มคน สัตว์ สิ่งของ หรือลักษณะทางจิตวิทยาที่เป็นตัวแทน ของประชากรที่ทาการศึกษา
…….ผู้ศึกษาค้นคว้าบางครั้งไม่สามารถทาการศึกษากับประชากรได้ เพราะมีจานวนมาก หรือ มีสภาพยากแก่การเก็บรวบรวมข้อมูล จึงจาเป็นต้องศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง แล้วใช้สถิติอ้างอิงถึงประชากร มีประโยชน์ คือ ประหยัด ควบคุมความถูกต้องได้ง่าย และใช้กับข้อมูลบางอย่างที่ไม่สามารถศึกษาจากประชากรได้ เช่น เลือดทุกหยดในตัวคนไข้ นักเรียน ม. 4 ทุกคนในประเทศไทย เป็นต้น

….การเลือกกลุ่มตัวอย่าง ผู้ศึกษาต้องกาหนดประชากรให้ชัดว่า คืออะไร มีขอบเขต และคุณลักษณะอย่างไร กาหนดข้อมูลที่จะรวบรวมตามจุดมุ่งหมายที่ศึกษา กาหนดเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล กาหนดจานวน และวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง

….การกำหนดจำนวนสมาชิกกลุ่มตัวอย่าง
……1. ประชากรมีลักษณะคล้ายกัน เลือกกลุ่มตัวอย่างน้อย ถ้าประชากรมีลักษณะต่างกัน เลือกกลุ่มตัวอย่างมาก
……2. การทดลอง การสัมภาษณ์ ใช้กลุ่มตัวอย่างน้อยกว่าการส่งแบบสอบถามให้ตอบ

….วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
……1. ไม่อาศัยความน่าจะเป็น โดยไม่ใช้วิธีการสุ่ม ประชากรมีโอกาสถูกเลือก ไม่เท่ากัน ผู้ศึกษาเลือกแบบบังเอิญ แบบเจาะจงตามความสะดวกของผู้ศึกษา
……2. อาศัยความน่าจะเป็น โดยการสุ่ม ประชากรทุกส่วนมีโอกาสถูกเลือกเท่ากัน เช่น การจับฉลาก เป็นต้น

Learning

การศึกษาค้นคว้าจากแหล่งการเรียนรู้ และการอ้างอิงแทรกในเนื้อหา

แหล่งการเรียนรู้อินเทอร์เน็ต

……..การใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงในการรับ ส่งสารสนเทศ โดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นความหมายของอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีผู้นิยมใช้มาก มีกำเนิดจากการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการสื่อสารในกิจการทหารของสหรัฐอเมริกา (ยืน ภู่วรวรรณ. 2546 : 180-182)
……..อินเทอร์เน็ตมีลักษณะคล้ายกับห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ หรือห้องสมุดของโลก มีบริการสืบค้นสารสนเทศโดยการโอนย้ายสารสนเทศจากเซิร์ฟเวอร์ มายังเครื่องที่ใช้บริการ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล กลุ่มข่าวที่น่าสนใจ บริการค้นหาข้อมูล และแฟ้มข้อมูล
……..บริการอินเทอร์เน็ต ต้องใช้รหัสยูอาร์แอล เป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับระบบอินเทอร์เน็ตโดยกำหนดให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า http:// มีความหมายแสดงถึงการเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลด้วยระบบโต้ตอบแบบเอชทีทีพี สามารถรับ ส่งสารสนเทศได้ตรง และรวดเร็ว ด้วยการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ใช้งาน กับเครื่องแม่ข่าย และเครื่องที่มีสารสนเทศ เมื่อไม่ทราบรหัสยูอาร์แอลของเรื่องที่จะค้น ควรใช้เครื่องช่วยค้นรวบรวมเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันกับเรื่องที่ผู้ใช้ต้องการ มีขั้นตอนการสืบค้นดังนี้ 16 more words

Learning

เย็นไว้โยม

หนึ่งในปัจจัยที่ผมคิดว่าทำให้คนส่วนใหญ่ฝึกภาษาต่างประเทศแล้วไม่ได้ผลก็คือความใจร้อน พวกเขาคิดว่าพวกเขาจะต้องเห็นผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 1 เดือน (ทั้งๆที่ฝึกเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น!) พอพวกเขาไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวังเอาไว้ พวกเขาจึงมักถอดใจเลิกขึ้นมาดื้อๆซะอย่างนั้น

แหม่! ขนาดตอนที่เรายังเป็นเด็กทารก (ซึ่งเป็นวัยที่เราสามารถฝึกภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในชีวิต) เรายังต้องพูดอ้อแอ้ๆตั้งเกือบปีนึงแน่ะ กว่าจะพูดคำแรกออกมาได้อย่างชัดเจน แล้วเหตุใดเราจึงคิดว่าเราจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่าง “เป๊ะเว่อร์” ภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน (อันนี้ คือ เริ่มจากศูนย์นะครับ) ทั้งๆที่เราไม่ใช่ทารกแล้ว!?

ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความใจร้อนโคตรๆนี้ขึ้น ถ้าจะให้ผมเดา ผมคงเดาว่าสาเหตุคงจะมีอยู่ 2 ประการ

  1. เทคโนโลยีที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก ความเคยชินกับความปุ๊บปั๊บนี้เองที่ส่งผลให้เราแอบคาดหวังว่าการฝึกภาษาต่างประเทศก็น่าจะส่งผลให้เห็นอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นกัน
  2. หนังสือและคอร์สสัมมนาส่วนใหญ่ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาภาษาต่างประเทศมักจะโฆษณาว่าแนวทางการฝึกภาษาต่างประเทศของพวกเขาจะสามารถช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดและรวดเร็วกันทั้งนั้น (ถ้าไม่โฆษณาแบบนี้ เดี๋ยวหนังสือและคอร์สสัมมนาจะขายไม่ออก)

อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ ผมไม่ได้กำลังบอกว่าคุณจะไม่เห็นผลลัพธ์แม้แต่นิดเดียวจากการฝึกภาษาต่างประเทศเป็นระยะเวลา 1 เดือนนะครับ (สมมติให้ช่วง 1 เดือนนี้ คุณฝึกวันละ 1 ชั่วโมงทุกวันนะครับ) ผลลัพธ์น่ะ คุณเห็นแน่ครับ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้สุดขั้ว (เช่น สำเนียงภาษาอังกฤษของคุณเปลี่ยนจากสำเนียงหาดใหญ่ไปเป็นสำเนียง UK แบบ RP จนคนแปลกหน้าคิดว่าคุณเกิดที่ London เป็นต้น) เท่านั้นเองครับ

เมื่อความคาดหวังของคุณสอดคล้องกับความเป็นจริง โอกาสที่คุณจะล้มเลิกการฝึกกลางคันก็จะน้อยลง ส่งผลให้โอกาสที่ทักษะภาษาอังกฤษของคุณได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในที่สุด

ภาษาอังกฤษ

การเขียนวัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของการวิจัย

วัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมาย ของการวิจัย

หมายถึงแนวทางหรือทิศทางในการค้นหาคำตอบ เป็นเรื่องที่ต้องการทำ
– เป็นการกำหนดว่าต้องการศึกษาในประเด็นใดบ้างในเรื่องที่จะทำวิจัย โดยบ่งบอกสิ่งที่จะทำ ทั้งขอบเขต และคำตอบที่คาดว่าจะได้รับ
– เป็นการนำเอาความคิดของประเด็นปัญหามาขยาย รายละเอียด โดยใช้ภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย
เขียนเป็นข้อหรือเขียนรวมเป็นข้อเดียวกัน
– อย่านำประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมาเขียนเพราะประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดการวิจัย
– แนวการเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.วัตถุประสงค์เขียนในรูปเป้าหมายการวิจัยไม่ใช่วิธีการ
2.วัตถุประสงค์สอดคล้องกับชื่อเรื่อง
3.วัตถุประสงค์ชัดเจน ไม่กำกวม
4. ให้ใช้คำว่า “เพื่อ”

คำที่ใช้สำหรับการเขียนวัตถุประสงค์

เช่น เพื่อศึกษา เพื่อสำรวจ เพื่อค้นหา เพื่อบรรยาย เพื่ออธิบาย เพื่อพัฒนา เพื่อเปรียบเทียบ…กับ… เพื่อพิสูจน์ เพื่อแสดงให้เห็น เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ เพื่อประเมิน เพื่อสังเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบ….กับ……..
เพื่อศึกษาอิทธิพลของ……ที่มีต่อ.. เพื่อศึกษาอิทธิพลของ…ที่มีต่อ… ทดลอง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มี / ส่งผล/อิทธิพล/ผลกระทบ…

ตัวอย่าง
เช่น
1.เพื่อศึกษาสภาพสังคมของผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีอายุระหว่าง 18 -24 ปี
2.เพื่อศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของผู้ติดเชื้อเอดส์ ครอบครัวและชุมชน
3.เพื่อศึกษาคุณภาพของแบบทดสอบที่ใช้ในการคัดเลือกโดยพิจารณาความเที่ยงและความตรงของแบบสอบ

Learning

หลักการเขียน ความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา

หลักการเขียน ความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา
…………………………………………………..
ความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา

เป็นการเกริ่นนำหรืออารัมภบทแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องทำวิจัย หรือเหตุผลที่สมควรต้องมีการ ศึกษาปัญหาพิเศษเรื่องนี้ โดยพยายามกำหนดปัญหาให้ชัดเจนทั้งในด้านการเกิดความรุนแรง การกระจายตัวของปัญหา หรือด้านอื่น ๆ ให้เข้าถึงข้อเท็จจริงของปัญหาอย่างแท้จริง ด้วยการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถิติ สอบถามความเห็นจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง และแสวงหาเหตุผลที่น่าเป็นไปได้ จากทฤษฎีและสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยเขียนโน้มน้าว จูงใจให้ผู้อ่านคล้อยตามเห็นด้วยว่าทำไมต้องทำวิจัยเรื่องนี้ เช่นยังประสบปัญหาอยู่แก้ไขไม่ได้ โดยใช้ความคิดตัวเองให้มากที่สุด

* ย่อหน้าแรก

Learning