<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>bruceploitation &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/bruceploitation/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "bruceploitation"</description>
	<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 06:56:43 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[Bruce Lee - Spiel des Todes]]></title>
<link>http://angst46.wordpress.com/?p=19</link>
<pubDate>Thu, 29 May 2008 19:41:33 +0000</pubDate>
<dc:creator>angst46</dc:creator>
<guid>http://angst46.wordpress.com/?p=19</guid>
<description><![CDATA[
O_ Si wang mo ta
J_ 1978
L_ Hongkong/Philippinen/USA
R_ Joseph Velasco
D_ Bruce Le, Steve James, Bo]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img height="154" alt="brucelee sdt01" src="http://angst46.files.wordpress.com/2008/06/brucelee-sdt01.jpg" width="400" /></p>
<p><strong>O_</strong> Si wang mo ta<br />
<strong>J_</strong> 1978<br />
<strong>L_</strong> Hongkong/Philippinen/USA<br />
<strong>R_</strong> Joseph Velasco<br />
<strong>D_</strong> Bruce Le, Steve James, Bolo Yeung, Cheung Lak, Lee Hoi Sang u.a.<br />
<strong>OFDb_</strong> <a href="http://www.ofdb.de/film/10999,Das-Spiel-des-Todes">http://www.ofdb.de/film/10999,Das-Spiel-des-Todes</a></p>
<p>Jeder ernsthafte Filmgucker wird spätestens nach Erwerb dieses Streifens mäkeln: Das ist ja garnicht Bruce Lee!</p>
<p>Richtig, und das ist auch gut so. Nicht dass ich was gegen Mr. Jeet-Kune-Do-King-Of-Martial-Arts hätte, im Gegenteil, aber jeder <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Bruceploitation">Bruceploitation</a>-Titel ist mit zum abendlichen Biere mehr als Recht.</p>
<p>Um zum Haupt-Akteur zurückzukommen: Hier schlägt, hüpft und schreit sich Bruce Le durch den zugegeben dünnen, aber für dieses Subgenre fast schon überladenen Plot:</p>
<blockquote><p>In den 20er Jahren hatten die Japaner weite Teile Chinas besetzt. Der junge Shan ( Bruce Lee ) arbeitet als Geheimagent für General Hang Wo. Er wird von dem ehrgeizigen General nach Tientsin geschickt, wo er versuchen soll, Zugang zu den als geheim geltenden Aufmarschplänen der Japaner zu bekommen. Doch die gegnerische Seite weiß Bescheid, und schickt ihren besten Agenten, doch auch die eigene Seite schickt noch eine Agentin los . . .<br />
(Quelle: www.ofdb.de)</p></blockquote>
<p>&#160;</p>
<p>Diese Story bietet natürlich genug Möglichkeiten für unseren tapferen Recken, Nasen zu zertrümmern, Gliedmaßen zu brechen und rumzuschreien. <em>Kiaiiiiii!</em><br />
Und wenn nicht, dann springen einfach ein paar Bösewichter aus dem Gebüsch, während Shan aka. Bruce Lee aka. Bruce Le sich gerade in bester Mogli-Manier an der wäldlichen Natur erfreut und seinen Aggressionen an unschuldigem Gehölz freien Lauf lässt.</p>
<p><img height="181" alt="brucelee sdt03" src="http://angst46.files.wordpress.com/2008/06/brucelee-sdt03-1.jpg" width="400" /><img height="177" alt="brucelee sdt02" src="http://angst46.files.wordpress.com/2008/06/brucelee-sdt02.jpg" width="400" /><br />
<img height="172" alt="brucelee sdt04" src="http://angst46.files.wordpress.com/2008/06/brucelee-sdt04.jpg" width="400" /></p>
<p>Wo die auf einmal herkommen? Keine Ahnung. Interessiert aber auch keinen. Hauptsache es gibt ordentlich Dresche. Und von der bekommt man dann auch immer ne Menge zu sehen. Und man glaubt es kaum, aber das Ganze ist sogar ganz ansehnlich choreographiert.<br />
Gut, Mr. Le übertreibt's ein bisschen mit der Lee'schen Mimik, aber das ist man ja gewohnt.</p>
<p>Um noch mal auf die unserem Helden feindlich gesinnten Waldmenschen zurückzukommen: Nachdem die Vorhut ordnungsgemäß plattgemacht wurde, springt ein weiterer jedem Eastern-Fan bekannter Manne aus dem Unterholz: Bolo Yeung!<br />
Jawohl. Genau der. Der ist schon gegen den originalen Lee in "Enter The Dragon" angetreten.</p>
<p><img height="151" alt="brucelee sdt05" src="http://angst46.files.wordpress.com/2008/06/brucelee-sdt05.jpg" width="400" /></p>
<p>Tja, der Verlauf der "Story" ist nicht weiter erwähnenswert. Es gibt noch allerhand illustre Gegner, ausgequetschte Schlangen die Luftschlangen spucken und einen Showkampf, bei dem ein Ring vor schwarzem Hintergrund mit Publikumsaufnahmen gemischt wurde, da man sich wohl keinen "echten" Ring mit "echtem" Publikum leisten konnte.</p>
<p><a href="http://angst46.files.wordpress.com/2008/05/vlcsnap-632402.jpg"></a></p>
<p>Fazit:<br />
Fast schon eine Perle unter den unzähligen Vertretern dieses spaßigen Subgenres des Eastern, das mit Trash, Handkanten und <em>KIAIIIII!</em> überzeugen kann. Nicht der beste Bruceploitationer, aber für Interessierte durchaus einen Blick wert...</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[The Dragon Lives Again - บรูซ ลี ตะลุยนรก (1977, Law Kei)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/?p=171</link>
<pubDate>Tue, 06 May 2008 21:22:06 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/?p=171</guid>
<description><![CDATA[
หลังจากเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain01.jpg" alt="" /></p>
<p>หลังจากเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน ไปในวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1973 ขณะที่โลกกำลังร้องให้ ตัวของสุดยอดนักบู๊ บรูซ ลี กลับไปสร้างความแตกตื่นวุ่นวาย ให้กับอีกโลกอีกภพหนึ่ง นั้นก็คือโลกหลังความตาย !!!</p>
<p>The Dragon Lives Again หนังในแนว Bruceploitation หรือ หนังแนว บรูซ ลี ตัวปลอม ที่พกพาความบ้าครั้งชนิด คาดเดาไม่ถูก เมื่อหนังจับเอาบรูซ ลี ไปบู๊ในนรก ประจันบานกับ ดารา คนและดังจากโลกภาพยนตร์ทั้งจาก จีน ญี่ปุ่น และฮอลลีวูด อย่างสุดมัน (หรือสุดมั่ว)<!--more--></p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain11.jpg" alt="" /></p>
<p>หนังเปิดเรื่องเมื่อ วิญญานของ บรูซ ลี (บรูซ เหลียง หรือ เหลียงซิ่วหลง ที่แฟนๆ หนังรุ่นใหม่อาจจะคุ้นหน้า ของเขาเป็นพิเศษจากหนัง Kung Fu Hustle) ถูกลำเลียงมายังโลกหลังความตาย บรูซ ลี ยังคงปฏิบัติตัวไม่แตกต่างจากเมื่อสมัย อยู่ในโลกมนุษย์ หยิ่งทนง และยโสโอหัง บรูซ ลี ไม่ยี่หระ ต่อคำสั่งของ ยังพกอาวุธกระปองสองท่อน ทั้งๆ ที่เป็นกฏต้องห้าม รวมถึงส่งเสน่ห์ เจ้านรก แม้จะใช่พลังอำนาจ สร้างแผ่นดินใหญ่ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วนรก ก็ไม่สามารถสร้างความตะหนกอะไรให้กับเขาได้</p>
<p>บรูซ ลี สนใจต่อคำตัดสินของเจ้านรก เริ่มเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายโกลาหลที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่ โรงเตี๋ยมแห่งนรก เพื่อหาอะไรมารองท้อง กลับเจอความยุ่งยากครั้งใหม่ เมื่อบรูซ ลี เกิดไป กวนโมโหนักเลงท้องถิ่นเข้า ถ้าเป็นที่อื่นนี้คงเป็นเรื่องขนมๆ แต่นี้เป็นนรก</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain12.jpg" alt="" /></p>
<p>นักเลงที่ว่าก็ไม่เรียบง่ายธรรมดา แต่เป็น เจ้าบอดซามูไร ซาโตอิจิ เมื่อเกิดเรื่องเข้า เจ้าบอดเห็นท่าว่า บรูซ ลี คงไม่สามารถจัดการได้โดยง่าย จึงไปตามพวกอย่าง เจมส์ บอนด์ กับ The Man With No Name (ตัวละครของ คลิน อีสวูด จากไตรภาค คาวบอยสปาเก็ตตี้)</p>
<p>ลำพังคู่ต่อสู้ก็ยากที่จะต่อกรแล้ว ร่างของบรูซ ลี ยังไม่ได้ปรับสภาพโลกหลังความตาย จึงพ่ายแพ้ถูกทำร้าย จนบาดเจ็บสาหัส โชคดีได้รับการช่วยเหลือ จากท่านหมอ ฮั๋วโต๋ (จากสามก๊ก) หมอใจบุญผู้ช่วยเหลือคนในนรก ช่วยรักษาจนหายดี พร้อมกับช่วยตักเตือนบรูซ ลี ถึงการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain02.jpg" alt="" /></p>
<p>อีกด้านหนึ่ง พวกนักเลงแห่งนรก นอกจากสามหน่อที่ปรากฏตัวไปแล้ว พวกมันรวบบรรดาตัวแสบอย่าง ก็อดฟาเตอร์, เอมมานูแอล และ หมอผีเอ็กโซซิส (ที่ดูหน้าแล้วนึกถึงดาวตลกไทย ล้อต็อก มากกว่า) กำลังวางแผ่นยึดครองโลกหลังความตาย จากเจ้านรก โดยมีกำลังสำคัญคือ ผีดิบ แดร็กคูล่า ผู้ควบคุมกองทัพผีดิบ อันทรงพลัง</p>
<p>ฝ่ายบรูซ ลี ก็ปฏิบัติตัวใหม่ประพฤติตนให้มีประโยชน์ต่อสังคม เริ่มด้วยการจับผิดกลโกงของบ่อนนรก คืนเงินแก่ผู้ถูกหลอกลวง ที่สำคัญยังช่วยเหลือ เดชไอ้ด้วน ฟางกัง ที่ติดการพนันจนเป็นหนี้หัวโต ออกมาได้ บรูซ ลี เปิดสำนักมวยขึ้นในนรก เพื่อช่วยฝึกฝนให้เหล่าวิญญานอิสระป้องกันตัวเอง จากวิญญานอันถพาล และพวกเจ้าหน้าที่นรกจอมขูดรีด ได้</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain03.jpg" alt="" /></p>
<p>ฝ่ายเหล่าตัวร้ายแห่งนรกเริ่มดำเนินแผนการชั่วร้ายเลวทราม ที่ก่อนอื่น ต้องกำจัดขวากหนามอย่างบรุซ ลี ให้ได้เสียก่อน แต่ไม่ว่าจะ  ส่งมือดีไปกี่ตัว ก็ไม่สามารถจัดการกับบรูซ ลี ได้ ถูกเล่นงาน จนงอมพระรามกลับมาทุกตัวไป แม้กระทั่งสาวเซ็กอย่าง เอมมานูเอล จะใช้ลีลารักร้อนแรง เข้ายั่วยวนก็ไม่เป็นผล บรูซ ลีต้องต่อกรกับทั้ง พวกนักเลง</p>
<p>และก็รวมถึง บรรดาสาวๆ นางสนมของเจ้านรก ผู้หลงเสน่ห์ในความเป็นชาย ของพระเอกยอดนักสู้ ตั้งแต่ได้ดูหนังเรื่องแรกของเขา แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบรับ พวกนางกลับใส่ร้ายเขา แต่ก็ไม่เป็นผลเจ้านรกไม่หลงเชื่อตามนั้น แต่เป็นสาวดาวโป๊ แห่งหนังซอฟคอร์ระดับตำนานของตะวันตก อย่าง เอมมานูเอล ที่ล่อหลอกเจ้านรก ให้หลงเชื่อ และออกหมายจับบรูซ ลี ได้เป็นผลสำเร็จ เอมมานูเอล ยังพยายามจัดการเจ้านรกด้วยการ สังหารด้วยเซ็กที่เร็วเกินพิกัด !!! โชคดีที่ บรูซ ลี (ในมาดของ เคโต้ จาก Green Honet) เข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน ควมดีความชอบดังกล่าว ทำให้ เจ้านรกแต่งตั้ง บรูซ ลี เป็นบอร์ดีการ์ด คนใหม่</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain04.jpg" alt="" /></p>
<p>ถึงคราว บรูซ ลี จัดการกับบรรดานักเลงนรกไปทีละคร เริ่มจาก ซาโตอิจิ เจมส์ บอนด์ แดร็กคูล่า จนถึง Man With No Name จนตัวการใหญ่อย่าง เอ็กโซซิส และก็อดฟาเตอร์ ต้องออกโรง แถมซ้ำ เจ้านรกยังตลบหลัง ร่วมมือกับอดีตขุนนางกังฉินแห่งราชวงศ์ซ้อง ชินไคว้ ส่งกองทัพมัมมี หวังสังหารบรูซ ลี ขณะที่จอมยุทธด้วนฟางกัง ป๊อปอาย และหนุ่มน้อยกังฟู ไควจางเคน (ตัวละครของ เดวิด คาราดีน จากซีรี่ Kung Fu) ยืนอยู่ข้างพระเอกนักบู๊</p>
<p>The Dragon Lives Again นั้นเป็นทั้งหนัง Bruceploitation หรือหนังล้อเลียน Bruceploitation ไปในตัว หนังยั่วล้อ แนวทาง การหยิบยืมความโด่งดัง ของราชานักบู๊ผู้ล่วงลับ มาหากิน ที่เหล่านักทำหนังชาวฮ่องกง ทำออกมากันแบบไม่บันยะบันยัง ด้วยการสร้างเรื่องแบบเดียวกัน แต่ทวีความบ้าคลั่ง แต่ใส่ลีลาตลกล้อเลียน  ชี้ถึงความหลุดโลก ไต้ตรรกะ และไร้สาระ ของหนังแนวทาง Bruceploitation</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain06.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่ไปๆ มาๆ การล้อเลียน กลับไม่ได้เกิดผลอะไรมากมาย เพราะตัวหนัง The Dragon Lives Again เอง ก็ง่อย ไม่ได้แตกต่างอะไรจากหนังที่ตัวเองล้อเลียนเท่าไหร่นัก เข้าข่ายว่า ดูไม่ออกมาว่า ตัวหนังแกล้งทำโง่ หรือโง่เองตามธรรมชาติ กันแน่ ซึ่งก็เข้าทำนอง ว่าแต่เขาอีเหนาเป็นเอง อยู่ไม่น้อย หนังยังใส่ลีลาๆ ต่ำๆ ห่วยๆ แบบหนังเกรด 3 เข้ามาขายของอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตลกงี่เง่า และฉากนูดชวนสยิว ของชอบหนุ่มใหญ่หนุ่มน้อย</p>
<p>ดูจากภาพก็คงจะตัดสินใจไม่ยากนะครับ ว่าตัวหนังยังขาดความน่าเชื่อถือแบบรุนแรง ไม่ต้องไปใหนไกล แม้กระทั่งดาราที่มารับบท บรูซ ลี อย่าง บรูซ เหลียง ก็หน้าตาไม่ได้ใกลเคียงอะไรเลยกับต้นฉบับ เช่นเดียวกับดาราคนอื่นๆ ในเรื่อง ที่ทั้งหน้า ตา และเสื้อผ้า ที่มีความน่าเชื่อถือระดับ งานเลี้ยงแฟนซี วันโฮโลวีน ตัวละครบางตัวก็พอจะเหมือนอยู่บ้าง ขณะบางตัวห่างไกลอยู่หลายขุม และหลายตัวเรียกว่าถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่า เขาเหล่านั้นกำลังแต่งตัว และแสดงเป็นใครกันอยู่</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain07.jpg" alt="" /></p>
<p>ตัวละครบรูซ ลี ในเรื่องก็ออกแนวฮาๆ หนังพยายามใส่ความยะโส โอหัง ของบรูซ ลี ตัวจริงลงไปในตัวละครด้วย แถมหยิบยกท่า การต่อสู้มากจากหนังหลายๆ เรื่องของ บรูซ ลี ทั้ง Fist of Fury, Enter the Dragon, The Way of the Dragon รวมถึง Green hornet ด้วย</p>
<p>ซึ่งหนังก็คงกังวลว่าแฟนๆ หนังอาจจะจำท่าต่อสู่เหล่านี้ไม่ได้ ว่ามากจากหนังเรื่องอะไ่น จึงให้ บรูซ ลี ประกาศชีือหนัง ระหว่างต่อสู้ไปด้วย ที่บ้าบ่อที่สุดในฉากต่อสู้ก็คือ ไม้ตายลับของบรูซ ลี ที่ถูกเก็บซ้อนมานาน เป็นไม้ตายที่โจมตีศัตรู ด้วย "ขาที่สาม" ที่ซ้อนไว้ตรงหวางขาทั้งสอง พูดถึงคิวบู๊กันหน่อย เอาเข้าจริงๆ แล้วคิวบู๊ของหนัง นับว่าดีกว่าคิดเยอะเลย อาจจะไม่ได้มีจุดเด่น หรือฉากเด็ด อะไรมากมาย แต่นักแสดง ก็ถือว่ามีทักษะในฉากต่อสู้ดีทีเดียว โดยเฉพาะ บรูซ เหลียง พระเอกที่รับหน้าที่กำกับคิวบู๊ ด้วย นั้นเป็นดาราบู๊ที่ดีแต่ไม่ดังคนหนึ่งของยุค 70 เลย แต่อย่างว่านะครับ คิวบู๊ก็ถือว่า เดินไปตามทิศทางของหนัง คือเอาฮาเข้าว่า เพราะฉะนั้นไม่สามารถสร้างความ มัน หรือตื่นเต้น ได้แต่ประการใด</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain09.jpg" alt="" /></p>
<p>ก่อนฉากเปิดเรื่อง The Dragon Lives Again ขึ้นตัวหนังสือ แสดงความคารวะ และอุทิศหนังเรื่องนี้ให้กับเขา และแฟนของบรูซ ลี ทั่วโลก เมื่อประเมินตัวหนังทั้งเรื่อง แล้ว ก็ชวนให้คิดนะครับ ว่าจะขึ้นข้อความอย่างนั้นไปทำไมกัน ในเมื่อหนังไม่ได้ให้เกียรติอะไรบรูซ ลี เลย (ฮา) อาจจะไม่ถึงกับเอามาปู่ยีปู่ยำ แต่ก็เรียกได้ว่าหยิบ ราชานักบู๊มาเป็นตัวละคร นั้นเอง</p>
<p>ตัวหนังนั้นแทบจะไม่มีคุณค่าทางภาพยนตร์อะไรเลย คุณค่าต่อแฟนของบรูซ ลี หรือแฟนหนังกังฟู ก็แทบไม่ปรากฏ แต่ความบ้าบ่อ เหนือจริง และตลกแบบผิดที่ผิดทาง ก็ทำให้ The Dragon Lives Again ถูกจดจำมาถึงทุกวันนี้ และเป็นหนังที่ถึงถูกพูดถึงไปอีกนาน ในฐานะ หัวแถว (?) ของงานกลุ่ม Bruceploitation</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/dragonliveagain08.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits<br />
บริษัทผู้สร้าง - </strong>Golding Films (HK)<br />
<strong> กำกับ - </strong> Law Kei<br />
<strong> อำนวยการสร้าง - </strong>Alex Gouw<br />
<strong> เขียนบท - </strong> Ke Shek, Leung Wai<br />
<strong> กำกับคิวบู๊- </strong>Leung Siu-Lung<br />
<strong> แสดงนำ -</strong> Leung Siu-Lung, San Yat-Lung, Tan Ching, Eric Tsang, Alexander Grand</li>
<li><strong>Rating - </strong>2/5</li>
<li><strong>Note - </strong>ชื่อไทย "บรูซ ลี ตะลุยนรก" ผมตั้งเอง ครับ</li>
</ul>
<p><span style='text-align:center; display: block;'><object width='425' height='350'><param name='movie' value='http://www.youtube.com/v/RIW8OzS0ofI'></param><param name='wmode' value='transparent'></param><embed src='http://www.youtube.com/v/RIW8OzS0ofI&rel=0' type='application/x-shockwave-flash' wmode='transparent' width='425' height='350'></embed></object></span></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[The Clones of Bruce Lee (1977, Joseph Kong)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/?p=88</link>
<pubDate>Sun, 27 Apr 2008 00:08:10 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/?p=88</guid>
<description><![CDATA[
ในค่ำวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1973 รถพยาบาลน]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee01.jpg" alt="" /></p>
<p>ในค่ำวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1973 รถพยาบาลนำตัวร่างของชายผู้หนึ่งส่ง โรงพยาบาลฮ่องกงอย่างเร่งด่วน คนไข้เกิดโรงหัวใจล้มเหลว อย่างเร่งด้วน โดยไม่ทราบสาเหตุ น่าเสียดายการรักษาไม่อาจทำได้ เพราะเขาได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบายแล้ว สิ่งที่สร้างความแตกตื่นแก่หมอ และพยาบาล ก็คือ ชายดังกล่าวก็คือ "บรูซ ลี" หรือ "หลี่เสี่ยวหลง" ราชานักบู๊ขวัญใจ ของคนฮ่องกง ไม่สิของคนทั่งโลกนั่นเอง The Clones of Bruce Lee บอกเล่าถงเรื่องราวลึกลับ ที่ถูกปิดซ้อนไว้หลังจากความตาย อันยิ่งใหญ่ กลับซ้อนไว้ด้วยแผนการน่าสะพรึงกลัว <!--more--></p>
<p>ในเช้าวันรุ่งขึ้น ทางพยาบาลแจ้งข่าวแก่ สถานณีโทรทัศน์เพื่อกระจายข่าวใหญ่ นั้นคือสิ่งที่เรารู้กัน แต่เบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ถูกปกปิดมานาน โรงพยาบาลฮ่องกง มีสายสัมพันธ์ลับๆ กับทางหน่วยงานที่เรียกว่า SBI (Special Bureau of Investigations) ที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลอังกฤษ</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee10.jpg" alt="" /></p>
<p>พวกเขาได้ทำการลำเลียงร่างของ  บรูซ ลี  ไปยังห้องทดทองของ  "โปรเฟสเซอร์" (จอห์น เบนน์) เพื่อทำการ  โคลนนิ่ง ราชานักบู๊  ผู้เป็นสุดยอดฝีมือด้านศิลปะป้องกันตัว อันดับต้นๆ ของโลก ด้วยเหตุผลบางประการ</p>
<p>การทดลองประสบผลสำเร็จด้วยดี สำเร็จออกมาเป็นร่างโคลนของ บรูซ ลี ถึง 3 ร่างอันได้แก่ บรูซ วัน, บรูซ ทู และบรูซ ทรี ทั้งสามได้รับการ ฝึกฝนวิทยายุทธจากยอด ครูฝึก ที่ทางห้องทดลองจัดหามา ทั้งสามร่างโคลนสามารถฝึกฝน และเรียนรู้ยอดวิชาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ในที่สุด ก็ถึงเวลาที่  SBI  จะส่งทั้งสามไปปฏิบัติภาระกิจ ปราบปรามทรชน การกำจัดคนชั่วน ที่เปลือกนอกเป็นคนธรรมะธรรโม แต่เบื้องหลัง ประกอบกิจการ ผิดกฏหมายมากมาย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee02.jpg" alt="" /></p>
<p>ภาระกิจเป็นไปด้วยดี บรูซ วัน ได้รับมอบหมายให้ปลอมตัวเป็น "ดาราแอ็กชั่นเลียนแบบบรูซลี" (เอ้า งงกันเข้าไป) เพื่อแทรกซึมเข้าไปยัง กองถ่ายหนัง เจ้าพ่อคนหนึ่งที่ฉากหนังทำหนัง แต่ฉากหลังค้ายาเสพติดผิดกฏหมาย ส่วนบรูซ ทู และทรี ถูกส่งไปยัง กรุงเทพ เมืองไทย เพื่อกำจัดนักวิทยาศาสตร์บ้า "ดร.ไน" ผู้หวังครองโลก</p>
<p>นักวิทยาศาสตร์อย่าง ดร.ไน นั้นเต็มไปด้วยกลเม็ดเด็ดพลายมากมาย จนบรูซ วัน ต้องตามมาช่วย เพื่อนทั้งสอง แม้จะกำจัดเหล่าร้ายได้สำเร็จ บรูซ ลีโคลน ทั้งสามก็ยังไม่พ้นวิบากกรรม เมื่อโปรเฟสเซอร์ ที่สร้างพวกเขาขึ้นมา ได้เผยถึงเจตนา ที่แท้จริง ที่ต้องการเก็บร่างโคลนไว้เพียงหนึ่ง ทั้งสามต้องสู้กันด้วยคำสั่งของ โปรเฟสเซอร์</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee07.jpg" alt="" /></p>
<p>สองนางพยาบาลสาว ประจำห้องทดลอง อย่างแนนซี่ และแคทเทอรีน ไม่อาจทดเห็น ร่างโคลนต่อสู้กันเองได้จึง ช่วยเหลือ ปล๊ดล็อกคำสั่งได้สำคัญ บรูซ ลี ทั้งสามจึงได้รับอิสระภาพ แต่ต้องต่อกรกับบรรดา ครูฝึกจอมโหด ที่ถูกส่งมาจัดการพวกเขา (ครูฝึกสุดโหด แสดงโดย เจียงเต๋า ดาราดาวร้าย จากชอว์บราเดอร์ และโบโล หยัง ชายงามฮ่องกง) และมนุษย์ทดลองสุดแกร่ง อาวุธสุดท้ายของดอกเตอร์</p>
<p>The Clones of Bruce Lee นั้นเป็นหนังในขบวนรถไฟ บรูซ ลี โดยการรวบรวมดาราเลียนแบบบรูซ ลี หลายคนไม่ว่าจะเป็น บรูซ ไล, บรูซ เล่อ, บรูซ ไทย และ ดราก้อน ลี มาร่วมกันทำหนังล้อเลียนกระแสหนังโคลนิ่ง บรูซ ลี ด้วยการทำหนังที่ว่าด้วยการโคลนนิ่ง บรูซ ลีเองซะเลย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee03.jpg" alt="" /></p>
<p>แน่นอนว่าหนังมี บรูซ ลี ตัวปลอม รวมถึงท่าทาง เสียงร้องแบบ ท่าทาง แบบบรูซ ลี ให้ดูกันมากมาย เรียกว่าเอากันจนเบื่อไป ข้างนึงเลย ดาราทีเลือกมาแสดง ก็เรียกว่าเหมือนมั่ง ไม่เหมือนมั่ง ก็ทนๆ กันไปละนะครับ คนที่เด่นกว่าเพื่อนน่าจะเป็น ดราก้อน ลี ที่รับบท บรูซ วัน ส่วน บรูซ เล่อ นั้นนอกจากจะแสดงแล้วยัง กำกับคิวบู๊ด้วย</p>
<p>อ่านจากเรื่องย่อ และดูภาพจากหนังแล้ว ท่านคาดเดาไม่ผิดหรอกครับ หนังง่อยกระรอกอย่างที่คิดจริงๆ คิวบู๊นั้นพอถูไถ นักแสดงแอ็กชั่นทั้งหลาย พอจะแสดงออกให้เห็นว่ามีพื้นฐานด้า้นนี้อยู่พอสมควร แต่หนังเข้าใจว่าถ่ายทำกันอย่างสุขเอาเผากัน คิวบู๊ในหนังจึง ถูกออกแบบอย่างลวกๆ ซ้ำซากจำแจดูแล้วชวนน่าเบื่ออยู่พอสมควร ที่พอจะสนุกก็น่าจะเป็นฉากสุดท้าย ที่สามบรูซ ลี ต่อกรกับสามครูฝึก</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee05.jpg" alt="" /></p>
<p>และแน่นอนการเดินทางมาถ่ายทำถึงประเทศไทย ก็คงเพื่อสาเหตุง่ายอย่าง หาดทราย สายลม และนมสาว ตามสไตล์หนังเกรดบี ที่ถ้าไม่ความนรุนแรง ก็เซ็ก ซึ่งหนังก็ไม่ได้เลยเถิดไปถึงขั้นหนังโป๊เปลือยอะไรทำนองนั้น มีให้ดูก็แค่สาวๆ เปลือยออกกันให้ดูเป็นอาหารตา เล็กๆ ฉากสองฉาก เท่านั้น ไม่ได้มีฉากทางเพศอะไรเกินเลยไปกว่านั้น</p>
<p>หนังยังใส่องค์ประกอบแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ เข้าไปด้วย นอกจากการโคลนนิ่งบรูซ ลี ห้องทดลองสุด "ไฮเทค" อาวุธเลเซอร์ แล้วยังมี ศัตรูคู่ปรับอย่าง "มนุษย์เงินมนุษย์ทอง" สิ่งประดิษย์ของนักวิทยาศาสตร์ชั่ว ผู้เปลี่ยนคนธรรมดา ให้กลายเป็นปีศาจผิวโลหะ ด้วยนำยาพิเศษ แน่นอนนำมาซึ่งเสียงเนื้อกระแทกเหล็ก ตามแบบหนังจีน (ใครนึกไม่ออก คิดถึง "18 มนุษย์ทองคำดูครับ") ฉากที่ว่านี้กลับนำมาซึ่งฉากสะเทือนใจของเรื่อง เมื่อครอบครัวคนไทย ต้องเห็นพ่อ และสามี ของตัว ในสภาพปีศาเงิน (หรือ ตาลุงใส่กางเกงในตัวเดียว ทาตัวเลื่อม) ถูกบรูซ ลี สังหาร</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee08.jpg" alt="" /></p>
<p>ก็คงไม่ต้องฟันธงอะไรกันให้มากความถึงความห่วยของหนัง การถ่ายทำก็เรียกได้ว่าทำกับแบบชุ่ยๆ ดาราหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นบรูซ ลีทั้งสาม หรือบรูซ ลี กลับโปรเฟสเซอร์ ก็เข้าใจว่าถ่ายทำส่วนของแต่ละฝ่ายแยกกันไป ไม่ค่อยได้อยู่ร่วมฉาก ร่วมแฟรมกันเท่าไหร่ องค์ประกอบพื้นฐาน อย่างการแสดง งานสร้าง อะไรพวกนี้ ไม่ต้องถามถึง สุกเอาเผากันกันไปวันๆ</p>
<p>แม้หนังจะมีคุณภาพต่ำเตี้ยติดดินอย่างไรก็ตาม เมื่อเอามาดูกัน พ.ศ. นี้หนังกลับสร้างความบันเทิงได้ อยู่พอสมควร หนังดุสนุกแบบเหลือเชื่อ องค์ประกอบหลากหลาย ทั้งบรูซลี และเรื่องไซไฟ เข้ากันได้แบบประหลาด หนังสามารถให้ความบันเทิง ได้พอสมควรเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความฮา ที่มีมาให้กันแบบเต็มๆ เลย เรียกว่า ห่วยจนได้ดีก็พอได้</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/05/cloneblee06.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits<br />
บริษัทผู้สร้าง - </strong>Shaw Brothers<br />
<strong> กำกับ - </strong> Joseph Kong<br />
<strong> อำนวยการสร้าง - </strong>Dick Randall, Chang Tsung Lung<br />
<strong> แสดงนำ -</strong> Bruce Le, Dragon Lee, Bruce Lai, Bruce Thai, Bolo Yeung, John Benn, Bruce Liang,</li>
<li><strong>Rating - </strong>1.5/5</li>
</ul>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Skinny Tiger and Fatty Dragon - เสือผอม มังกรอ้วน (1990, Lau Kar-Wing)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/?p=119</link>
<pubDate>Sat, 12 Apr 2008 18:10:11 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/?p=119</guid>
<description><![CDATA[
Skinny Tiger and Fatty Dragon หรือชื่อไทย เสือผอม มังก]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon02.jpg" alt="" /></p>
<p>Skinny Tiger and Fatty Dragon หรือชื่อไทย เสือผอม มังกรอ้วน หนังแอ็กชั่นตลก ว่าด้วยตำรวจจับโจรอีกเรื่อง ที่นำแสดงโดยหงจินเป่า แท้จริงแล้วนี้เป็นงานอีกเรื่องของ พ่อหนุ่มร่างอวบที่อยู่ในหมวด "ไม่ควรพลาด" ทั้งคิวบู๊ระดับเทพ เนื้อเรื่องตลกบ้าบอสไตล์ฮ่องกง และที่สำคัญนี้เป็นงานชิ้นสุดท้ายของ หงจินเป่า และอีกสอง เพื่อนซี้ ของเขา สามคู่หูแห่งวงการหนังกังฟู ที่ทุกคนจะไม่มีวันลืม<!--more--></p>
<p>ถ้าพูดถึงหงจินเป่า อีกสองชื่อที่ต้องติดตามมาก็คือ เฉินหลง และหยวนเปียว แต่ในความเป็นจริงหงจินเป่ายังมีเพื่อนซี้อีกสองหน่อ ที่สร้างชื่อด้วยกันมา ในช่วงเริ่มไต้เต้ากับอาชีพนักแสดง ระดับตัวนำหงจินเป่าแสดงหนังหลากหลายทั้งทางไต้หวัน และฮ่องกง เมื่อเริ่มสร้างชื่อได้ในฐานะดารานำ พระเอกร่างท้วมจึงคิดการใหญ่ ก่อตั้งบริษัทสร้างหนังเป็นของตัวเอง โดยมีเพื่อนร่วมขวบการอีกสองคน อย่าง หลิวเจียหยง และเม๊าะเจียะ</p>
<p>แต่ละครมีพื้นฐานความถนัด ที่แตกต่างกันไป หงจินเป่า ฝึกการแสดงงิ้วผาดโผนมาตั้งแต่เด็ก หลิวเจียหยงเป็นลูกชายของครูมวยชื่อดัง ส่วนเม๊าะเจียเป็นนักเขียนบท ที่มีเชียวชาญอยู่กับการเขียนบทตลก สามหนุ่มร่วมกันก่อตั้งบริษัท Gar Bo Motion Picture Company ในปี Gar เอามาจากเชื่อของ เม๊าะเจีย (Ma<strong>ka</strong>) และ หลิวเจียหลง (Lau <strong>Kar</strong>-Wing) ส่วน Bo ก็มาจากชื่อของ หงจินเป่า (Sammo Hung Kam <strong>Bo</strong>)</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon09.jpg" alt="" /></p>
<p>บริษัท Gar Bo Motion Picture Company เปิดดำเนินการในปี 1978 สามหนุ่มก็ช่วยกันทั้งแสดง กำกับ และดูแลคิวบู๊ โดยได้เพื่อนๆ ฝูงๆ อีกหลายคน ไม่ว่าจะเปีน หวงไปหมิง ซื่อเทียน หรือรุ่นน้อง อย่าง หยวนเปียว, หลินเจิ้งอิง มาร่วมงาน</p>
<p>ผลงานประเดิมบริษัทคือ หนังเรื่อง Dirty Tiger, Crazy Frog เป็นหนังในแนวกังฟูตลก ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนกระทั่งมีผลงานในแนวทางเดียวกันออกมาอีกเรื่องในปีต่อมา ซึ่งหนังเรื่อง The Odd Couple ผลงานลำดับที่สอง ยิ่งประสบความสำเร็จ เหนือชั้นขี้นไปอีก หนังยังยืนพื้นตลกกังฟู เช่นเดิม แต่เพิ่มสีสรรค์ และมุขต่างๆ เข้าไปอีก โดยเฉพาะิอย่างยิ่งการโชว์ ฉากต่อสู้ด้วยอาวุธที่ำทำออกมาได้อย่าง น่าทึ่ง</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon08.jpg" alt="" /></p>
<p>หลังจากมีผลงานยอดเยี่ยมอยู่ถึงสองเรื่อง น่าเสียดายที่ Gar Bo Motion Picture Company ก็ยุติบทบาทไปในปี 1979 นั้นเอง หงจินเป่าเข้าทำงานกับ Golden Harvest อย่างเต็มตัว ขณะที่เม๊าะเจี่ยก็ร่วมกับเพื่อนฝูงดาราตลก และนักเขียนบท เปิดบริษัท Cinema City บริษัทผลิตหนังที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค 80 ที่เม๊าะเจียะเองมีบทบาทสำคัญทั้งเบื้องหลัง และเบื้องหน้ากับบทบาทการแสดงในหนังชุด Aces Go Places (เก่งกับเฮง) ด้านหลิวเจียงหยง ก็ยังคงรักษาสถานภาพณ์ มือปืนรับจ้าง ที่ทำงานกับทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็นกำกับ คิวบู๊ หรือแสดง</p>
<p>จนกระทั่งในปี 1990 ทั้งสามเพื่อนซี้ได้มีโอกาศกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ในช่วงที่สถานการณ์ของบริษัท Cinema City เริ่มใกล้ปิดตัว จากภาวะหนังขาดทุนติดต่อกันหลายเรื่อง (โดยเฉพาะ Undeclared War หนังหวังตลาดตะวันตกที่กำกับโดยริงโก้ แลม ที่ดึงดาราจางฮอลลีวูดมาร่วมแสดง เจ๊งแบบมโหฬาล ขายไม่ออกทั้งในฮ่องกง และนอกฮ่องกง เปิดเหตุให้ Cinema City ต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเศร้า) ทางบริษัทอย่างจะผิดหนังง่ายๆ เร็วๆ ออกมากู้สถานการณ์ซักเรื่อง จึงคิดรื่อฟื้นหนังตำรวจ แอ็กชั่น ตลกภาคต่อ ชุด Tiger On Beat (โหดทะลุแดด)</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon01.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่ไปๆ มาๆ ไม่สามารถดึงตัว บุคลากรเก่าๆ จากสองภาคแรกทั้ง โจวเหวินฟะ หลี่ซิวเสียน หลี่หยวนป้า มาได้เลย เม๊าะเจียะ ปรับแผน เปลี่ยนเป็นการสร้างหนังแนวใกล้เคียงกัน แต่คิดเนื้อเรื่องขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยติดต่อให้ อดีตเพื่อนซี้ทั้ง ในอดีตอย่าง กลับมร่วมงานกันอีกครั้งเกิดเป็นงานที่ชื่อว่า Skinny Tiger and Fatty Dragon ขึ้นมา โดยมอบหมายให้หลิวเจียหยง กำกับ และทั้งสามร่วมกันแสดงในบทนำ</p>
<p>เนื้อเรื่องของหนังนั้นจัดว่าเรียบๆ ง่ายๆ เดินตามรอย แนวทางหนังสองตำรวจคู่หู หนึ่งเจ้าเล่ห์เอาชนะด้วยปัญญา หนึ่งซื่อบื่อเอาชนะด้วยกำลัง ทั้งสองต้องผสานความต่าง ร่วมมือกันทำงานเพื่อชัยชนะ ต่อศัตรู หนังเปิดเรื่องด้วยการแนะนำ ผู้หมวดอ้วน (หงจินเป่า ) ผู้เก่งกาจในทางบู๊ และผู้หมวดโล้น (เม๊าะเจียะ) ผู้เก่งกาจในทางบุ๋น</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon05.jpg" alt="" /></p>
<p>สองคู่หูร่วมมือทำคดี กันในการเอาผิด อาญากรเจ้าพ่อมาเฟียตัวเอ้ (หลิวเจียหยง) การดำเนินเรื่องของหนังนั้นก็ต้องยอมรับว่า เรื่อยเปื่อยอยู่พอสมควร หนังกระจัดกระจายไปด้วยฉากสืบสวนสอบสวน หาพยานหลักฐาน ปกป้องพยานคนสวย (หนังเรื่องแรกของ อู๋เจียลี่) สลับกับฉากบู๊กับเหล่าร้าย และฉากตลกโปกฮาไปตามเรื่อง</p>
<p>สองตำรวจคู่หูทำงานจนล้ำเส้น ถูกขั้นโดนตำหนิต่อว่าจากผู้บังคับบัญชา เมื่อทำดีไม่ได้ดี กลับถูกกดดันจากพวกเดียวกันเอง พ่ออ้วน กับพ่อโล้น จึงตัดสินใจ ลาออกจากงานตำรวจ ย้ายไปอยู่สิงคโปร์ และเปิดกิจการร้านคาราโอเกะ (เฮ้ย !!! ... เลยเถิดไปไกลเลยนั้น)</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon07.jpg" alt="" /></p>
<p>ฟังดูมั่วๆ นะครับ แต่จริงแล้วมันก็มีเหตุผลรองรับอยู่เหมือนกัน หนัง Skinny Tiger and Fatty Dragon นั้นได้รับเงินทุนบางส่วน จากบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ โดยหนึ่งในเงื่อนไขที่พ่วงเข้ามาก็คือ หนังต้องยกกอง มาถ่ายทำกันในในสิงคโปร์ด้วย จุดประสงก็คง เพื่อโปรโมทการท้องเทียวในประเทศ ในหนังจึง มีทั้งฉากสองพระเอกควงสาวเที่ยวเรือสำราญ และดิ้นกันในดิสโก้เทค สุดทัยสมัย ชนิดดูไปก็ยังงงไปว่ามาได้ไง</p>
<p>ก่อนที่จะออกทะเลไปมากกว่า หนังก็พาเรื่องวกกลับมาหาเนื้อหาหลักอีกครั้ง พวกวายร้ายยังคงจ้องตามราวีไม่เลิก ส่งมือสังหารสาวประเภทสอง (แน่นอนว่า จากเมืองไทย) มาลอบทำร้าย และจับพยานสาวคนสวยเป็นตัวประกัน วิธีเดียวที่จะหยุดยั้งความอหังการ ของเจ้าพ่อตัวแสบได ก็คือ ลุยซึ่งหน้า ซัดกันด้วย หมัด ฟันด้วยมีด กันไปเลย</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon04.jpg" alt="" /></p>
<p>Skinny Tiger and Fatty Dragon ก็คือว่าเป็นหนังตลก แอ็กชั่นฮ่องกงเรื่องหนึ่งนะครับ ทั้งมุขตลก และการดำเนินเรื่อง มาดูยุคนี้ก็ถือว่าเชยไปไม่น้อยแล้ว แต่ในยุคนั้น มุขตลกถือว่าเป็นจุดขายสำคัญในประเทศยิ่งกว่าฉากบู๊ซะอีก ถึงขั้นที่ว่า ในตอนทำหนังเสร็จ เม๊าะเจียะ ต้องลงมากำกับเพิ่ม ในฉากถ่ายซ้อมเพื่อเพิ่มมุกตลก กันเลยทีเดียว</p>
<p>การดำเนินเรื่องขอวหนังอาจจะดูมั่วๆ ไปบ้าง แต่ภาคบู๊สุดยอด แบบมือไม่ตกเช่นเคย ช่วงนั้นหนังตำรวจแอ็กชั่นของฮ่องกง ได้รับอิทธิพลจาก Police Story (วิ่งสู้ฟัด) ที่เน้นคิวบู๊ประเภท ฉากสตั้นโชว์ความสามารถในการเจ็บตัว และความวินาสสันตโร กันเป็นส่วนใหญ่ แต่ Skinny Tiger and Fatty Dragon กลับยินดีที่จะเน้นคิวบู๊ตัวต่อตัว การต่อสู้ด้วยมือ หรืออาวุธสั้น และยาว อย่างพลอง หรือมีด เรียกว่าชวนให้สงสัยกันไปเลยว่า ทั้งตำรวจ ทั้งมาเฟีย เอาปืนไปไว้ไหนกันหมด</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon06.jpg" alt="" /></p>
<p>ถึงแม้หนังจะมีดารา และผู้กำกับอย่าง เป็นยอดผู้กำกับคิวบู๊แห่งวงการ แต่ทั้งสองกลับเลือก ที่จะมอบตำแหน่งผู้กำกับคิวบู๊ ให้กับเด็กหนุ่มหน้าใหม่ไร้ชื่อเสียง ไร้เครดิต (ในช่วงเวลานั้น) อย่างหงหยันหยัน และฉีเป่าหัว (Ridley Tsui)  รับหน้าที่ไป ทั้งสองคนอาจจะม่ได้มีชื่อเสียงโด่งด่ง ประสบการณ์ก็ไม่มาก อาุยุอยู่แค่ยี่สิบต้นๆ เท่านั้น แต่ฝีมือนั้นไม่ธรรดา หงหยันหยัน (ที่หลายๆ คนอาจคุ้นเคยเขา ในบท "ตีฝีเจ็ด" ในหนังชุดหวงเฟยหง) ถนัดกับมวยจีนแบบเก่า ขณะนั้นอยู่ในทีมของ ปรมจารย์หลิวเจียเหลียง ซึ่งหลิวเจียหยง ชื่นชมในฝีมือ และขอยืมตัวมาช่วย ส่วน ฉีเป่าหัว ร่ำเรีียนมาทางงิ้ว และศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่</p>
<p>ทั้งสองก็ไม่ทำให้ทั้งคนดู และสองปรมจารย์ อย่างหลิวเจียหยง หงจินเป่า ต้องผิดหวัง ช่วยกันสร้าง ออกแบบ รวมถึงร่วมแสดงในบท ตัวประกอบรับหมัดรับเท้า ในฉากบู๊ที่ทั้งสนุก และหลากหลาย หงจินเป่าได้มีโอากส ล้อเลียน (และบูชา) ราชานักบู๊บรูซ ลี อีกครั้ง (หลังจากเคยทำหนังล้อเฮียบรูซแบบเต็มๆ มาแล้วในชื่อว่า Enter The Fat Dragon) ทั้งการแผดเสียงแหลม ปั้นหน้ากวน และลีลาต้อยหนัก แตะสูง แบบบรูซ ลีที่เราคุ้นเคยกัน หงจินเป่า พิสูจน์ให้เห็นนว่า ถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะห่างกันคนละโลก แต่หงจินเป่าเป็นหนึ่งใน นักแสดงกลุ่ม Bruceploitation (เลียนแบบบรูซ ลี) ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา</p>
<p><span style='text-align:center; display: block;'><object width='425' height='350'><param name='movie' value='http://www.youtube.com/v/m8d9f4XeEm8'></param><param name='wmode' value='transparent'></param><embed src='http://www.youtube.com/v/m8d9f4XeEm8&rel=0' type='application/x-shockwave-flash' wmode='transparent' width='425' height='350'></embed></object></span></p>
<p>Skinny Tiger and Fatty Dragon ยังมีฉากต่อสู้ด้วยอาวุธที่ยอดเยี่ยม หงจินเเป่าโชว์การใช้อาวุธทั้งกระบองสั้นคู่ กระบองสองท่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีดคู่ ที่ทั้งหงจินเป่า และหลิวเจียหลงดวลกันชนิดมันหยด ทั้งไวทั้งพริว เรียกว่าในหมู่มวลหนังที่มีฉากหนังสมัยใหม่ด้วยกัน Skinny Tiger and Fatty Dragon น่าจะเป็นหนังประเภท "ด้วยอาวุธ" ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลย ฉากการดวลมีดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ คิวบู๊ท้ายเรื่องที่กินเวลาหลายนาที โชว์คิวบู๊ที่หลากลาย ทั้งสตั้นเจ็บตัว ฉากตลุมบอล ดวลหมัดเท้า และฟาดฟันกันด้วยอาวุธอย่างที่กล่าวไปแล้ว นับเป็นฉากที่เยี่ยม โดดเด่นเป็นพิเศษ ช่วยฉุดภาพรวมของหนังให้ดูดีขึ้นาด้วยอย่างเหลือเชื่อ เรียกว่ารอฉากนี้ฉากด้วยก็คุ้มแล้วนะครับ (ดูคิวบู๊สุดท้ายของ หนังได้ที่ Clip Youtube ด้านบทครับ)</p>
<p>ควาามลงตัวหลายๆ อย่างของ Skinny Tiger and Fatty Dragon อาจจะเทียบงานแบบเดียวกันในช่วงนั้น (โดยเฉพาะวิ่งสู้ฟัด) ไม่ได้ แต่ก็ยังเป็นงานที่น่าดูอยู่ดี โดยเฉพาะภาคบู๊ของหนังที่ทำออกมาได้อย่างสุดยอด หนังยังเป็นงานในยุคท้ายๆ ของทั้งสาม เป็หนังเรื่องท้ายๆ ที่เม๊าะเจียะสร้าง เป็นงานกำกับเรื่องสุดท้ายหลิวเจียหยง และน่าจะเรียกได้ว่า Skinny Tiger and Fatty Dragon เป็นหนังเรื่องสุดท้าย ที่สภาพร่างกาย ตลอดจนความฟิต รูปลักษณ์แห่งความหนุ่ม (ใหญ่) ของพระเอกนักบู๊ทั้งสอง อย่าง หงจินเป่า และหลิวเจียหลง ยังคงพร้อมสมบูรณ์แบบอยู่ ก่อนที่วัยจะมากขึ้น ในช่วงเวลาอีกไม่นานหลังจากนั้น</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/005/fattydragon10.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits<br />
บริษัทผู้สร้าง - </strong>Cinema Capital Entertainments Ltd.<br />
<strong> กำกับ - </strong> Lau Kar-Wing<br />
<strong> บริษัทจัดจำหนาย - </strong> Golden Princess Amusement Co., Ltd. (Hong Kong)<br />
<strong> อำนวยการสร้าง - </strong>Wellington Fung Wing, Andrew Yau, Deng-Hon<br />
<strong> บทภาพยนตร์ - </strong> Chang Gwok-Tsz<br />
<strong> กำกับภาพ - </strong>Gray Hoh Bo-Yiu<br />
<strong> ตัดต่อ -</strong>Wong Ming-Lam<br />
<strong> ดนตรีประกอบ - </strong>Richard Lo Sai-Kit<br />
<strong> กำกับศิลป์ - </strong>Jassie Lam Chak-Chi<br />
<strong> ออกแบบเครื่องแต่งกาย - </strong>Lam Pooi-Yee, Poon An-Ying<br />
<strong> แต่งหน้า ทำผม - </strong>Wong Lai-Kuen<br />
<strong> กำกับคิวบู๊ - </strong>Ridley Tsui Bo-Wah, Hung Yan-Yang<br />
<strong> แสดงนำ -</strong> Sammo Hung Kam Bo, Karl Maka, Carrie Ng Kar Lai, Wanda Yung Wai Tak, Lau Kar Wing, Lung Ming Yan, Wu Fung, Cutie Mui Siu Wai, Ni Kuang, Mark Houghton, Hung Yan Yan, Max Kasimsky, Brad Kerner, Kong Long, Lo Hung, Jackson Ng Yuk Su, Sin Ho Ying, Tai Bo, Ridley Tsui Po Wah, Gabriel Wong Yat San</li>
<li><strong>Thailand Distribution - </strong> ชื่อไทยในการเข้าฉายคือ "เสือผอม มังกรอ้วน"</li>
<li><strong>Related and Recommendations</strong> - Dirty Tiger Crazy Frog (1978), The Odd Couple (1979)</li>
<li><strong>Rating - </strong>4/5</li>
</ul>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[The Last Fist Of Fury 最後의 精武門 1977]]></title>
<link>http://masterleemovies.wordpress.com/2007/11/08/the-last-fist-of-fury-%e6%9c%80%e5%be%8c%ec%9d%98-%e7%b2%be%e6%ad%a6%e9%96%80-1977/</link>
<pubDate>Thu, 08 Nov 2007 13:55:23 +0000</pubDate>
<dc:creator>masterlymasterlee</dc:creator>
<guid>http://masterleemovies.wordpress.com/2007/11/08/the-last-fist-of-fury-%e6%9c%80%e5%be%8c%ec%9d%98-%e7%b2%be%e6%ad%a6%e9%96%80-1977/</guid>
<description><![CDATA[Here is a treat. An authentic Dragon Lee movie! Starring Dragon Lee 巨龍 거룡, whose Bruce Lee i]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://masterleemovies.wordpress.com/files/2007/11/lastfist.jpg" title="lastfist.jpg"><img src="http://masterleemovies.wordpress.com/files/2007/11/lastfist.thumbnail.jpg" alt="lastfist.jpg" align="left" hspace="5" vspace="5" /></a>Here is a treat. An authentic Dragon Lee movie! Starring Dragon Lee 巨龍 거룡, whose Bruce Lee impersonation is so perfect it borders on the surreal. Bruceploitation at its best, it is hard to tell that this was originally a Korean movie. The original version is lost,<!--more--> so we have to make do with the dubbed version(s). Dragon Lee starred in a number of Bruceploitation movies in the late seventies to eighties, mainly co-productions with Hong Kong companies. He truly looks like Bruce Lee, although slightly bloated, and his mimicry of Bruce Lee's moves is superb. <i>The Last Fist Of Fury </i>(also known under at least ten other titles of which reputedly <i>Dragon Lee Does Dallas </i>is one; one wonders) is a simple Dragon Lee vehicle. He comes to town to avenge the death of a friend, the owner of the Cheongmu martial arts school in the title. The story is set in China, although the actors don't take the dress code very seriously. It is furthermore set against the background of the Japanese occupation, as Dragon is forced to take on Hitler lookalike Yoshika (played by Dragon Lee side kick Choi Min Kyu), the local Japanese commander who can't fight his way out of a wet paper bag, but nonetheless is feared by all. When he is finally beaten by Dragon, enter the real villain, überbaddie Gruber, son of a Japanese mother and German father and hence twice as dangerous and evil as Yoshika (well, his goatee was a dead giveaway I guess). <a href="http://masterleemovies.wordpress.com/files/2007/11/dragon-lee.jpg" title="dragon-lee.jpg"><img src="http://masterleemovies.wordpress.com/files/2007/11/dragon-lee.thumbnail.jpg" alt="dragon-lee.jpg" align="right" hspace="5" vspace="5" /></a>Much of the fighting is really quite bad, the rest is old school Kung Fu, but Dragon Lee looks fabulous and fabulously funny. The dubbing has the (unintended) effect of making the dialogs even worse than they originally must have been. Throw in a white ninja, consequent over-the-top acting and fighting, literally incredible special effects, bad decors and worse costumes, and actors that take themselves very seriously and you get a very, very funny and sympathetic movie. There are so many strange and intriguing things about this movie: the weird synthesizer soundtrack, the sometimes startlingly original weaponry, the indiscriminate mix of Chinese and Korean martial arts and uniforms, the Nazi-like paraphernalia of the bad guys. It's just great fun and you don't get them more pulpy than this one.</p>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
