<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>เรื่องเก่า &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/เรื่องเก่า/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "เรื่องเก่า"</description>
	<pubDate>Wed, 08 Oct 2008 11:38:11 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[Nada Sou Sou รักแรก รักเธอ รักเดียว]]></title>
<link>http://doktup.wordpress.com/?p=49</link>
<pubDate>Fri, 11 Jul 2008 15:32:36 +0000</pubDate>
<dc:creator>ดอกธูป</dc:creator>
<guid>http://doktup.th.wordpress.com/2008/07/11/nada-sou-sou/</guid>
<description><![CDATA[Tears for You
&#8220;เด็กผู้ชายคนหนึ่งให้สัญญาก]]></description>
<content:encoded><![CDATA[[wp_caption id="attachment_51" align="alignleft" width="214" caption="Tears for You"]<a href="http://doktup.files.wordpress.com/2008/07/11919374041.jpg"><img src="http://doktup.wordpress.com/files/2008/07/11919374041.jpg?w=214" alt="Tears for You" width="214" height="300" class="size-medium wp-image-51" /></a>[/wp_caption]<br />
"เด็กผู้ชายคนหนึ่งให้สัญญากับแม่ที่กำลังจะตายว่า เขาจะดูแลน้องสาวอย่างดีที่สุด แต่ความรักระหว่างเขาและน้องสาวกลับเติบโตจนแข็งแกร่งและลึกซึ้งเกินคำว่าพี่น้อง"</p>
<p><strong>Nada Sou Sou (นาดา โซวโซว) เป็นภาษาพื้นเมืองของโอกินาว่า แปลว่า "น้ำตาไหลริน" </strong></p>
<p><strong>เปิดฉากที่</strong> ชายหนุ่มอายุ 20 ปี "โยตารุ อารากากิ" (ซาโตชิ ทสึมาบุกิ) หรือ "โยตะ" ผู้ขยัน อัถยาศัยดี ร่าเริ่ง สมวัย ทำงานส่งของในตลาดสด แห่งหนึ่งของ "โอกินาวา"<br />
จนทำให้ คนในตลาดสงสัยว่าทำไม วันนี้ "โยตะ" ตื่นเต้น อะไร อารมย์ดีทั้งวัน..</p>
<p>จนป้าแผงขายผักต้องทักว่า "โยตะ" วันนี้มีนัดสาวหรือเปล่า อารมย์ดี ทั้งวันเลย .. </p>
<p><strong>"โยตะ"   บอกไปว่าผมนัดน้องสาว เธอจะมาเรียนที่นี่ ..... วันนี้ผมจะไปรับเธอที่ท่่าเรือ .....</strong></p>
<p>โยตะมีน้องสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นน้องเลี้ยง ชื่อ “คาโอรุ” (มาซามิ นางาซาว่า) พวกเขาอาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆที่ไกลออกมาจากโอกินาว่าแผ่นดินใหญ่</p>
<p>[wp_caption id="attachment_52" align="aligncenter" width="510" caption="Tears for You"]<a href="http://None"><img src="http://doktup.wordpress.com/files/2008/07/cats1.jpg" alt="Tears for You" width="510" height="92" class="size-full wp-image-52" /></a>[/wp_caption]
<blockquote><p>โยตะเจอคาโอรุครั้งแรกตอนที่เธออายุ 3 ขวบ ส่วนตัวเขาอายุ 8 ขวบ แม่ของโยตะ (เคียวโกะ โคอิซุมิ)<br />
แต่งงานใหม่กับนักดนตรีคนหนึ่งที่มีลูกติดคือ คาโอรุ โยตะไม่เคยคิดเลยว่านักดนตรีคนนี้จะทิ้งพวกเขาไปในเวลาอันสั้น<br />
และแม่จะมีชีวิตอยู่กับเขาอีกไม่นาน ก่อนแม่จะสิ้นใจ โยตะยืนอยู่ข้างเตียงแม่และให้สัญญาว่าจะดูแลคาโอรุอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ "โยตะ" จะร้องแม่ยังบอกว่าให้ "โยตะ" ปีบจมูกเพื่อความความรู้สึกอักอั้นหายไป และจะไม่ร้อง และแน่นอน "โยตะ" เอาเรื่องนี้ไปบอก "คาโอรุ" ด้วย</p></blockquote>
[wp_caption id="attachment_53" align="alignnone" width="510" caption="xc"]<a href="http://doktup.files.wordpress.com/2008/07/cats2.jpg"><img src="http://doktup.wordpress.com/files/2008/07/cats2.jpg" alt="xc" width="510" height="89" class="size-full wp-image-53" /></a>[/wp_caption]
<p>ตลอดระยะเวลา 16 ปี "โยตะ" ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ ว่าจะดูแล "คาโอรุ" ให้ดีที่สุด "โยตะ"  ทำงานหนักเพื่อให้ "คาโอรุ" ได้เรียนสูง ๆ อย่างที่ตนเองหวังไว และความฝันของของ "โยตะ" อีกเรื่องคือการได้เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง<br />
<!--more--><br />
"โยตะ" กับ "คาโอรุ" กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งเมื่อ"คาโอรุ" เข้าเรียนระดับมัธยมปลายที่นาฮา ขณะที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน "โยตะ"ได้ลงทุนลงแรงเพื่อเปิดร้านอาหารอย่างที่ฝันเอาไว้<br />
แต่ทุกอย่างกลับพังทลายลงเมื่อเขาถูกพวกต้มตุ๋นโกงจนหมดตัว "โยตะ"เป็นหนี้ล้นตัวและหมดกำลังใจในการใช้ชีวิต เขาเลิกกับแฟนสาว เคโกะ (คุมิโกะ เอโซ)<br />
และกลับมาใช้ชีวิตอย่างลำบากด้วยการรับจ้างใช้แรงงาน โดยไม่รู้ว่าคาโอรุเองก็ทำงานพิเศษเพื่อช่วยเหลือเขาด้านการเงิน<br />
"โยตะ"และ"คาโอรุ" ดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และต้องต่อสู้กับความรักที่มีให้กันมากเกินพี่น้อง<br />
ทั้งคู่ไม่เคยเอ่ยปากคุยเรื่องนี้ แต่ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงกันว่าควรจะแยกกันอยู่ เมื่อคาโอรุเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอจึงย้ายออกไป</p>
<p>ทั้งคู่ มีความรัก ที่ไม่อาจเอ่ยให้กันรู้ "โยตะ" เองก็รักน้องสาว แต่ด้วยความที่ตัวเองต้องระลึกเสมอว่า "คาโอรุ" คือน้องสาว และพยายามจะคิดว่า คือน้องสาวจริง ๆ แม้เขาจะรู้ว่า "คาโอรุ" ไม่ใช่น้องสาวจริง  "โยตะ" เอารูปวันที่ ทั้งเจอกันครั้งแรกออก เพื่อไม่ต้องการให้ "คาโอรุ" จดจำวันนั้นได้ </p>
<p><a href="http://doktup.files.wordpress.com/2008/07/cats3.jpg"><img src="http://doktup.wordpress.com/files/2008/07/cats3.jpg" alt="" width="510" height="93" class="aligncenter size-full wp-image-54" /></a></p>
<p>"คาโอรุ" เองก็รัก "โยตะ" และรู้ว่า ทั้งสองเองไม่ใช่ พี่น้อง กันจริง โดยการหลอก "โยตะ" ว่าจำเรื่องราวการพบกันครั้งแรกไม่ได้  ด้วยความที่กลัวว่า ถ้า "โยตะ"  จำได้ว่าเธอใช่น้องสาวจริง ๆ "โยตะ" จะไม่ทำเพื่อตัวเองอีกแล้ว</p>
<p>เวลาผ่านไป 1 ปีครึ่ง "คาโอรุ" อายุครบ 20 ปี เธอมีความสุขกับชีวิตมหาวิทยาลัยและกำลังรอเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะ เธอไม่ลืมที่จะเขียน จดหมายไปบอก "โยตะ" โดยการชวน "โยตะ" กลับไปยังเกาะ บ้านเกิดที่ทั้ง 2 เคยอยู่ตอนเด็ก  ...... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ได้เกิดเหตุการ พายุใต้ฝุ่น ได้เข้า "โอกินาว่า"<br />
"โยตะ" รู้สึกเป็นห่วง "คาโอรุ" จึงตัดสินใจไปหา "คาโอรุ" ที่หอพักหมาลัยทันที เมื่อ"โยตะ" มาถึงและช่วยชีวิตเธอจากพายุไต้ฝุ่น "คาโอรุ" ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า "โยตะ" ไม่สบายมากจากการที่ร่างกายอ่อนเพลีย และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ตาย</p>
<p>ชั่วโมงกว่า ๆ ที่ดูหนัง ตรงนี้เองที่ทำให้เพลง Nada Sou Sou  ที่เป็น Sound ช่วงทำพิธีศพของ "โยตะ" ซึ้งเกินจะบรรยาย และ "น้ำตาไหลไหลริน"</p>
<blockquote><p> " นาดา โซวโซว Nada Sou Sou เป็นภาษาพื้นเมืองของโอกินาว่า แปลว่า “น้ำตาไหลริน” เพลง “นาดา โซวโซว” นี้แต่งโดย Begin เขียนเนื้อร้องโดย เรียวโกะ โมริยาม่า (เนื้อเพลงพูดถึงความทรงจำของเธอที่มีต่อพี่ชายที่เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้ว) ออกวางแผงในปี 1998 และได้รับการเรียบเรียงใหม่ในปี 2001 โดยนักร้องสาว ริมิ นัทสึกาว่า ปัจจุบันเพลง นาดา โซวโซว มียอดขายกว่าล้านแผ่นและกลายเป็นเพลงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่น"</p></blockquote>
<p>  หลังเสร็จสิ้นพิธีศพ คาโอรุก็ได้รับพัสดุกล่องหนึ่งจากไปรษณีย์ บนกล่องจ่าหน้าว่าส่งมาจาก"โยตะ" เขาส่งมาให้เธอก่อนตาย "คาโอรุ" เปิดออกและพบว่ามันคือกิโมโนตัวสวยที่พี่ชายของเธอตั้งใจให้เป็นของขวัญสำหรับพิธีบรรลุนิติภาวะ เป็นสัญลักษณ์ว่าเธอโตเป็นผู้ใหญ่และมีอิสระเต็มตัวแล้ว</p>
<p>ตัดไปที่ชายหาด </p>
<p>เด็กน้อย แบกน้องสาว... ขึ้นหลัง เดินไปตามชายหาด ....<br />
เด็กสาวพูดขึ้นว่า "พี่ชาย.... โดยขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของพี่นะ"<br />
เด็กชาย : "โอ๊ะ เด็กโง่ ... ไม่ได้หรอก"<br />
เด็กสาว : "ทำไมละ.?"<br />
เด็กชาย : "ไม่รู้หรือไงพี่น้องกันเขาห้ามแต่งงานกัน"<br />
เด็กสาว : "ก็หนูรักพี่ชายนะ รู้ไหม ?"</p>
<p><img alt="" src="http://www4.pantown.com/data/9908/board8/89-20070212161257.jpg" class="aligncenter" width="709" height="472" /></p>
<p>โหลดเพลงมาฟังหน่อยดีไหม ? <a href="http://www.sendspace.com/file/j3yldk">คลิก</a></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สำนึกแบบนี้พ่อแม้วมีไหม ?]]></title>
<link>http://doktup.wordpress.com/?p=38</link>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2008 13:37:41 +0000</pubDate>
<dc:creator>ดอกธูป</dc:creator>
<guid>http://doktup.th.wordpress.com/2008/04/23/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%ab/</guid>
<description><![CDATA[
อ่านข่าวเรื่องการลาออกของประธานบร]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://doktup.wordpress.com/files/2008/04/409118.jpg?w=220" alt="��ย่างหนาตราแม้ว" /></p>
<p>อ่านข่าวเรื่องการลาออกของประธานบริษัท samsung ต่อกรณีการไม่จ่ายภาษี ซึ่งที่มาที่ไป คล้าย ๆ ของพณ ท่านแม้ว ที่ปัญหายังคาราคาซังไม่จบ ปั่นปวนกันทั้งสังคม เพียงเพราะ พณ ท่านไม่มีสำนึกแบบนี้นี่เอง ... </p>
<p>ถ้า พณ ท่านออกมายอมรับ ขอโทษสังคม ผมว่าความวุ่นวายคงไม่มากเกินเยียวยาแบบนี้ในสังคมไทย ... </p>
<p>ท่านประธาน ลี คุณ ฮี  ถูกตั้งข้อกล่าวหาไม่จ่ายภาษีสูงถึง 1.128 ล้านวอน (เกือบ  ๆ 4 พันล้านบาท) เป็นข้อสังเกตุว่า การตั้งข้อกล่าวหาต่อ ประธาน ลี ครั้งนี้ไม่นำไปสู่การจับกุม  ด้วยเหตุผลที่ว่าจะกระทบเศรษฐกิจประเทศเกาหลีโดยรวม ..... !! </p>
<p>แต่ที่น่าประทับใจก็คือ ท่านประธานออกมาลาออก พร้อมถ้อยแถลงที่กินใจ </p>
<blockquote><p>"พวกเรา รวมถึงตัวข้าพเจ้า ได้ก่อปัญหาให้แก่ประเทศชาติ ข้าพเจ้าขออภัยอย่างสุดซึ้ง และขอรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด ทั้งทางกฎหมายและทางจริยธรรม"</p></blockquote>
<p><strong>ข้าพเจ้าขอภัยอย่างสุดซึ้ง และขอรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด ทั้งทางกฏหมายและจริยธรรม!!</strong>  </p>
<p>แปลว่าอะไรครับ คุณSuวัณ!! อ้อผมคงไม่ต้องถามท่านเพราะว่าท่านไม่รู้จักคำว่า จริยธรรมมาแต่ไหน แต่ไรแล้วนี่ ..... รวมถึง พ่อแม้วที่เคารพรักด้วย   </p>
<p>แปลกดี......!! ขณะเดี๋ยวกัน  สังคมไทยกลับต้องออกมาตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อรณรงค์เรื่องสำนึกคุณธรรม และ จริยธรรม .... แต่มีนายก ที่ปากม๋า ด่าเก่ง  ไม่มีวุฒิภาวะผู้นำแบบนี้  สังคมไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง .. !!! </p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Wheni Turned Nine]]></title>
<link>http://doktup.wordpress.com/?p=23</link>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2008 11:49:59 +0000</pubDate>
<dc:creator>ดอกธูป</dc:creator>
<guid>http://doktup.th.wordpress.com/2008/04/03/wheni-turned-nine/</guid>
<description><![CDATA[เรื่องเก่า ๆ ที่เขียนไว้เมือปีที่แ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องเก่า ๆ ที่เขียนไว้เมือปีที่แล้ว ศิริอายครบ 1 ปีพอดี ...(เขียนเมื่อ : 11 เมษายน 2550 3:28)</p>
<p> <img src="http://www.mono2u.com/images/product_img/DVD-W-040-B.jpg" alt="9 ขวบ" /></p>
<p>พูดถึงรักครั้งแรกผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะจำไม่ได้แล้ว รวมถึงผมด้วย ผมเองก็จำรักแรกของตัวเองไม่ได้เหมือนกันมันคลับคล้ายคลับคลาย ตรงนี้แหล่ะคิดออกออกเป็นรูปธรรมมากนัก จนกว่า ...... </p>
<p>จนกว่าคุณจะได้ดูหนังเกาหลี เรื่องนี้ "9 ขวบครับเมื่อรักแรกเริ่ม , Wheni Turned Nine" ประทับใจมาก ๆ หลายคนคงสังว่า ไอ้คนอย่างผมเนี่ยนะมันจะดูหนังรักกะเขาเป็นด้วย แหม ผมก็คนนะครับมีได้ทุกอารมย์ละครับ เห็นเถื่อน ๆ แบบนี้ผมก็รักเป็น ขนาดผมใส่เพลงรอสายในมือถือยังโดนแซวเลย แล้วอยู่ ๆ มาบอกว่าผมชอบดูหนังรักโรแมนติก สงสัยเขาจะหาว่าผมเพี้ยนแน่ ๆ ที่จริงผมชอบดูหนัง เกาหลี หนังญี่ปุ่น ถ้าเป็นเรื่อง รัก ๆ โรแมนติกแล้ว หนังจากชาติ 2 ชาตินี้ค้อนข้างถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และไม่ต้อง งง ๆ กับวัฒนธรรมของเขามากหนัก อย่างหนังที่มาจากตะวันตก เพราะว่า ของเรา กะ ของเขานะวัฒนธรรมมันคล้าย ๆ กัน </p>
<p>ผมติดใจอยู่ 2 เรื่อง เกี่ยวกับหนัง 2 ชาตินี้คือ ความรุนแรง กับเรื่องผี ที่พยายามหลอกอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มี โอกาศให้คนดุหยุดหายใจมั่งเลย หลอกแบบหน้ากลัวพิลึก ... เรื่องความรุ่นแรงนี่ก็จริงจังมากไม่มีมุมกล้อง ไม่มีตัวแสดงแทนครับ ตบเป็นตบ ถีบเป็นถีบ ตรงนี้ก็อาจจะเป็นวัฒนธรรมของเขาเองซึ่งคน โรแมนติกอย่างผมรับไม่ได้ ..^_^ </p>
<p>แต่ถ้าพูดเรื่องรัก ๆ กับเรื่องเศร้า ๆ แล้วละก้ต้องยอมรับว่าหนังจาก 2 ชาตินี้เข้าถึงอารมย์ และสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับคนดูอย่างผมได้มากพอสมควร ... ไม่ว่าจะเป็น the classic , Il mare , ฯลฯ อีกเยอะจำไม่ได้ละ (แน่ไม่เชื่ออีกว่าผมดู )..... </p>
<p> เรียกได้ว่าจบฉากเศร้า ก็ต้องให้เราได้ถอนหายใจกันเฮือกใหญ่ที่เดียว Wheni Turned nine เป็นเรื่องราวของเด็กประถม ที่แอบชอบเพื่อนร่วมห้องที่เธอทั้งสวยและดูสูงส่ง จนทำให้ผมอดไม่ไหว ?? ไม่ใช่ดิพระเอกในเรื่องอดไม่ไหวที่จะเขียนจดหมายไปบอกรัก กับเธอแต่ไม่กล้าลงชื่อตอนท้ายจดหมายซะงั้น ... </p>
<p> มันช่างเหมื๊อน เหมือน พูดถึงเด็ก ๆ ขนาดเพื่อนล้อว่าชอบคนนั้น คนนี้ยังพาลโกรธไล่เตะไล่ต่อย คนที่ว่าเลย มิหนำซ้ำยังทำตัวห่างเหิน เชิดใส่คนที่ เพื่อน ๆ จับคู่ให้ซะด้วย ด้วยหวังว่าเพื่อนมันจะตายใจ เชื่อว่าที่จริงแล้วเราไม่ได้รักเขาเลย จริ๊ง ๆ ประมาณมึงหยุดล้อกูเลยนะโว้ยยกูไม่ได้ชอบมัน ..... </p>
<p>เด็ก ๆ ชนบทชาวเกาหลี ก้ไม่ต่างอะไรกับเด็ก ชาวสุรินทร์ ... เอ๊ะยังงัย เด็กชาวไทยซิ อย่างที่ผมเกริ่นตอนต้นว่าวัฒนธรรมเรามันคล้าย ๆ กัน .... ว่าแล้วคิดถึงยัยตัวร้ายจัง วัฒนธรรมคล้าย ๆ กันเราก็น่าจะเป็นแฟนกันได้นะ ก๊าก ๆๆ ? </p>
<p>ประทับใจคำพูดหนึ่งที่ตัวละครตัวหนึ่งได้พูดกับพระเอกเด็กคนนั้นว่า "รู้ไหม ทำไมเราถึงเศร้าเมือรู้ว่าต้องจากคนที่เรารัก ....ก็เพราะว่าเรารู้ว่าเราจะไม่มีโอกาศทำอะไร เพื่อคนรักได้อีกอล้ว แม้ว่าราอยากจะทำ" จนทำให้พระเอกต้องวิ่งไปหานางเองกลางดึกเพื่อจะบอกว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นของเขาเอง ...วู้ยยยยยยยย และไม่ลืมที่จะหอมแก้มก่อนที่จะวิ่งออกจากที่นั้นให้เร็วที่สุด ..... เสียดายจริง ๆ ผมน่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนหน้านี้สัก 10 วันนะ ...เผื่อได้เลียนแบบไอ้เบี๊ยกนั้นได้มั่ง ........อิอิ ทะลึ่งละเรา ..... </p>
<p> หนังเรื่องนี้นอกเสียจากจะดึกมโนภาพเก่า ๆ ครั้วเราเป็นเด็ก ๆ แล้ว ให้ได้ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่กัน คนที่อารมย์อ่อนไหว ก็อาจจะต้อง เสียน้ำตาให้กะมันได้ด้วย ขนาดผมยังรู้สึกอึดอัด หน่วง ๆ อยู่เลย .... </p>
<p>ปล. ได้ดูแล้วก็เอามาเล่า ๆ แบ่งปันกันนะครับว่ารู้สึกแบบผมไหม ? </p>
<p>ปฮ. ให้ตายดิ คิดถึงเธอจริง ๆ นะ ....</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Wheni Turned Nine]]></title>
<link>http://doktup.wordpress.com/?p=23</link>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2008 11:49:59 +0000</pubDate>
<dc:creator>ดอกธูป</dc:creator>
<guid>http://doktup.th.wordpress.com/2008/04/03/wheni-turned-nine/</guid>
<description><![CDATA[เรื่องเก่า ๆ ที่เขียนไว้เมือปีที่แ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องเก่า ๆ ที่เขียนไว้เมือปีที่แล้ว ศิริอายครบ 1 ปีพอดี ...(เขียนเมื่อ : 11 เมษายน 2550 3:28)</p>
<p> <img src="http://www.mono2u.com/images/product_img/DVD-W-040-B.jpg" alt="9 ขวบ" /></p>
<p>พูดถึงรักครั้งแรกผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะจำไม่ได้แล้ว รวมถึงผมด้วย ผมเองก็จำรักแรกของตัวเองไม่ได้เหมือนกันมันคลับคล้ายคลับคลาย ตรงนี้แหล่ะคิดออกออกเป็นรูปธรรมมากนัก จนกว่า ...... </p>
<p>จนกว่าคุณจะได้ดูหนังเกาหลี เรื่องนี้ "9 ขวบครับเมื่อรักแรกเริ่ม , Wheni Turned Nine" ประทับใจมาก ๆ หลายคนคงสังว่า ไอ้คนอย่างผมเนี่ยนะมันจะดูหนังรักกะเขาเป็นด้วย แหม ผมก็คนนะครับมีได้ทุกอารมย์ละครับ เห็นเถื่อน ๆ แบบนี้ผมก็รักเป็น ขนาดผมใส่เพลงรอสายในมือถือยังโดนแซวเลย แล้วอยู่ ๆ มาบอกว่าผมชอบดูหนังรักโรแมนติก สงสัยเขาจะหาว่าผมเพี้ยนแน่ ๆ ที่จริงผมชอบดูหนัง เกาหลี หนังญี่ปุ่น ถ้าเป็นเรื่อง รัก ๆ โรแมนติกแล้ว หนังจากชาติ 2 ชาตินี้ค้อนข้างถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และไม่ต้อง งง ๆ กับวัฒนธรรมของเขามากหนัก อย่างหนังที่มาจากตะวันตก เพราะว่า ของเรา กะ ของเขานะวัฒนธรรมมันคล้าย ๆ กัน </p>
<p>ผมติดใจอยู่ 2 เรื่อง เกี่ยวกับหนัง 2 ชาตินี้คือ ความรุนแรง กับเรื่องผี ที่พยายามหลอกอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มี โอกาศให้คนดุหยุดหายใจมั่งเลย หลอกแบบหน้ากลัวพิลึก ... เรื่องความรุ่นแรงนี่ก็จริงจังมากไม่มีมุมกล้อง ไม่มีตัวแสดงแทนครับ ตบเป็นตบ ถีบเป็นถีบ ตรงนี้ก็อาจจะเป็นวัฒนธรรมของเขาเองซึ่งคน โรแมนติกอย่างผมรับไม่ได้ ..^_^ </p>
<p>แต่ถ้าพูดเรื่องรัก ๆ กับเรื่องเศร้า ๆ แล้วละก้ต้องยอมรับว่าหนังจาก 2 ชาตินี้เข้าถึงอารมย์ และสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับคนดูอย่างผมได้มากพอสมควร ... ไม่ว่าจะเป็น the classic , Il mare , ฯลฯ อีกเยอะจำไม่ได้ละ (แน่ไม่เชื่ออีกว่าผมดู )..... </p>
<p> เรียกได้ว่าจบฉากเศร้า ก็ต้องให้เราได้ถอนหายใจกันเฮือกใหญ่ที่เดียว Wheni Turned nine เป็นเรื่องราวของเด็กประถม ที่แอบชอบเพื่อนร่วมห้องที่เธอทั้งสวยและดูสูงส่ง จนทำให้ผมอดไม่ไหว ?? ไม่ใช่ดิพระเอกในเรื่องอดไม่ไหวที่จะเขียนจดหมายไปบอกรัก กับเธอแต่ไม่กล้าลงชื่อตอนท้ายจดหมายซะงั้น ... </p>
<p> มันช่างเหมื๊อน เหมือน พูดถึงเด็ก ๆ ขนาดเพื่อนล้อว่าชอบคนนั้น คนนี้ยังพาลโกรธไล่เตะไล่ต่อย คนที่ว่าเลย มิหนำซ้ำยังทำตัวห่างเหิน เชิดใส่คนที่ เพื่อน ๆ จับคู่ให้ซะด้วย ด้วยหวังว่าเพื่อนมันจะตายใจ เชื่อว่าที่จริงแล้วเราไม่ได้รักเขาเลย จริ๊ง ๆ ประมาณมึงหยุดล้อกูเลยนะโว้ยยกูไม่ได้ชอบมัน ..... </p>
<p>เด็ก ๆ ชนบทชาวเกาหลี ก้ไม่ต่างอะไรกับเด็ก ชาวสุรินทร์ ... เอ๊ะยังงัย เด็กชาวไทยซิ อย่างที่ผมเกริ่นตอนต้นว่าวัฒนธรรมเรามันคล้าย ๆ กัน .... ว่าแล้วคิดถึงยัยตัวร้ายจัง วัฒนธรรมคล้าย ๆ กันเราก็น่าจะเป็นแฟนกันได้นะ ก๊าก ๆๆ ? </p>
<p>ประทับใจคำพูดหนึ่งที่ตัวละครตัวหนึ่งได้พูดกับพระเอกเด็กคนนั้นว่า "รู้ไหม ทำไมเราถึงเศร้าเมือรู้ว่าต้องจากคนที่เรารัก ....ก็เพราะว่าเรารู้ว่าเราจะไม่มีโอกาศทำอะไร เพื่อคนรักได้อีกอล้ว แม้ว่าราอยากจะทำ" จนทำให้พระเอกต้องวิ่งไปหานางเองกลางดึกเพื่อจะบอกว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นของเขาเอง ...วู้ยยยยยยยย และไม่ลืมที่จะหอมแก้มก่อนที่จะวิ่งออกจากที่นั้นให้เร็วที่สุด ..... เสียดายจริง ๆ ผมน่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนหน้านี้สัก 10 วันนะ ...เผื่อได้เลียนแบบไอ้เบี๊ยกนั้นได้มั่ง ........อิอิ ทะลึ่งละเรา ..... </p>
<p> หนังเรื่องนี้นอกเสียจากจะดึกมโนภาพเก่า ๆ ครั้วเราเป็นเด็ก ๆ แล้ว ให้ได้ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่กัน คนที่อารมย์อ่อนไหว ก็อาจจะต้อง เสียน้ำตาให้กะมันได้ด้วย ขนาดผมยังรู้สึกอึดอัด หน่วง ๆ อยู่เลย .... </p>
<p>ปล. ได้ดูแล้วก็เอามาเล่า ๆ แบ่งปันกันนะครับว่ารู้สึกแบบผมไหม ? </p>
<p>ปฮ. ให้ตายดิ คิดถึงเธอจริง ๆ นะ ....</p>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
