<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>เยี่ยหัว &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/เยี่ยหัว/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "เยี่ยหัว"</description>
	<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 05:55:55 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[The Lizard - ไอ้จิ้งจก ตะไลเพลิง (1972, Chu Yuan)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/?p=189</link>
<pubDate>Mon, 19 May 2008 19:53:42 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/?p=189</guid>
<description><![CDATA[
ผู้กำกับฉู่หยวนแห่งชอว์บราเดอร์ อ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/07/lizard02.jpg" alt="" /></p>
<p>ผู้กำกับฉู่หยวนแห่งชอว์บราเดอร์ อาจจะโด่งดัง (โดยเฉพาะในบ้านเรา) กับหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ โกวเล้ง และแท้จริงแล้ว ยอดผู้กำกับผู้นี้ ถนัดเป็นพิเศษ ในการทำงานที่หลากหลาย เขาเริ่มต้น กับหนังชีวิตสะท้อนสังคม เน้นเสนอภาพความจริงของสังคม ต่อเมื่อเข้าบริษัทชอว์บราเดอร์ เขาเคยสร้างปรากฏการณ์หนังทำเงินมหาศาล ด้วยหนังตลกอย่าง The 72 Tenants จนกระทั่งยืนพื้นทำหนังกำลังภายใน ตลอดยุค 70 อย่างที่เราคุ้นเคยกันดี</p>
<p>ฉู่หยวน ยังทำหนังอีกหลายแนว แม้กระทั่งหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ก็เคยสร้างกับเค้าด้วย The Lizard หรือ ไอ้จิ้งจก ตะไลเพลิง หนังซุเปอร์ฮีโรรวมหน้ากากของจีน ที่ว่าด้วยโจรคุณธรรม แม้หนังอาจจะไม่หวือหวาทันสมัยแบบหนังฮีโร่รุ่นใหม่ แต่ก็ให้ความสนุกแตกต่างแหวกแนว จากหนังกังฟูกำลังภายในทั่วๆ ไป อยู่ไม่น้อย<!--more--></p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/07/lizard05.jpg" alt="" /></p>
<p>ประเทศจีนช่วงที่ต่างชาติเริ่มเข้ามามีอำนาจ ในขณะที่คนจีน กลับมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ต่างชาติ และบรรดาสุนัขรับใช้ กลับใช้ชีวิตอย่าง สุขสบาย ที่ย่ำแย่ไปกว่านั้น แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ประพฤติชั่วรีดไถ ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารวัตร เฉิน (หลอลี่) ที่รวมมือกับเจ้าพ่อ ทั้งเปิดบ่อน และจับผู้หญิงไปขาย ท่ามกลางความสิ้นหวัง ยังมีจอมโจรที่ชื่อว่า "จิ้งจกตะไลเพลิง" บุคคลลึกลับ ปิดหน้าปิดตา สร้างความปวดหัว ให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ ในทางตรงกันข้าม นั้นกับสร้างความสะใจ แก่ชาวบ้านร้านตลาดทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่ว่าจะทุมแทกำลังเท่าใด ก็ดูเหมือนมือแปดด้านไปหมด</p>
<p>สายสืบหนุ่มแห่งโรงพัก เจินหลง (เยี่ยหัว) ท่าทางป้ำๆ เป้อๆ พูดติดอ่าง ท่าทางไม่มีผิดมีภัย ใจอ่อนแม้กระทั่งกับโจรผู้ร้าย คงไม่มีใครคาดคิดว่า หนุ่มเจินหลง แท้จริงแล้วก็คือ เจ้าจิ้งจก จอมโจรตัวเอ้ ที่ทางการต้องการตัวนั้นเอง</p>
<p>ในการปฏิบัติงานครั้งหนึ่ง เจ้าจิ้งจก หมายขโมยเครื่องเพชร ของภรรยาผู้การตำรวจ ด้วยความฉลาดหลักแหลมของ สารวัตรเฉิน ที่วางกับดักจับโจร เกือบเปิดเผยตัวของ เจินหลง ได้สำเร็จ โชคดีได้สาวน้อย เสี่ยวจิ (เฉินเป่าจู) หลานสาวผู้หมวดอิ๋ว ตำรวจที่เจินหลงเคารพ ช่วยเหลือปิดปังฐานะไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกัน สาวน้อย ก็ได้ล่วงรู้ตัวจริงของ เจ้าจิ้งจก ในที่สุด เจินหลง ก็ไม่มีทางเลือก สารภาพความจริงทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างความจริงที่ว่าเขานำเงินที่ได้มา ช่วยเหลือบรรดาคนยากคนจน ในเมือง และถึงกับพาเสี่ยวจิ ออกปฏิบัติงานด้วย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/07/lizard01.jpg" alt="" /></p>
<p>ทางด้าน สารวัตรเฉิน มีโอกาศได้พบกับเสี่ยวจิ เกิดรู้สึกชอบพอนางขึ้นมา จึงขอกับผู้หมวดอิ๋ว ผู้เป็นปู่ ผู้เฒ่าทราบดีว่า ตำรวจหนุ่มรายนี้ถึงแม้จะฉลาดหลักแหลม แต่ไม่ใช่คนดี จึงบอกปัดพร้อมกับอ้างว่าได้ยกหลานสาวให้กับ ไอ้หนุ่มเจินหลงไปแล้ว สารวัตรเฉินรู้ดังกล่าวกลับไม่ยอมรามือ ตัดสินใจสั่งจับ และยัดเยียดข้อกล่าวหา ว่า เจินหลง เป็นเจ้าจิ้งจก โดยไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย แผ่นการดังกล่าว เหมือนยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว นอกจากจะปิดคดี โจรจิ้งจก แล้วยังชิงตัว เสี่ยวอี ได้อีก</p>
<p>เสี่ยวอิ รู้ถึงแผนการดังกล่าว จึงนำไปปรึกษากับปู่อย่าง ผู้หมวดอิ๋ว และสายสืบคู่หูของเจินหลง ที่ชื่อว่า เสี่ยวฟุ (เจิ้งหงเยี่ย) ให้ช่วยเหลือ พร้อมกับสารภาพฐานะที่แท้จริงของ เจินหัวให้ทราบ ทั้งหมดร่วมมือกัน วางแผนปลอมตัวจอมโจรจิ้งจก ขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่า เจินหลง ที่ถูกจับอยู่ในคุก นั้นไม่ใช่คนร้ายที่ทางการต้องการตัว แผนการสำเร็จไปได้ด้วยดี เจินหลง ถูกปล่อยตัวให้มีอิสระอีกครั้ง</p>
<p>แต่ สารวัตรเฉิน แอบเห็นพิรุจน์บางอย่างในแผนการดังกล่าว จึงได้รู้ว่า แพะ อย่างเจินหลงที่ถูกจับมา ที่แท้คือ จอมโจรตัวจริงนั้นเอง เขาจับ เสี่ยวอิ ผู้หมวดอิ๋ว และ เสี่ยวฟุ ไว้ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด บีบบังคับให้ โจรจิ้งจก มอบตัว เจินหลง จึงหมดทางเลือก ได้แต่เผชิญหากับ สารวัตรเฉิน จอมโหดซึ่งๆ หน้าเท่านั้น</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/07/lizard04.jpg" alt="" /></p>
<p>ฉู่หยวนสร้าง The Lizard ออกมาได้ดีทีเดียว หนังดูสนุกแบบหนังชอว์บราเดอร์ยุครุ่งเรื่องโดยแท้ ด้วยการผสมรูปแบบความบันเทิง อันหลากหลายครสรส ทั้งแอ็กชั่น ตลก ขบขัน เรื่องราวประเภทแค้นนี้ต้องชำระสไตล์หนังฮ่องกง ฉู่หยวนยังประสบความสำเร็จในการ สร้างความเข้มข้น ในแบบหนังสายลับจารกรรม ตัวละครชิงไหวชิงพริบ เอาชนะกันด้วยแผนการ มากกว่าจะกำลังฝีมือ</p>
<p>ช่วงท้ายของหนัง The Lizard วกกลับเข้าหาแนวทาง พิมพ์นิยมแบบหนังกังฟูฮ่องกง ด้วยการประเคน คิวบู๊  ฉากต่อสู้อันยาวนาน ตัวละครมากมายตะลุมบอน มีเลือดกระฉูดให้ตื่นเต้นพอสังเขป ซึ่งก็ดูสนุกดี ในแบบหนังฮ่องกง แต่ดูขัดกับอารมณ์ชิงไหวชิงพริบที่ปูมาก่อนหน้าไปซักหน่อย ซึ่งสำหรับคิวบู๊ในเรื่องนั้น ดูแล และออกแบบโดยยอดสตั้นแมนสองพี่น้อง อย่าง หยวนวูปิง และหยวนเจิ้นเหยิน ที่ถือว่าเป็นการรับผิดชอบ งานกำกับคิวบู๊ชิ้นแรกๆ ของทั้งสองด้วย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/07/lizard03.jpg" alt="" /></p>
<p>อีกจุดที่ผมประทับใจใน The lizard ก็คือ ดาราในเรื่อง  ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นเก่าหน้าเดิมของชอว์บราเดอร์แทบทั้งนั้น ทั้งหมดก็ยังแสดงผลงาน วาดลวดลายได้แพรวพราวเช่นเคย  เยี่ยหัวในบทพระเอกสองบุคคลิค ดูโดดเด่นข่มกันไม่ลงกับ หลอลี่ ดาวร้ายตลอดการ ที่นอกจากจะแสดงได้ดีแล้ว ยังมาดเท่ห์ด้วยเสื้อสูตรเนียบๆ กับเน็กไทด์ ดูเด่นเป็นสง่า เช่นเดียวกับ ท่านลุงหยังจื่อชิง ดาราอาวุโส ดาวร้ายตลอดกาลคนหนึ่งชองชอว์ ที่พลิกแนวมาเช่นเป็น คนแก่ใจดี ก็ดูลื่นไหลเช่นเคย</p>
<p>ที่สมควรพูดถึงเป็นพิเศษก็คือ นางเอกของเรื่อง เฉินเป่าจู ดาราที่เหมาะสมกับคำว่า ราชีนีแห่งวงการบันเทิง คนหนึ่งของฮ่องกง ทั้งหนัง งิ้ว ละครเวที และร้องเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาษากว้างตุ้ง ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ในเกาะฮ่องกงนั้นเอง เฉินเป่าจู มีพื้นแพมาจากครอบครัว ของนักแสดงงิ้วกลางตุ้ง และเริ่มต้นงาน ในวงการภาพยนตร์ด้วย หนังงิ้วกวางตุ้งนั้นเอง จนกระทั่งโด่งดังในฐานะดาราวัยรุ่น เคียงข้างกับ เซี่ยวฟางฟาง และแนนซี่ ซิ นอกจากบทหนังชีวิต หรือหนังรัก โดยทั่วไปแล้ว บทถนัดเป็นเพิเศษ อีกประเภทของเฉินเป่าจู ก็คือหนังนักสืบ The Black Rose  (1965, ที่กำกับโดย ฉู่หยวน เช่นเดียวกัน), Lady Black Cat (1966) และ Lady Bond (1966) ที่จากชื่อก็คงไม่ต้องสงสัยว่าได้รับอิทธิพลมาจากหนังเรื่องอะไร</p>
<p>ในปี 1969 เฉินเป่าจู จึงประกาศถอนตัวจากวงการ เพื่อทุ่มแทให้กับการเรียน และชีวิตส่วนตัว จนกระทั่งเมื่อปี 1999 ถึงได้กลับตามคำเรียกร้องของแฟนๆ อีกครั้ง กับการรับแสดงละคร เรื่อง Sentimental Journey ที่โด่งดังจนกระทั่งเปิดแสดงกว่า 100 รอบ และตามมาด้วยการเปิดคอนเสิร์ตเดียวของ เฉินเป่าจู อีกหลายรอบ</p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อนอีกครั้ง ก่อนจะลาจากวงการบันเทิงไปอย่างยาวนาน ในปี 1972 เมื่อผู้กำกับ ฉู่หยวน เซ็นสัญญากับบริษัทชอว์บราเดอร์ จึงได้ติดต่อให้ เฉินเป่าจู ที่เคยร่วมกันกันอยู่หลายครั้งในช่วงยุค 60s กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในหนังเรื่อง The Lizard ที่นางเอกสาว ได้รับโอกาศกลับมาแสดงบท สายลับสาวเก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋น อีกครั้ง และเป็นการปิดฉากงานบทจอเงินของเธอ ที่ทิ้ง The Lizard ให้เป็นหนังเรื่องสุดท้ายในชีวิต ของอาชีพการแสดงอันยาว</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/07/lizard07.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits<br />
บริษัทผู้สร้าง - </strong>Shaw Brother<br />
<strong> กำกับ - </strong>Chu Yuan<br />
<strong> อำนวยการสร้าง - </strong> Sir Run Run Shaw, Mona Fong Yat-Wah<br />
<strong> บทภาพยนตร์ - </strong> Chu Yuan<br />
<strong> ถ่ายภาพ - </strong>Wu Cho Hua<br />
<strong> ตัดต่อ - </strong> Chiang Hsing Lung, Li Yen Hai<br />
<strong> ดนตรีประกอบ - </strong>Chen Yung Yu<br />
<strong> กำกับศิลป์ - </strong>Chan Ging Sam<br />
<strong> เสื้อผ้า - </strong>Liu Chi Yu<br />
<strong> แต่งหน้า - </strong> Wu Hsu Ching<br />
<strong> กำกับคิวบู๊ - </strong>Yuen Cheung Yan, Yuen Woo Ping<br />
<strong> แสดงนำ -</strong>Yueh Hua, Connie Chan Po Chu, Lo Lieh, Yeung Chi Hing, Goo Man Chung, Ou-Yang Sha Fei, Yue Fung, Lam Fung, Law Hon, Ma Kim Tong, Alan Chan Kwok Kuen, Chan Chuen</li>
<li><strong>Thailand Distribution </strong>- ชื่อไทยว่า "ไอ้จิ้งจก ตะไลเพลิง" ออกเป็น VCD โดยบริษัท United Home Entertainment</li>
<li><strong>Rating - </strong>4/5</li>
</ul>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon - สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (2008, Daniel Lee)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/?p=158</link>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2008 06:57:33 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/?p=158</guid>
<description><![CDATA[
ถ้าจะมีการสร้างหนังสามก๊ก ประเภทท]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms07.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าจะมีการสร้างหนังสามก๊ก ประเภทที่โฟกัสไปที่ตัวละครตัวหนึ่ง ในฐานะเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ตัวละครที่ชื่ว่า จูล่ง (จ้าวจื่อหลง) ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ขุนศึกจากจ๊กก๊ก ผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงจอมยุทธ ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งสงคราม ที่ความชั่วร้ายเลวทราม กลายเป็นความชอบธรรม จูล่งกลับ ยังสามารถ ยึดมั่น กับเรื่องคุณธรรม ความซื่อสัตย์ จงรักภักดี อย่างที่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดสามารถเทียบเคียงได้ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เสนอเรื่องราวชีวิตของจูล่ง โดยเลือกเอาดาราฮ่องกงรุ่น (เริ่ม) ใหญ่อย่าง หลิวเต๋อหัว มารับบทนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วัยหนุ่ม จนล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา กับชีวิตแห่งการตรากตรำในสงครามในทั้งชีวิตของเขา<!--more--></p>
<p>หนังเริ่มต้นขึ้นด้วยภาพของจูล่งในวัยชรา (หลิวเต๋อหัว) เผชิญหน้ากับทัพใหญ่ของวุย ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ขณะที่ทหารร่วมทัพนอนตายเกลื่อนกลาด ก่อนที่จะย้อนอดีต กลับไปเล่าจุดเริ่มต้น ตั้งแต่วันที่จูล่ง สมัครเข้าเป็นทหารในสังกัดของ นายทหารชั้นผู้น้อยที่ชื่อว่า ลั่วผิงอัน (หงจินเป่า) ทั้งสองสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีพื้นแพมาจากเสียนสันบ้านเดียวกัน</p>
<p>ลั่วผิงอันมีความมุ่งมั่นใน การสร้างความชอบ และหวังเติบใหญ่ในทางการทหาร จูล่งเอง ชื่อชม และนับถือในอุดมการณ์ และความทะเยอทะยานของสหาย แต่ตัวของเขาเองกลับเลือกที่จะมีความฝันเล็กๆ อย่างการร่วมทัพ ได้รับชัยชนะ สงครามจบลง จะมีบ้านซักหลัง ก็เท่านั้น</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms03.jpg" alt="" /></p>
<p>ในการศึกครั้งสำคัญ ทั้งสองนำทหารหนึ่งพันกว่านาย ตีค่ายของวุยที่มีทหารมากกว่าหนึ่งหมื่นนาย จนแตกพ่าย หนึ่งเป็นเพราะแผนการของ ท่านกุนซือ จูกัดเหลียง ที่เดินทางมาช่วย อีกส่วนแห่งความสำเร็จมาจากตัวของ จูล่ง เองที่สามารถลงมือสังหาร แม่ทัพของฝ่ายศัตรูลงได้สำเร็จ กลายเป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะ ทหารหนุ่มกลับมอบความดีความชอบให้กับ "พี่ใหญ่"  แต่ตัว ลั่วผิงอัน เองกลับเริ่มรู้สึกถึงความห่างเหินที่กำลังจะเกิดขึ้น ในอนาคตอันใกล้</p>
<p>เวลาของจูล่งมาถึงในอีกไม่กี่ปีต่อมา ในสมรภูมิที่ทุ่งหญ้า บันโบ๋ ขณะกองทัพของเล่าปี (เยี่ยหัว) พร้อมชาวเมือง ทิ้งเมืองเพื่อหนีการติดตามกองทัพวุยของ โจโฉ (หลิวสงเหยิน) กองทหารของลั่วผิงอัน  ได้รับหน้าที่คุ้มครองครอบครัวของเล่าปี เกิดความผิดพลาด ถูกทหารวุยโจมตี ฮูหยิน และทายาทของเล่าปี่ พลัดหลงนับเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ จูล่ง ตัดสินใจรับผิดชอบความผิดของสหาย ด้วยการผ่าทัพวุย บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเหลือ อาเต้า นายน้อยทายาทคนเดียวของเล่าปี่</p>
<p>ทหารหนุ่มทำได้สำเร็จ นอกจากจะช่วยอาเต้าได้แล้ว เขายังสามารถ แสดงฝีมือฝ่าทัพนับพันด้วยตัวคนเดียว ต่อหน้าโจโฉ ชื่อของ เตียจูล่ง ก็กระจายไปไกล และนับแต่บัดนั้น ชีวิตของเขา กับพี่ใหญ่ ลั่วผิงอัน ก็แยกออกจากกันโดยปริยาย จูล่งกลายเป็นทหารคนสำคัญของเล่าปี่ สร้างความดีความชอบมากมาย จนกระทั่งถูกแต่งตั้งให้อยู่ในกลุ่ม 5 พยัคฆ์ของจ๊ก รวมกับยอดนักรบอย่าง กวนอู (ตี้หลุง) เตียวฮุย ฮองตง และม้าเฉียว</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms04.jpg" alt="" /></p>
<p>5 พยัคฆ์ ร่วมกันปกป้องจ๊กก๊ก นานหลายสิบปี แต่ละคนเริ่มล้มตายไปตามการศึก คงเหลือแต่จูล่งเป็นเสาหลักแห่งจ๊กเป็นคนสุดท้าย ในการศึกครั้งสำคัญ บุตรชาขของสองจอมทัพผู้ล่วงลับ กวนหิน (วาแนส วู) และเตียวเปา ได้รับคำสั่งให้นำทัพบุกวุย ขณะที่นายพลน้อยทั้งสองเกิดความขัดแย้ง เรื่องผู้นำทัพสูงสุดหนึ่งเดียว จูล่งตัดสินใจอาสาต่อ จูกัดเหลียง รับหน้าที่นำทัพไปเอง โดยมีนายทหารคนสนิทอย่าง เตงจี๋ (แอนดี้ อัน) และเพื่อนเก่าในอดีตอย่าง ลั่วผิงอัน ติดตามไปด้วย</p>
<p>ทัพใหญ่ของจ๊กก๊กต้องเผชิญหน้ากับทัพวุยอีกครั้ง ทหารนับหมื่นอนับแสนที่นำมาโดยแม่ทัพ ฮั่นเต็ก (อู๋หยงกวง) กับบุตรชายทั้ง 4 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจวอิง (แม๊กกี่ คิว) แม่ทัพหญิง หลานสาวของโฉโจผู้ล่วงลับ ท่ามกลางศัตรูอันน่าหวาดวิตก จูล่งเองกลับพบว่า ตัวเอกเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งแห่งสมคราม หมากของจูกัดเหลียงในสงครามครั้งใหญ่ แม้กระทั่งหมากของ ลั่วผิงอัน สหายที่หวังทวงคืนวันอันรุ่งโรจน์กลับมาอีกครั้ง หลังจากกรำศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จูล่ง เริ่มสงสัยต่ออุดมการณ์ของตัวเอง เป็นครั้งแรก ...</p>
<p>เนื้อหาใจความหลักของ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon นั้นก็คือการมุ่ง พยายามสำรวจ ความเป็นวีระบุรุษของจูล่ง โดยเฉพาะแง่มุมแห่งการเป็นนักรบ จูล่งตรากตรำในสงครามนานกว่า 30 ปี ได้รับชัยชนะในการศึก สร้างวีรกรรมมากมาย สุดท้ายความเหน็ดเหนื่อย ความพยายาม ของวีระบุรุษอย่าง จูล่ง นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้บ้าง คำตอบคือไม่มี วีรกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของจูล่ง อย่างการช่วยเหลือ อาเต้า กลับเป็นการเร่งวันหายนะของจ๊กก๊ก ให้มาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น, การตรากตรำในสนามรบนานหลายสิบปี แทบไม่เห็นผลอย่างที่หวัง</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms09.jpg" alt="" /></p>
<p>ลั่วผิงอัน เคยบอกกับจู่ลงว่า จะเขาเดินทางไปทุกแห่งหน ทุกสมรภูมิ จนกว่าจะสามารถยุติสงครามได้ จูล่งพึ่งทราบว่า ทั้งเขาเอง และลั่วผิงอัน ล้วนเขาใจความหมายของสงครามอย่างคลาดเคลื่อน สมครามหาใช่การเดินทาง มันคือการย่ำเท้าอยู่กับที่ ในวันนี้ จูล่ง ยืนอยู่บนสนามรบ ณ ภูผาแห่งหนึ่ง สถานที่เดียวกับที่เคยยืน และรบ เมื่อยี่สิบปีก่อน ความดี ความกล้าหาญ ที่เคยได้ทำมา ไม่เคยแม้แต่จะหยุดยั้ง หรือชลอ ความโหดร้ายของสงคราม หรือความเสื่อมทรามแห่งยุคสมัย ได้ซักเล็กน้อย สุดท้าย แม้ความฝันเล็กๆ ของจูล่ง อย่างการมีบ้านซักหลัง ก็ไม่อาจทำได้ไม่สำเร็จ</p>
<p>เนื้อหาอันว่าด้วยความไร้สาระ ไร้ที่สิ้นสุด แห่งสงคราม  นั้นถูกนำเสนอมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon จะนำเสนอเรื่องราวอย่างเดียวกัน อาจจะมีลีลาซ้ำซากไปบ้าง แต่รวมๆ ก็ยังถือว่าอยุ่ในระดับน่าสนใจ ส่วนที่ช่วยผลักดันเนื้อหา ให้ชัดเจนขึ้นมาได้ก็คือ การแสดงของดารานำอย่างหลิวเต๋อหัว และหงจินเเป่า ที่สะท้อนภาพของคน ที่ใช้ชีวิต และอุดมการณ์อยู่ในสนามรบ ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบระหว่าง ยอดมหาวีระบุรุษอย่างจู่ล่ง และคนธรรมดาสามารถ ที่ไม่สามารถสลักชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ลั่วผิงอัน ที่สุดท้ายแล้ว ก็มีชีวิตที่ไม่ได้แตกต่างกันนัก เหยียบย่ำบนสนามรบผืนเดียวกัน และสิ้นสุดหนทางแห่งนักรบ ในสมรภูมิสุดท้ายร่วมกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตามหนังยังคง แสดงออกถึง ปัญหาในขั้นตอนการเล่าเรื่อง และสร้างความน่าเชื่อถือ อยู่ไม่น้อยเลย ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางที่สุด ก็คือความซื่อตรงต่อต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้ครอบคลุมไปถึง นิยายสามก๊ก (Romancing of Three Kingdoms) ของหลอจงกว้าน รวมไปถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หนังมีการเพิ่มตัวละครใหม่ อย่างลั่วผิงอัน และโจวอิง ขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก หรือปรับเทียบบทบาทตัวละครที่มีอยู่เดิม ที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นตัวละครที่ชื่อว่า เตงจี๋ ที่ตามข้อมูลแล้ว มีตำแหน่งหน้าที่ และผลงานอยู่ในงานจำพวก การทูต และการเจรจา แต่ในหนังกลับถูกปรับเปลียนให้เป็นนายทหารคนสนิทของจูล่ง</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms06.jpg" alt="" /></p>
<p>ในหมู่รายละเอียดหลายประการที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป ที่สำคัญน่าจะเป็นรายละเอียด ในชีวิตประวัติของตัวเอกอย่างจูล่งเอง อาทิเช่น หนังเปลี่ยนแปลงชีวิตภูมิหนังของจูล่งไปมากพอสมควร เขาเข้าร่วมกับกองทัพเล่าปี่ในฐานะนายทหาร ไม่ใช่ทหารเลว, ข้อมูลด้านครอบครัว รวมถึงวาระสุดท้ายของ จูล่ง ล้วนผิดแผกจากที่เรา เคยรับรู้</p>
<p>เอาเข้าจริงๆ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้พอจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้นะครับ สามก๊กเป็นวรรณกรรมที่ดังแปลงมาจากประวัติศาสตร์ ทั้งในรูปแบบบันทึก (ที่ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง) และวรรรณกรรม (ที่ให้ความสำคัญกับความบันเทิง) มากมายหลายฉบับ แต่ละฉบับก็นำมาซึ่งรายละเอียด และการตีความอันหลากหลาย การตีความใหม่ และปรับเปรียบรายละเอียดใน Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon ก็เรียกว่ายังอยู่ในระดับที่พอรับได้</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms08.jpg" alt="" /></p>
<p>สิ่งที่ดูจะเป็นปัญหามากกว่า การ เปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องเสียอีกก็คือ งานศิลป์ทั้งหลายในหนัง ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบฉาก อาวุธ และเครื่องแต่งกายในเรื่อง เดเนียล ลี ผู้กำกับนั้นมีพื้นแพ การเติบโตในอาชีพมาจากสายงาน ผู้กำกับศิลป์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว</p>
<p>เข้าใจว่าเขารับหน้าที่นี่ ในหนังเองด้วย เดเนียล ลีพยายามจะสร้างความแตกต่าง ให้กับภาพของหนังประวัติศาสตร์จีน ด้วยการออกแบบเครื่องแต่งกาย ทีผสมผสาน หลากหลายวัฒนธรรม การวิจารณ์เรื่องความไม่สมจริงนั้นลุกลามมาถึง เรื่องการคิดเลือกตัวแสดง อย่าง แม๊กกี่ คิว ดาราสาวลูกครึ่งฝรั่ง เวียดนาม ที่ดูแล้วไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา น้ำเสียง หรือการเยี่ยงย่าง ช่างห่างไกลจากความเป็น หญิงนักรบโบราณ มากเหลือเกิน</p>
<p>งานในภาคงานสร้างหลายๆ อย่างของหนัง ทั้งการทำผม เสื้อผ้า ฉาก แม้กระทั่งการกำกับคิวบู๊ (ดูแล้วชวนให้นึกถึงงานเก่าของหงจินเป่า สมัยรับผิดชอบงานกำกับคิวบู๊ให้กับ Ashes of Time อยู่ไม่น้อย) และการถ่ายภาพ ฯลฯ ล้วนออกมาด้วยแนวคิด ในการฉีกหนีจากรูปแบบเดิมๆ ของหนังสามก๊ก (และรวมถึงหนังสงครามย้อนยุคโดยทั่วไป) ผลงานที่ออกมานั้นดูแปลกตาดี แต่ในทางตรงกันข้าม กลับทำลายความน่าเชื่อถือของหนัง พลังในฐานะหนังประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของเรื่องราวในฐานะ สามก๊ก ที่ถูกลดทอนไปไม่น้อย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms05.jpg" alt="" /></p>
<p>ความผิดหวังประการสำคัญของหนัง น่าจะอยู่ที่ความคาดหวังของคนดู  โดยเฉพาะแฟนๆ สามก๊ก ที่รอคอยการเรื่องราวที่คุ้นชิน และการปรากฏตัวของ ตัวละครระดับ "ซุปเปอร์สตาร์" จากสามก๊ก และเนื่องด้วย Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เป็นหนังที่เน้นไปที่ตัวละครของจูล่งเป็นหลัก ตัวละครอื่นๆ อย่างเล่าปี่ กวนอู เตียวฮุย หรือโจโฉ จึงมีบทบาทอยู่ในระดับ "ประกอบ" หรือ "รับเชิญ" เท่านั้น ซ้ำร้ายตัวละครบางตัวก็ถูกนำเสนอ แตกต่างจากที่เราเคยสัมผัส ทั้งในแง่ของบุคลิค หรือภาพลักษณ์</p>
<p>ตัวละครที่ดูจะมีบทบาทพอให้จับต้องได้บางก็คือ จูกัดเหลียง ผมชอบการปรากฏตัวครั้งแรกของ ขงเบ้งนะครับ ดูน่าเกรงขราม ครุ่นคิด อัจฉริยะ  ภายใต้ภาพลักาณ์ของคนธรรดา แตกต่างจากภาพของ ความเหนือมนุษย์ หรือผู้วิเศษอย่างภาพปรกติของขงเบ้งที่เราคุ้นชินกัน</p>
<p>Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เป็นผลงานการสร้างของบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเกาหลี โดยทีมงานฮ่องกง ที่เห็นได้ชัดว่าคาดหวังจากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เป็นสำคัญ หนังทำท่าทำทางว่าจะพอไปได้ น่าเสียดายที่ความล้นเกินของงานสร้าง ทำลายความน่าเชื่อถือ และน้ำหนักของหนังไปไม่น้อย การเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ตัวละครมากมายหลายตัว ก็ยังแสดงออกถึงความไม่ราบรื่น จุดหักมุมตอนท้ายเรื่อง ไม่โน้มน้าม ไม่น่าเชื่อถือ  และที่สำคัญที่สุด ปัญหาเหล่านี้ดูจะมีผลต่อความล้มเหลว ในการเสนอภาพของมหาสงครามอย่างสามก๊ก ที่ไม่สามารถจำลองความ ความยิ่งใหญ่ ออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms10.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits<br />
บริษัทผู้สร้าง - </strong>Beijing Film, Visualizer, Polybona Film Distribution Co., Ltd., Taewon Entertainment<br />
<strong> กำกับ - </strong>Daniel Lee Yan-Kong<br />
<strong> อำนวยการสร้าง - </strong>Chung Tae-Won, Susanna Tsang<br />
<strong> บทภาพยนตร์ - </strong>Daniel Lee Yan-Kong, Ho Leung Lau<br />
<strong> กำกับศิลป์ - </strong>Daniel Lee Yan-Kong,<br />
<strong> ออกแบบเครื่องแต่งกาย - </strong>Thomas Chong<br />
<strong> กำกับคิวบู๊ - </strong>Sammo Hung Kam-Bo, Yuen Tak<br />
<strong> แสดงนำ -</strong> Andy Lau Tak-Wah, Sammo Hung Kam-Bo, Maggie Q, Andy On Chi-Kit, Yu Rong-Guang, Yueh Hua, Ti Lung, Damian Lau Chung-Yun, Chen Zhihui, Pu Guanxi, Vanness Wu, Timmy Hung Tin-Ming</li>
<li><strong>Thailand Distribution - </strong> ชื่อไทยในการเข้าฉายคือ "สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร"</li>
<li><strong>Rating - </strong>3/5</li>
</ul>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
