<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>สัพเพเหระ &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/สัพเพเหระ/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "สัพเพเหระ"</description>
	<pubDate>Sun, 07 Sep 2008 23:35:35 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[เพื่อนเก่า...เพื่อนแก่ ]]></title>
<link>http://9mot.wordpress.com/?p=1030</link>
<pubDate>Sat, 06 Sep 2008 12:23:43 +0000</pubDate>
<dc:creator>9MOT</dc:creator>
<guid>http://9mot.wordpress.com/?p=1030</guid>
<description><![CDATA[ที่จริงไม่อยากใช้หัวข้อนี้เลย  เพร]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>ที่จริงไม่อยากใช้หัวข้อนี้เลย  เพราะขนาดเพื่อนยังเรียกว่า "เพื่อนแก่" มันก็แสดงว่าเราก็ "แก่" เหมือนกัน หุหุ  แบบว่ารับความจริงม่ายได้ .. แต่ก็ขอเขียนแบบนี้แล้วกันเพราะใคร ๆ เขาก็พูดกันแบบนี้เมื่อได้เจอกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานแสนนาน</p>
<p>จะเรียกว่าความบังเอิญก็คงได้เพราะผมได้รับมอบหมาย(อีกแล้ว)ให้เข้าอบรม(สงสัยนิสัยไม่ดี ต้องถูกอบรมเยอะๆ)  ในโครงการ e-marketing ที่จัดโดย software park ซึ่งได้เชิญผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วมสัมนาเชิงปฏิบัติการที่เรียกโก้ๆ ว่า workshop เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตื่นตัวในการใช้ e-maketing ในการเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านการตลาด</p>
<p>หลังจาก<a title="e-marketing day" href="http://9mot.wordpress.com/2008/05/23/e-marketing/">การสัมนา e-marketing day </a>คราวที่แล้วซึ่งไปในฐานะผู้บรรยาย  คราวนี้ปลอมตัวมาในฐานะนักเรียนบ้าง  เพื่อเติมเต็มความรู้ส่วนที่ยังขาดวิ่นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  และก็เป็นอะไรที่บังเอิญเพราะวิทยากรที่มาบรรยายทั้งสามท่านเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยมหา'ลัย  ทีแรกก็จำกันไม่ได้ ถามไปถามมา  อ้าว.. รุ่นเดียวกัน   ก็เลยได้ถือโอกาสพาเพื่อนเก่า เพื่อนแก่ (พอ ๆ กับเรา) ไปทานอาหารด้วยกัน และคุยกันสัพเพเหระเกี่ยวกับชีวิตหลังเรียนจบ</p>
<p>น่าแปลกที่ตอนเรียนไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ  เพราะที่คณะมีนิสิตแต่ละรุ่นราว 700 คน  ซึ่งผมเองสนิทอยู่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ภาควิชาเดียวกัน   แต่พอมาเจอกันภายหลังกลับคุยกันถูกคอสนุกสนานเหมือนรู้จักกันมานานเลยทีเดียว </p>
<p>อีกอย่างที่ได้จากงานนี้นอกจากความรู้ประดับสมองก็คือ เพื่อนใหม่ ๆ จากหลากหลายธุรกิจที่ทำให้เราหูตากว้างขวางขึ้น และมีมิตรมากขึ้นอีกเยอะเลย...</p>
<p>มีมิตรมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง ไม่ว่าจะสหายเก่า มิตรใหม่ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เรารู้สึกดีทั้งนั้น ... ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแล้วพี่น้องคนไทยจะมาเป็นศัตรูกันทำไม .. มาเป็นมิตรกันดีกว่าครับ</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ร้านอาหารรำพึง]]></title>
<link>http://soilmatter.wordpress.com/?p=176</link>
<pubDate>Thu, 04 Sep 2008 15:12:03 +0000</pubDate>
<dc:creator>soilmatter</dc:creator>
<guid>http://soilmatter.wordpress.com/?p=176</guid>
<description><![CDATA[
ร้านอาหารที่จะแนะนำในวันนี้อยู่ไก]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9364.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9364-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9364" width="462" height="350" /></a></p>
<p>ร้านอาหารที่จะแนะนำในวันนี้อยู่ไกลกทม.ออกไปหน่อยนะครัับ อยู่จังหวัดสิงห์บุรีนู่นแหนะ เป็นร้านอาหารไทยที่เลื่องชื่อของจังหวัดเลยทีเดียว เมื่อก่อนผมนั่งรถมากับครอบครัว แล้วก็จะมาเสียเที่ยวตลอด เพราะขับมาทีไรก็จะเห็นร้านปิดทุกที ขับมาเสียเที่ยวอย่างนี้ประมาณ 2 - 3 รอบเห็นจะได้</p>
<p>จนมาประมาณช่วงเดือนเมษาฯ พ่อผมกับญาติผมอีก 2 คนได้ไปกินร้านนี้ ก็ได้กินกันอย่างอร่อยสุดยอด มีกันแค่ 3 คน แต่กินเข้าไปกันตั้ง 5-6 อย่าง เพราะมันอร่อยจริงๆ อิ่มแล้วก็ยังอยากลองสั่งเพิ่มอีก เลยเป็นว่าหลังจากนั้นก็จัดกินข้าวกับญาติกลุ่มใหญ่อีก 20 คนตามมา 2 ครั้งติดๆกัน</p>
<p>ด้วยความที่วันนั้นมีญาติมากินกันเยอะ เลยสั่งได้ 8 อย่างด้วยกัน ใครไปกันน้อยอย่าทำเลียนแบบนะครับ</p>
<p>1. ทอดมันปลากราย จานนี้ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้ตามมาตรฐานทั่วไป</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9324.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9324-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9324" width="260" height="200" /></a></p>
<p>2. ปลาไวซาเลียนึ่งซีอิ๊ว ชื่อปลาอันนี้จะแปลกมากครับ ไปถามพ่อค้าขายปลาที่ไหนเขาก็คงตอบไม่ได้ เพราะมันเป็นชื่อที่เจ้าของร้านเขาตั้งเอง เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่ง ฝรั่งจ้างให้เขาไปสอนสูตรอาหารให้ถึงที่อเมริกา เห็นว่าได้ไปเที่ยวลาสเวกัสด้วย ได้เงินค่าจ้าง 2 แสนบาท ไปสอนที่เมืองไวซาเลีย แล้วก็คงมีการลองเอาปลาที่เมืองนี้มาทำดู ปรากฏว่าเนื้อออกมาได้เหมือนปลาหิมะมาก แต่ราคาถูกเพราะไม่มีใครกินกัน เลยเป็นที่มาว่าเจ้าของสั่งซื้อปลาชนิดนี้มาตลอด และก็ไม่เปิดเผยว่าปลามันมีชื่อจริงๆว่ายังไง เพราะคงกลัวว่าถ้ารู้กันมากๆแล้วจะทำให้ราคาสูงขึ้น (ตามหลัก Demand &#38; Supply) สำหรับจานนี้ให้คะแนนไปเกือบเต็มเลย</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9336.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9336-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9336" width="260" height="200" /></a></p>
<p>3. ปลาช่อน 3 รสใส่คะน้า เป็นปลาช่อนที่ทอดจนกรอบ รสออกหวานเล็กน้อย เสริฟ์คู่กับคะน้าครับ ได้คะแนนเกือบเต็มเช่นเดียวกัน</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9338.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9338-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9338" width="260" height="200" /></a></p>
<p>4. เม็ดมะม่วงผัดไก่กรอบ จานนี้ได้คะแนนเต็มสิบครับ ไก่(บวกกับหนังไก่ปริมาณสูง)ทอดจนกรอบ จนดูเหมือนพวกเรากำลังกินแคบไก่กันอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเด่นของจานนี้เลยทีเดียว นำมาผัดกับต้นหอมนิดหน่อย จานนี้รสออกหวานเล็กน้อย อร่อยมากๆครับ เป็นจานที่ต้องสั่งมาจริงๆ</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9341.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9341-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9341" width="260" height="200" /></a></p>
<p>5. ปลาม้าผัดฉ่า จานนี้เผ็ดร้อนพอสมควร แต่คนกินเผ็ดไม่เก่ง(อย่างผมคนหนึ่งละ)ก็กินได้ จานนี้ได้คะแนนเกือบเต็มเช่นเดียวกัน</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9342.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9342-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9342" width="260" height="200" /></a></p>
<p>6. ต้มยำพุงไข่ปลาช่อน ญาติๆ พ่อแม่ และน้องของผม ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นี้เป็นต้มยำที่อร่อยอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยทีเดียว แต่ก็นะผมเป็นพวกกินต้มยำไม่เก่งเท่าไร เลยเฉยๆกับจาน(หม้อนี้) แต่ขอให้สั่งมากันเป็นการดีกว่าครับ เดี๋ยวจะหาว่าผม bias</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9346.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9346-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9346" width="260" height="200" /></a></p>
<p>7. ปลาหมึกผัดไข่เค็ม นี้เป็นที่สุดของที่สุดในร้านนี้แล้ว อร่อยสุดยอดโคตรๆ กินแล้วเกือบกรี๊ดแต๊วแตก(อันนี้ เว่อร์นะ) ปลาหมึกคลุกกับไข่เค็มทอดจนกรอบ นำมาผัดกับต้นหอมพอควร ซึ่งจานนี้รสจะออกมันๆเค็มๆกรอบๆ ซึ่งเป็นสามลักษณะเด่นของจานนี้ นักวิชาการด้านการครัวในตระกูลของผม(ก็แม่ๆ ป้าๆ พ่อๆ นั้นแหละ)ยังคงถกเถียงกันว่า พ่อครัวได้ทอดปลาหมึกก่อนแล้วคลุกไข่เค็ม หรือว่าคลุกไข่เค็มแล้วค่อยเอาไปทอด ทว่าจะเถียงกันเท่าใดก็ซ้ำจานนี้กันหลายรอบพอควร จนลูกหลานร้อนๆหนาวๆกันไปตามๆกัน หลังจากเห็นญาติผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านตักจานนี้กันไม่หยุด</p>
<p>อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ชัดนะครับ ว่าร้านนี้ใช้เทคนิคการทอดจนกรอบในหลายจานด้วยกัน เช่นจานที่ 3 4 7 และ 8 ซึ่งเม็ดมะม่วงผัดไก่กรอบและปลาหมึกผัดไข่เค็มที่เป็นสุดยอดของร้านก็ใช้เทคนิคนี้</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9347.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9347-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9347" width="260" height="200" /></a></p>
<p>8. ปลาม้าผัดพริกไทย จานนี้ก็อร่อยพอควรครับ จะลองสั่งมาชิมก็ได้ (ถ้าไม่รู้จะสั่งอะไรกันแล้ว)</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9350.jpg"><img class="aligncenter" style="border-width:0;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9350-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9350" width="260" height="200" /></a></p>
<p>ส่วนรูปข้างล่างนี้ก็จะเป็นหน้าร้านนะครับ ก็จะเห็นเตาแก๊สสี่เตาได้ เอาไว้ใช้งานทอดๆทั้งนั้น ส่วนคุณลุงคนเสื้อม่วงคือเจ้าของร้านครับ แกอัธยาศัยดีนะ แต่จะออกแนวโวยวายหน่อย เอี้ย อ่า อึง อู มาหมด แต่จะออกแนวเล่นกับลูกค้านะ มีอยู่ทีหนึ่งพวกเราสั่งปลาหมึกผัดไข่เค็มมาบ่อยมาก จนแกแซวว่าจะกินอะไรมากนักหนา(พูดแนวโวยวายตามสไตล์แกละนะ) พวกเราก็ขำๆกัน</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9361.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/09/dscf9361-thumb.jpg" border="0" alt="DSCF9361" width="462" height="350" /></a></p>
<p>ตามนามบัตรร้านนี้เปิดตั้งแต่เที่ยงยันสามทุ่มครึ่ง แนะนำว่าถ้ากลัวคนเยอะก็ให้มาตั้งแต่ 11.30 เลย ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนขุนสวรรค์ อ.เมือง จังหวัดสิงห์บุรี ก็คือว่าถ้าออกมาจากกทม.ทางถ.พหลโยธิน พอมาถึงแยกต่างระดับเข้าเมืองสิงห์บุรี ให้เลี้ยวซ้ายที่แยกนี้ ประมาณ 2 กม.ก็จะเข้าเมืองสิงห์บุรี เข้ามาเรื่อยๆก็จะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากข้ามแม่น้ำแล้วพอเจอสี่แยกไฟแดงอันแรกให้เลี้ยวซ้าย ตัวร้านจะอยู่ต้นๆถนน ตรงข้ามกับปั้มเชลล์ครับ</p>
<p>ถ้าเกิดหาร้านไม่เจอจะลองถามทางคนในจังหวัดดูก่อนได้ ผมเชื่อว่าน่าจะตอบได้หมดเพราะปกติร้านไหนดังๆของจังหวัด คนในจังหวัดจะตอบได้อยู่แล้ว หรือถ้าเกิดหลงทางกันจริงๆลองโทรไปที่เบอร์นี้ของร้านก็ได้ โทร. 036-520757 ครับ</p>
<p>[googlemaps http://maps.google.com/maps/ms?hl=en&#38;amp;ie=UTF8&#38;amp;oe=UTF8&#38;amp;t=h&#38;amp;s=AARTsJrW7BJ0g6tMqkiZaZYlvTUw-auByg&#38;amp;msa=0&#38;amp;msid=109734806270936519792.00045611e83645ee6b5a9&#38;amp;ll=14.898309,100.39695&#38;amp;spn=0.003629,0.00456&#38;amp;z=17&#38;amp;output=embed&#38;w=425&#38;h=350]</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตายตกตามกัน]]></title>
<link>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=29</link>
<pubDate>Fri, 29 Aug 2008 03:08:30 +0000</pubDate>
<dc:creator>alittlepigeon</dc:creator>
<guid>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=29</guid>
<description><![CDATA[
หลายท่านคงได้อ่านข่าวนักศึกษาสาวถ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:small;"><strong></strong><strong><span style="font-family:&#34;"></span></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">หลายท่านคงได้อ่านข่าวนักศึกษาสาวถูกรัดคอเสียชีวิตแล้วฆาตกรก็กระโดดแม่น้ำหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือนรกหรือสวรรค์ที่ดันมีเรือท่องเที่ยวช่วยเหลือไว้ได้ แทนที่จะตายเลยได้กลับไปเจอตำรวจแทน ข่าวเขาว่านักท่องเที่ยวคนหนึ่งเผอิญเป็นหมอเลยช่วยชีวิตหนุ่มคลั่งคนนี้ไว้ได้ ขณะที่นักศึกษาเหยื่อพิศวาสฆาตกรรมนั้น ตอนที่เพื่อนไปเจอเธอนอนแน่นิ่งในห้องพักแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาลนั้น เธอยังหายใจรวยรินแต่ก็ถึงมือหมอไม่ทัน</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ถ้าเพียงใครสักคนจะปฐมพยาบาลเป็น ก็อาจช่วยชีวิตเธอไว้ก็ได้นะ แต่ฉันคิดว่าเพื่อนของเธอทำดีที่สุดแล้ว ตั้งแต่เด็กจนโตฉันจำได้ว่าโรงเรียนไม่เคยสอนเรื่องการปฐมพยาบาลจริงๆ เลย ได้แต่เปิดตำราให้ดูจากรูปภาพ ทั้งที่เด็กเล็กและเด็กใหญ่ทุกคนควรจะได้ฝึกปฏิบัติกันจริงจังเหมือนอย่างที่หน่วยงานหลายแห่งในสมัยนี้ฝึกอบรมให้กับพนักงาน เพื่อที่เกิดเหตุฉุกเฉินอันใดจะได้ช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;">เห็นคนในกระทรวงศึกษาฯหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับการแก้ไขหลักสูตรประวัติศาสตร์ หันมาเพิ่มเติมหลักสูตรเพื่อการใช้ชีวิตในโลกจริงๆ<span>  </span>อย่างนี้บ้างก็น่าจะเข้าทีนะ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">กลับไปที่เรื่องของชายผู้โชคดีบนความโชคร้ายคนนี้ บ้างก็ว่าไม่น่าจะรอด บ้างก็ว่าสมน้ำหน้าแล้วที่ไม่ตาย ทำความผิดขนาดนั้นแล้วจะให้ฆ่าตัวตายหนีความผิดไปได้นั้น...มันง่ายไป เพราะถ้าฆาตกรตาย ทุกอย่างก็จบไปเพียงวูบเดียว โดยไม่มีโอกาสได้รับความทุกข์ทรมานจากบาปกรรมที่ตัวเองได้ทำไว้เลย</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ความคิดแบบหลังนี้เข้าขั้นซาดิสม์หน่อยๆ และเพื่อนบางคนของฉันก็เชื่อเช่นนั้นจริงๆ มันไม่สนับสนุนการมีโทษประหารชีวิต แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างที่หลายองค์กรเขาประท้วงกัน หากแต่เพราะมันคิดว่าคนที่ทำร้ายผู้อื่น ควรได้รับโทษทัณฑ์ตั้งแต่ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ การทำร้ายชีวิตผู้อื่นคือการทำลายความเป็นมนุษย์ทั้งทางร่างกายและศักดิ์ศรี คนที่ทำก็จึงสมควรถูกทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองบ้าง เพื่อนมันอ้างไปถึงการจับมัดประจานกลางเมืองเหมือนกฎชุมชนโบราณบางแห่งโน่นเลย</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">พูดอย่างนี้ นักสิทธิมนุษยชนคงไม่ชอบใจ สำหรับฉันเองก็ไม่เห็นด้วยกับเพื่อนไปเสียทุกอย่างเพราะมันออกแนวแก้แค้นไปหน่อย พูดตรงๆ ก็คือมันดูเป็น </span><span style="font-family:&#34;">“<span lang="TH">คนไม่ดี</span>”<span lang="TH"> มากไปหน่อย แต่นั่นก็ทำให้นึกถึงพระเอกนางเอกในหนังในละครที่เป็นคนดีมาตลอดชีวิต แต่เมื่อถูกรังแกถึงที่สุดก็ลุกขึ้นมาตอบแทนตัวร้ายอย่างสาสมทุกรายไป<span>  </span>นั่นอาจแปลได้ว่าตราบใดที่เรื่องไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ตราบนั้นเราก็ยังยืนอยู่บนหลักการแบบคนดีได้เสมอ...</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;">แต่เชื่อเถอะว่าแทบทุกครั้ง การแก้แค้นก็ไม่นำอะไรมาให้เลยนอกจากความสูญเสียทั้งสองฝ่ายเท่านั้นเอง.</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[12 ปีที่รอคอย]]></title>
<link>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=27</link>
<pubDate>Fri, 29 Aug 2008 03:06:30 +0000</pubDate>
<dc:creator>alittlepigeon</dc:creator>
<guid>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=27</guid>
<description><![CDATA[
ได้ยินชื่อสมจิตร จงจอหอครั้งแรกตั]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:small;"><strong></strong><strong><span style="font-family:&#34;"></span></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ได้ยินชื่อ<strong>สมจิตร จงจอหอ</strong>ครั้งแรกตั้งแต่การแข่งโอลิมปิกรอบที่ <strong>วิจารณ์ พลฤทธิ์</strong>ได้เหรียญทองนั่นแล้ว</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ตอนนั้นสกู๊ปข่าวกีฬาโทรทัศน์ช่องหนึ่ง บอกไว้ชัดเจนมากว่าสมจิตรเป็นมวยฝีมือดี มีวินัย เพียงแต่ตอนนั้นในรุ่นที่เขาต่อย เขาเป็นที่ 2 จึงต้องกลายเป็นเงาของที่ 1 อยู่เรื่อยไป</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">อาจเพราะนามสกุลแปลก ๆกับสกู๊ปวันนั้นกระมัง จึงทำให้จำชื่อเขามาได้เรื่อยๆ และทุกครั้งที่ดูข่าวกีฬาแล้วได้ยินชื่อสมจิตร ก็จะเงี่ยหูฟังโดยอัตโนมัติว่าเส้นทางนักชกของเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แล้วก็ได้ยินชื่อเขามาเรื่อยๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่เราคิดว่าถ้าเป็นตัวเราเองต่อยแพ้ไม่ได้ไปโอลิมปิกตั้งแต่คราวนั้น ก็คงถอดใจเลิกไปแล้ว</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">จนมาวันนี้คนไม่เคยรู้จักก็ต้องรู้จัก<strong> สมจิตร </strong>กลายเป็นคนดังไปแล้ว ดังมาก และดังในทางที่มีแต่เสียงชื่นชม ไม่เพียงแต่เพราะเขาได้เหรียญทอง หากแต่เป็นตำนานการรอคอย 12 ปีกว่าจะมาถึงวันนี้ด้วยอีก...</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">12 ปี มันนานมากเลยนะ กับการรอคอยอะไรสักอย่าง หากไม่มุ่งมั่นจริง ไม่ใจรักจริง เราคงรอคอยอะไรไม่ได้ถึงขนาดนั้น</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">โดยเฉพาะหากมันเป็นการรอคอยที่หลายครั้งก็ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกาย (ฝึกซ้อม) จิตใจ ต้องอดทนกับความผิดหวังอย่างรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">สิ่งที่ทำให้สมจิตรดังมันจึงไม่ใช่แค่เหรียญทองเสียแล้ว หากแต่เป็นประโยคที่เขากล่าวกับคนไทยหลังก้าวลงจากเวทีสดๆ ร้อนๆ นั้นต่างหากที่มีความหมาย </span><strong><span style="font-family:&#34;">“<span lang="TH">ขอให้พี่น้องคนไทยอดทนและสู้เหมือนผม...</span>”</span></strong><span style="font-family:&#34;" lang="TH"> มันไม่ใช่แค่คำพูดสูตรสำเร็จเลย แต่มันเข้มข้นแท้จริง</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ฉันชอบเมื่อคราวดู<strong>คุณสมรักษ์ คำสิงห์</strong> เพราะรู้กันอยู่ว่าเขาเก่งมาก เป็นมวยพรสวรรค์ จึงรู้สึกเหมือนดูซุปเปอร์ฮีโร่ที่เรารู้อยู่แล้วว่าเก่งและชนะได้วันยังค่ำ</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;">แต่ฉันชื่นชมเหรียญทองโอลิมปิกครั้งนี้มากที่สุด เพราะทั้ง<strong>น้องเก๋-ประภาวดี</strong> และร.ท.สมจิตร เหมือนกันตรงที่เคยผ่านการผิดหวังอย่างสุดๆ น้องเก๋พลาดการคัดตัวครั้งที่แล้ว และต่อมาก็ศอกหลุด ท้อจนเคยหนีกลับบ้าน แต่วันนี้ทั้งคู่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเกินกว่าความพยายามและมุ่งมั่น ฉันอยากให้คนไทยเรามีนิสัยมุ่งมั่นอย่างนี้จังเลย <span> </span>นิสัยแบบนี้ฉันเห็นในคนญี่ปุ่น เป็นชาติที่พลเมืองมุ่งมั่นมากและโอลิมปิกครั้งนี้เขาก็ทำได้ดีมากแซงหน้าไทยไปหลายขุม สำหรับจีนไม่เคยพูดถึง ติดลมบนไปแล้ว</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ฝากคำขอบคุณและความชื่นชมไปยัง<strong>คุณมนัส บุญจำนงค์</strong>และ<strong>น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง</strong>ด้วย คงมีคนไทยอีกหลายล้านที่ยึดคุณเป็นแบบอย่าง ทที่สำคัญฝากกำลังใจให้นักกีฬาที่พลาดเหรียญทุกท่าน</span><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;">การรอคอยมันอาจจะสั้นหรืออยาวกว่า 12 ปีได้เสมอนั่นแหละ.</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เมื่อไม่ต้องแสวงหา...]]></title>
<link>http://sasismile.wordpress.com/?p=65</link>
<pubDate>Thu, 21 Aug 2008 08:36:02 +0000</pubDate>
<dc:creator>sasismile</dc:creator>
<guid>http://sasismile.wordpress.com/?p=65</guid>
<description><![CDATA[ช่วงนี้ได้พูดคุยกับคนที่กำลัง &#8220;แ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<h3>ช่วงนี้ได้พูดคุยกับคนที่กำลัง "แสวงหา" อะไรบางอย่าง</h3>
<h4><span style="text-decoration:underline;"><strong>คนที่่ 1</strong></span> กำลังแสวงหาครูบาอาจารย์ที่สอนกัมมฐานได้ เขาเปิดอินเทอร์เน็ต และพูดคุยกับผู้คนมากมายเพื่อให้ได้คำตอบ</h4>
<h4><span style="text-decoration:underline;"><strong>คนที่ 2</strong> </span>เป็นเพื่อนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นครูสอนการแสดง เป็นหญิงเก่งคนหนึ่งเลย เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง สิ่งที่เธอต้องการแสวงหานั้น คือ "การทำใจ" ให้ปลอดภัยจากมลพิษทางความรัก</h4>
<h4><span style="text-decoration:underline;"><strong>คนที่ 3</strong></span> พี่ชายเราเอง ผู้พยายามศึกษาพระพุทธศาสนาจากหลากหลายแหล่ง แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่า "เป็นที่สุดของคำสอน" คือ ยังมีข้อโต้แย้งในใจ สิ่งที่เขาแสวงหาคือหนทางการหลุดพ้นจากความทุกข์ และเขาจำต้องแสวงหาต่อไป</h4>
<h4><strong><span style="text-decoration:underline;">คนที่ 4</span> </strong>เป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่ "เดิน" กลับบ้าน จากเชียงใหม่ ไปยังเกาะสมุย โดยมีเงื่อนไขการเดินทางว่า ต้องเดินด้วยสองเท้า ก้าวย่างโดยไม่เป็นทาสของเงินตรา และไม่มุ่งหาผู้ที่รู้จัก เพื่อจะแสวงหาความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง และตีพิมพ์เป็นหนังสือ "เดินไปสู่ อิสรภาพ"</h4>
<h3>และอีกหลายต่อหลายคนที่มุ่ง "แสวงหา" สิ่งที่ตัวเองยังไม่เจอ</h3>
<h3 style="text-align:center;"><strong><span style="color:#0000ff;">ก</span><span style="color:#0000ff;">ารแสวงหามิใช่เรื่องผิด  เพียงเพราะเรายังไม่พบสิ่งที่เป็นที่สุด  มัีนจึงต้องแสวงหากันต่อไป</span></strong></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="color:#0000ff;">เมื่อเสียงในหัวใจมันร่ำร้อง  เราก็จำเป็นต้องเติมสิ่งที่ขาดหายด้วยการ...แสวงหา</span></h3>
<h4>สำหรับเรานั้นดีใจเป็นที่สุด ที่เจอเส้นทางที่เหมาะกับเราแล้ว เลิกแสวงคำตอบนอกตัว เหลืออย่างเดียวคือ "คำตอบภายในตัว" อันเกิดจาก "ภาวนามยปัญญา"</h4>
<h4>การไม่ต้องแสวงหา เป็นความสุขอย่างหนึ่ง (แต่มิใช่หมายถึงการละความเพียรพยายาม) ช่างเป็นหนทางลัด เป็น shot-cut ที่ดีเยี่ยม ทำให้เราประหยัดเวลามากๆ สำคัญเหนืออื่นใด คือ การประหยัดใน "วัย" ที่ไม่ต้องเอาความเป็นหนุ่มเป็นสาว ไปหลงเพลิดเพลินกับสิ่งที่เขาสร้างขึ้น และไม่ต้องเอาสังขารไปละลายด้วยอบายมุขอันกลาดเกลื่อนทั่วแผ่นดิน</h4>
<h3 style="text-align:center;"><span style="color:#0000ff;">สิ่งที่ดีใจที่สุด คือ <strong>การพบมหาปูชนียาจารย์ </strong>ผู้รู้ ผู้ที่สามารถถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ทำตาม และได้ผลตามจริงๆ</span></h3>
<h3 style="text-align:right;">การจะพบครูดีนั้นเป็นเรื่องยาก</h3>
<h3 style="text-align:right;">แต่การทำตามีคำสอนครูให้ได้ทุกประการนั้นยากกว่า</h3>
<h3>แสวงหา</h3>
<h3>แสวงหา</h3>
<h3>แสวงหา</h3>
<h3>บัดนี้ตัวเราเลิกแสวงหาสิ่งนอกตัว</h3>
<h3>เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังต้องแสวงหา..."ธรรมะภายใน"</h3>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เหรียญทองแห่งโอลิมปิก]]></title>
<link>http://este11a.wordpress.com/?p=229</link>
<pubDate>Tue, 19 Aug 2008 12:06:48 +0000</pubDate>
<dc:creator>joynifer</dc:creator>
<guid>http://este11a.wordpress.com/?p=229</guid>
<description><![CDATA[หลังจากที่ได้อ่านข่าวที่ว่าพลุ ดอก]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่ได้อ่านข่าวที่ว่าพลุ ดอกไม้ไฟที่เราเห็นถ่ายทอดเมื่อครั้งพิธีเปิดโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้ computer graphic เข้าช่วย ไม่ได้จุดจริงทั้งหมด ฉันก็รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ได้แต่คิดว่าแบบนี้ก็มีด้วยเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราดูแล้วชอบ มีความสุข สนุกไปกับงานของเขาก็ไม่เห็นจะต้องคิดมากเลย</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://None"><img class="size-medium wp-image-233 aligncenter" src="http://este11a.wordpress.com/files/2008/08/olympic.jpg?w=189" alt="" width="189" height="162" /></a></p>
<p style="text-align:center;">เหรียญทอง หรือ เหรียญเงิน?</p>
<p>เมื่อตะกี้ว่าจะเปิด web ดูผลมวยสักหน่อย ก็บังเอิญไปเจอข่าวเกี่ยวกับเหรียญทองโอลิมปิก ว่าแท้จริงแล้วไม่ได้ทำจากทองคำบริสุทธิ์ แต่มีส่วนประกอบหลักเป็นเงิน!</p>
<p>คณะกรรมการจัดงาน หรือ BOCOG ออกมายอมรับว่าในเหรียญทองหนึ่งเหรียญจะมีส่วนประกอบที่เป็นทองคำบริสุทธิ์เพียง 6% เท่านั้น ส่วนประกอบหลักของโลหะที่นำมาทำเป็นเหรียญทองก็คือ "เงิน" โดยวัตถุดิบที่ใช้ทำเหรียญนี้ จีนนำเข้าจากออสเตรเลีย และได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าโลหะที่นำมาใช้เป็นโลหะมีค่า ไม่ได้เป็นตะกั่วอย่างที่มีบางคนแอบเหน็บแนม</p>
<p>ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ The Nation</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แก๊งทวงหนี้]]></title>
<link>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=17</link>
<pubDate>Mon, 18 Aug 2008 13:31:14 +0000</pubDate>
<dc:creator>alittlepigeon</dc:creator>
<guid>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=17</guid>
<description><![CDATA[
ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการทวงหนี้แ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size:13pt;font-family:&#34;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการทวงหนี้แบบโหดๆ ออกมาให้เห็นกัน 2-3 ข่าวแล้ว แต่ละรายเจ้าหนี้จะให้ชายฉกรรจ์หรือวัยรุ่นไม่ต่ำกว่า 3 คน(บางรายเกือบ 10 คน) ไปทวงหนี้จากลูกหนี้ โดยมีผลลัพธ์คือลูกหนี้ เลือดตกยางออกจนเรื่องต้องถึงมือตำรวจ</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ล่าสุด ก็เป็นเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบที่โดนก้อนหินทุ่มใส่ขา เลือดอาบรับเคราะห์แทนแม่-ลูกหนี้ตัวจริงไป</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ยอดหนี้ที่แต่ละรายค้างไว้มักไม่เกินหลักหมื่น รายหนึ่งค้างเหลือแค่ 200 บาท และรายล่าสุดที่เป็นข่าวค้างชำระมากหน่อยคือ 2,000 บาท</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ถ้าติดค้างกันมากกว่านั้น...จะไม่ถึงกับอุ้มฆ่ากันเลยหรือ </span><span><span style="font-family:Times New Roman;">!</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">เจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้นอกระบบเหล่านี้ ไม่เพียงแต่มี </span><span><span style="font-family:Times New Roman;">“</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ชุดเฉพาะกิจ</span><span><span style="font-family:Times New Roman;">”</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH"> ของตัวเองไว้ทวงหนี้โดยเฉพาะ ยังคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่กำหนดคือคิดที่ร้อยละ 20หรือมากกว่า ขณะที่กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดที่ร้อยละ 15</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">แล้วถามว่า ผู้กู้ก็รู้ว่าถูกขูดรีด แล้วจะยังไปกู้ทำไม คำตอบคือถ้ามีทางเลือกดีกว่านี้ก็คงไม่เอาหรอก</span><span><span style="font-family:Times New Roman;">…</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH">จะให้เข้าโรงรับจำนำ ก็ไม่มีวัตถุทรัพย์สินที่มีค่าขนาดนั้น อย่างมากก็อาจเป็นทีวี หม้อหุงข้าว วิทยุเก่าๆ สักเครื่อง</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ในช่วงเวลาชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินไม่กี่ร้อยกี่พันบาท ถ้าหาได้ก็ต้องเอาไว้ก่อน ดอกเบี้ยแพงก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย...นี่แหละคือภาวะแท้จริงของคนยากคนจน</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ชนชั้นกลางกู้เงินจากบริษัทบัตรเครดิตหรือบริษัทสินเชื่อที่เกลื่อนเมืองนั้น อาจพูดได้ว่าเป็นเรื่องความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เพราะเท่าที่เห็นก็เอาเงินในอนาคตมาใช้ซื้อ </span><span><span style="font-family:Times New Roman;">“</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ออปชั่น</span><span><span style="font-family:Times New Roman;">”</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH"> ที่เกินความจำเป็นมากไปกว่าปัจจัย 4 กันทั้งนั้น (หรือไม่ก็เป็นปัจจัย 4 ที่หรูหราขึ้นมาหน่อย) แต่กับคนหาเช้ากินค่ำหรือชนชั้นกลางไปถึงล่างหลายครอบครัว กู้หรือยืมมาเพื่อค่านมค่าข้าวอย่างเดียวก็ยังแทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">แล้วอะไรทำคนเรามันยากจนได้ขนาดนั้น...คำตอบมีหลายหมื่นหลายแสนข้อ และที่ชวนคุยวันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะถกประเด็นโลกแตกอย่างเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนแต่อย่างใด แค่อยากจะบอก บ่น และห่วงใยในปัญหาที่มันบานปลายมาจากความยากจนนี้ต่างหาก</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ถ้าผู้มีอำนาจลดช่องว่างของรายได้ของคนในประเทศนี้ไปไม่ได้ ปัญหาสังคมหลายๆ อย่างก็ยังจะคงอยู่อย่างนั้นและยิ่งนานวันก็ยิ่งเรื้อรังสะสม...</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">ใครที่เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ก็อนุโมทนาสาธุ ขอเพียงว่าในยามที่รัฐบาล(ใดก็ตาม)เขาพยายามแก้ปัญหาปากท้อง อย่าเพิ่งเอาเรื่อง </span><span><span style="font-family:Times New Roman;">“</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH">การเมืองสกปรก</span><span><span style="font-family:Times New Roman;">”</span></span><span style="font-family:&#34;" lang="TH"> ที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของใครดีขึ้น(นอกจากตัวเอง) มาทับถมอีกเลย...</span><span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;">เดี๋ยวบาปกรรมจะถามหาเอาโดยไม่รู้ตัว.</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p><font face="&#34;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"> </p>
<p></font></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"> </p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไมเคิล เฟลป์ส คนหรือปลาวะนั่น]]></title>
<link>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=8</link>
<pubDate>Mon, 18 Aug 2008 07:30:59 +0000</pubDate>
<dc:creator>alittlepigeon</dc:creator>
<guid>http://alittlepigeon.wordpress.com/?p=8</guid>
<description><![CDATA[
โอลิมปิกครั้งนี้ น่าจะถือเป็นปีทอ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:small;"><strong></strong><strong><span style="font-family:&#34;"></span></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">โอลิมปิกครั้งนี้ น่าจะถือเป็นปีทองของวงการกีฬาว่ายน้ำก็ว่าได้ เพราะแต่ละรายการนั้นทำลายสถิติเก่า สร้างสถิติโลกใหม่กันได้เป็นว่าเล่น ถือเป็นพัฒนาการขั้นสูงสุดอีกครั้งหนึ่งที่แสดงได้ว่ามนุษย์สามารถว่ายน้ำได้ใกล้เคียงปลาไปทุกที...ฮี่ฮี่ ทั้งนี้อาจต้องยกความดีให้เทคโนโลยีชุดว่ายน้ำด้วยเพราะแต่ละปีนักประดิษฐ์ก็สามารถคิดค้นชุดว่ายน้ำที่มีผิวสัมผัสลื่นและลดแรงเสียดทานในน้ำได้ดีจนนักว่ายน้ำรุ่นเก่าๆ อาจต้องเซ็งด้วยความอิจฉา</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">และปีนี้ ชื่อที่พูดถึงกันมากที่สุดคงไม่พ้น </span><strong><span style="font-family:&#34;">“<span lang="TH">ไมเคิล เฟลป์ส</span>”</span></strong><span style="font-family:&#34;" lang="TH"> ปลา...เอ๊ย นักว่ายน้ำหนุ่มวัย 23 ปีจากสหรัฐ ที่เคยออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่าตัวเองตั้งเป้าทำสถิติคว้าเหรียญทองให้ได้ทั้ง 8 เหรียญในการแข่งขัน 8 รายการ ซึ่งตอนนั้นมีแต่คนให้กำลังใจว่า </span><span style="font-family:&#34;">“<span lang="TH">มันยากกกกส์มากนะนาย...</span>”<span lang="TH"> แปลว่า </span>“<span lang="TH">ไม่น่าจะทำได้</span>”<span lang="TH"> นั่นแหละ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">แต่ในที่สุดผลก็ออกมาแล้วว่า ไม่เพียงจะคว้า 8 เหรียญทองมาได้ ยังเป็นการทำลายสถิติโลกและสถิติโอลิมปิกในทุกรายการอีกด้วย สมแล้วที่ต้องเรียกว่าฉลาม... นักกีฬาทั่วไปอาจต้องตรวจโด๊ป แต่ตาไมเคิล เฟลป์สคนนี้น่าจะตรวจดีเอ็นเอด้วยนะว่าหายใจทางผิวหนัง เหงือก หรือกกหูเหมือนที่เราเห็นกันในหนังหรือเปล่า...</span><span style="font-family:&#34;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">แต่เห็นอย่างนี้ใครอย่าคิดว่าเฟลป์สโชคดีเหนือมนุษย์ เพราะความจริงคือเขาฝึกซ้อมหนักมาก ว่ายน้ำวันละไม่ต่ำกว่า 15 กิโลเมตร ทุกวันไม่เว้นวันหยุดในวันที่หนาวที่สุด ความมุ่งมั่นจะเป็นจ้าวสระทำให้เขาเหมือนจะไม่เหนื่อยไม่ท้อเหมือนคนอื่นๆ<span>  </span>ครั้งหนึ่งเฟลป์สเคยพ่ายแพ้ในท่าผีเสื้อให้กับเพื่อนร่วมชาติ ทั้งที่ท่าผีเสื้อเป็นท่าที่ถนัดที่สุดของเขาและตัวเองยังเป็นเจ้าของสถิติโลก แต่สิ่งที่เขาหยิบยกมาเป็นจุดแข็งจากเรื่องนี้ คือเอารูปโปสเตอร์เพื่อนคนนั้นแปะไว้ที่หัวนอน ทุกเช้าที่ต้องตื่นมาก็จะเห็นภาพเพื่อนและจะได้เตือนตัวเองว่าจะไม่ยอมพลาดอีก นี่ไม่ใช่เรื่องความอิจฉาแน่ๆ เพราะความอิจฉาไม่ทำให้เกิดพลังในทางบวกกับใคร ตรงกันข้ามสำหรับเฟลป์ส มันคือการเตือนตัวเองว่าเขาไม่ใช่ปลาแต่กำเนิด แต่เป็นมนุษย์ที่เก่งแค่ไหนก็พลาดได้ทุกเมื่อ มีแต่ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมเท่านั้นที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">อีกสิ่งที่สำคัญที่สุดและคิดว่าคนไทยหรือเด็กไทยน่าจะจำไว้เป็นเยี่ยงอย่าง ก็คือเมื่อคนรอบข้างต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาไม่มีทางทำได้ครบ 8 เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ เฟลป์สบอกว่าเขาจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ </span><span style="font-family:&#34;">“<span lang="TH">จินตนาการ</span>”<span lang="TH"> เข้าช่วย จินตนาการหรือการฝันว่าเขาจะทำได้ เพื่อให้เกิดพลังบวกเมื่อลงมือจริง</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH">เป็นอีกครั้งที่คนสำคัญของโลกนี้พิสูจน์ให้เราเห็นว่า </span><span style="font-family:&#34;">“<span lang="TH">จินตนาการ</span>”<span lang="TH"> สำคัญกว่า </span>“<span lang="TH">ความรู้</span>”<span lang="TH"> ฉะนั้นเวลาเราเห็นเด็กไทยทำอะไรที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ก็อย่าไปหยุดเขาด้วยคำว่าเพ้อฝันหรือฝันเฟื่องเลย...เพราะมนุษย์อย่างไมเคิล เฟลป์สก็พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้บนโลกใบนี้.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:54pt;text-align:justify;margin:0;"><span style="font-family:&#34;" lang="TH"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[9MOT in Bangkok]]></title>
<link>http://9mot.wordpress.com/?p=1013</link>
<pubDate>Mon, 18 Aug 2008 04:47:09 +0000</pubDate>
<dc:creator>9MOT</dc:creator>
<guid>http://9mot.wordpress.com/?p=1013</guid>
<description><![CDATA[ห่างหายกับการ post เรื่องใหม่ ๆ ไปเลยค]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>ห่างหายกับการ post เรื่องใหม่ ๆ ไปเลยครับช่วงนี้  เพราะต้องเดินทางพาคุณพ่อมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ  แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินออกมาชมอาทิตย์ตกหลังห้องเกือบทุกวัน พอดีเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม มีการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติใกล้ ๆ โรงพยาบาลด้วย  ก็เลยเอาเจ้ากล้อง canon A470 มาถ่ายภาพพลุดู  เพื่อยืนยันว่ากล้องราคาตัวละ 3,500 ก็ถ่ายภาพให้สวยได้ถ้าเข้าใจว่ากล้องมันทำงานอย่างไร</p>
<p>ภาพที่นำมาฝากวันนี้เป็นภาพที่ถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง แต่ใช้ผนังกับกรอบหน้าต่างแทนเพื่อให้กล้องนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะในโหมดถ่ายภาพพลุของกล้องจะใช้เวลาในการรับแสงประมาณ 2 วินาที   โดยภาพแรก ๆ ต้องลองหาจังหวะในการถ่ายพอสมควรเพราะกล้องมี time lag ค่อนข้างเยอะ (ตามประสากล้อง compact ทั่วไป) และข้อเสียอีกอย่างที่พบคือใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะถ่ายภาพต่อไปได้ (ประมาณ 2 วินาที)   แต่พอทำความเข้าใจกับตัวกล้องแล้วก็ได้ภาพแบบนี้ครับ</p>
<p><img class="alignnone&#60;br /&#62; size-full wp-image-1015" src="http://9mot.wordpress.com/files/2008/08/9mot-bangkok-01.jpg" alt="" width="500" height="833" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1015" src="http://9mot.wordpress.com/files/2008/08/9mot-bangkok-02.jpg" alt="" width="500" height="833" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1015" src="http://9mot.wordpress.com/files/2008/08/9mot-bangkok-03.jpg" alt="" width="500" height="833" /></p>
<p>ภาพต่อ ๆ ไปเป็นภาพถ่ายหลังห้องพักของโรงพยาบาลครับ  ใช้โหมดถ่ายภาพแสงไฟกลางคืนของกล้อง  ก็ให้ผลที่น่าพอใจในระดับหนึ่งครับ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1015" src="http://9mot.wordpress.com/files/2008/08/9mot-bangkok-06.jpg" alt="" width="500" height="833" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1018" src="http://9mot.wordpress.com/files/2008/08/9mot-bangkok-04.jpg" alt="" width="500" height="161" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1018" src="http://9mot.wordpress.com/files/2008/08/9mot-bangkok-05.jpg" alt="" width="500" height="161" /></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[0138: Woman Turned to the Left (a new attempt)]]></title>
<link>http://1001ii.wordpress.com/?p=275</link>
<pubDate>Thu, 31 Jul 2008 07:19:50 +0000</pubDate>
<dc:creator>1001ii</dc:creator>
<guid>http://1001ii.wordpress.com/?p=275</guid>
<description><![CDATA[
เมื่อหนที่แล้วที่ลองวาดภาพโมเน่ต์]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/wtf.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-276" src="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/wtf.jpg?w=243" alt="" width="243" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อ<a href="http://1001ii.wordpress.com/2008/05/21/woman-turned-to-the-right-1886/" target="_self">หนที่แล้ว</a>ที่ลองวาดภาพโมเน่ต์ ภาพดูจริงจังไปหน่อย ครั้งนี้เอาใหม่ ลองพยายามดูอีกครั้งกับภาพ Woman Turned to the Left (เพิ่งมารู้ที่หลังว่าภาพที่แล้วที่จริงชื่อ Woman Turned to the Right ต่างหาก ทั้งที่เธอหันไปทางซ้ายแท้ๆ เลยนี่หว่า งง)</p>
<p>การซ่อนสีม่วงแดงไว้ในแทบทุกจุดของภาพช่วยทำให้ภาพมีบรรยากาศชวนฝันตามสไตล์ภาพเขียนของโมเน่ต์ขึ้นมาได้อย่างประหลาด</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ]]></title>
<link>http://9mot.wordpress.com/?p=990</link>
<pubDate>Mon, 28 Jul 2008 15:03:58 +0000</pubDate>
<dc:creator>9MOT</dc:creator>
<guid>http://9mot.wordpress.com/?p=990</guid>
<description><![CDATA[เครียด เครียด เครียด &#8230;. เหนื่อยเหลื]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>เครียด เครียด เครียด .... เหนื่อยเหลือเกินช่วงนี้  ก็เลยมาเขียนระบายซักหน่อย หุหุ  ใครอ่านก็ถือว่าได้บุญนะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการปลดทุกข์ เอ้ย ช่วยฟังคนระบายทุกข์  อิอิ</p>
<p>อันเนื่องมากจากช่วงนี้งานล้นมือ  ทำให้สมองมันตื้อตันไปหมด  และทำงานพลาดบ่อย ๆ  ช่วงเย็นของวันจันทร์ถึงพฤหัสผมก็เลยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการเล่นแบตมินตันเพื่อคลายเครียด  และก็ได้ผลครับ  เวลาที่ได้เล่นกีฬามันทำให้สมองปลอดโปร่งมาก  บางวันตอนเดินเข้าสนามแบต ฯ หน้ายังบึ้งอยู่เลย  แต่พอเดินออกกลายเป็นยิ้มหน้าบาน เอ ... หรือว่ามันเป็นอาการอารมณ์แปรปรวนของคนวัยทองหว่า ... เฮ้ยไม่ช่ายนะ  ยังไม่แก่ขนาดน้ า า น   เพียงแต่ว่าพอได้เล่นกีฬา ได้ออกเหงื่อ ได้เอาสมองหนีออกมาจากวังวนของเรื่องงานสักพักแล้วมันจะทำให้จิตใจสบายขึ้นมากต่ะหาก</p>
<p>ที่เขียนวันนี้ก็ไม่ได้ว่างมากนักหรอกครับ  และคงเขียนได้ไม่มากด้วย เพราะเดี๋ยวก็ต้องเริ่มทำงานต่ออีกแล้ว กว่าจะได้นอนก็โน่นเกือบตีหนึ่งทุ๊กคืนเลย ... แต่ที่ยังมีอารมณ์มานั่งเขีน blog ได้ก็เพราะได้เล่นกีฬานั่นเอง   จึงอยากจะมาบอกเพื่อน ๆ ที่ทำงานหนักและกำลังเครียดว่า จงให้เวลากับตัวเองในการออกกำลังกายบ้าง ... แน่ะ ๆ อย่าบอกนะว่าไม่มีเวลา เพราะถ้าผมบอกว่าวัน ๆ ผมทำอะไรบ้าง  คุณจะต้องหนาวแน่ ๆ เพราะมันเยอะมัก ๆ แต่ก็ต้องจัดเวลาให้ได้  ไม่งั้นสุขภาพก็จะแย่ งานก็ออกมาไม่ดีหรอกครับ  ลองจัดเวลาวันละชั่วโมงถึงสองชั่วโมงไปออกกำลังหรือเล่นกีฬากันเถอะครับ แล้วคุณจะพบว่า <strong>กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษจริง ๆ</strong></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[0137: แล้วชีวิตก็ถือกำเนิดขึ้น]]></title>
<link>http://1001ii.wordpress.com/?p=248</link>
<pubDate>Mon, 28 Jul 2008 03:44:50 +0000</pubDate>
<dc:creator>1001ii</dc:creator>
<guid>http://1001ii.wordpress.com/?p=248</guid>
<description><![CDATA[
หลังจากที่ได้ทดลองเพาะเมล็ดกล้วยไ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/green.jpg"></a><a href="http://PostURL"><img class="size-medium wp-image-249 aligncenter" src="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/bottle.jpg?w=200" alt="" width="200" height="300" /></a></p>
<p style="text-align:center;">หลังจากที่ได้ทดลองเพาะเมล็ดกล้วยไม้สายพันธ์คลั่งแสดด้วยอาหารวุ้นปลอดเชื้อในขวดแก้ว</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/johnnie.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-250" src="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/johnnie.jpg?w=300" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p style="text-align:center;">สองเดือนผ่านไปหลังจากเก็บขวดแก้วไว้ในที่ห้องแอร์ห่างจากแสงก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นภายในขวด</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/green.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-251" src="http://1001ii.wordpress.com/files/2008/07/green.jpg?w=300" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p style="text-align:center;">ชีวิตสีเขียวน้อยๆ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว คงต้องหาวิธีทำการออกปลูกต่อไป</p>
<p style="text-align:center;">ประเทศของเราจะเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรได้มั้ยน้า?</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ร้านอาหารพึงชม]]></title>
<link>http://soilmatter.wordpress.com/2008/07/20/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%a1/</link>
<pubDate>Sun, 20 Jul 2008 12:12:26 +0000</pubDate>
<dc:creator>soilmatter</dc:creator>
<guid>http://soilmatter.wordpress.com/2008/07/20/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%a1/</guid>
<description><![CDATA[
วันนี้ขอพาไปดูร้านอาหารแนวปักษ์ใต]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00680.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00680-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00680" width="528" height="400" /></a></p>
<p>วันนี้ขอพาไปดูร้านอาหารแนวปักษ์ใต้แถวๆบ้านร้านหนึ่งชื่อว่า "พึงชม" ซึ่งพ่อแม่ผมค้นพบมานานแล้วแต่มักจะมองข้ามเสมอเวลาหาอะไรกินนอกบ้าน พวกเรามักจะมองหาไปซะไกลเวลาหาร้านอร่อยๆกินเข้าตำรับใกล้เกลือกินด่าง ไม่ก็วนอยู่กับร้าน "สนั่น" อันมีชื่อเสียงจนเบื่อไปๆตามกัน(แล้วจะแนะนำในโอกาสต่อไป)</p>
<p>แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารสไตล์ใต้ๆก็ตาม อาหารในร้านกลับไม่มีรสจัดมากเกินเหตุ ที่สังเกตอาหารส่วนใหญ่จะโดนปรับรสชาติมาบ้างพอสมควรแล้ว และมีความกลมกล่อมอยู่ในทุกๆจาน ความเผ็ดอาจถือได้ว่าเด็กยังพอเอาอยู่(ยกเว้นแกงต้มยำ) คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงว่าอาหารทุกจานจะเผ็ดไปหมด เว้นซะว่าคุณลูกกินพริกชี้ฟ้าไม่ได้เลย</p>
<p>วันนี้ผมสั่งอาหารมาด้วยกันห้าอย่างดังนี้ครับ</p>
<p>1. ไก่ตะเกียบ เป็นไก่ที่เอาเนื้อกระดูกส่วนไหนซักอย่าง กินคู่กับซอสพริกเข้ากันดียิ่งนัก ส่วนใหญ่สั่งมามักจะมาเป็นจานแรกเสมอ</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00681.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00681-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00681" width="260" height="200" /></a></p>
<p>2. ผัดดอกขจรกุ้งสับ นับว่าเป็นผัดดอกขจรที่ผัดเข้ากันได้อย่างดีทีเดียว ผัดดอกขจรที่ผมกินมาจากที่อื่นมักจะหันออกมายังเป็นช่อใหญ่อยู่ แต่ของที่นี้ทั้งกุ้งและดอกขจรจะถูกสับเป็นชิ้นๆให้มีความเข้ากันทั้งสองส่วนผสม แต่ก็ไม่สับดอกซะจนเละเกินไป ที่น่าสังเกตคือเทคนิคการสับให้เป็นชิ้นเล็กๆนี้จะเห็นได้ในสองจานถัดไปและเมนูอื่นด้วย</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00686.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00686-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00686" width="260" height="200" /></a></p>
<p>3. ผัดสามเหม็น ผัดวุ่นเส้นกับสมุนไพรเหม็นๆทั้งสามอย่างอันได้แก่ ชะอม,กระเทียมดอง(ผมว่าไม่เหม็นนะ)และสตอ จานนี้มีจุดเด่นคือเรื่องความหวานมันและกลมกล่อมครับ</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00687.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00687-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00687" width="260" height="200" /></a></p>
<p>4. ใบเหมียงผัดไข่ อันนีเป็นอาหารใต้แท้ๆเลย วันนี้มาแปลกมากครับ ครั้งก่อนที่ผมมากินใบเหมียงจะโดนสับไม่ละเอียดเท่าไรนัก แต่วันนี้คงเปลี่ยนแม่ครัวหรืออะไรไม่ทราบ เขาสับละเอียดมากจนดูเหมือนยำยังไงชอบกล ความหวานมันอร่อยยังอยู่คงเดิมแต่ผมชอบแบบสับไม่ละเอียดมากกว่า</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00684.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00684-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00684" width="260" height="200" /></a></p>
<p>5. ต้มยำเห็ด ชามนี้เป็นเมนูที่เราลองสั่งกันเอง ผมเฉยๆนะครับแต่อย่างพ่อผมจะชอบ  ครอบครัวผมมักจะชอบสั่งทั้งทอด,แกงและผัดให้ครบอยู่เสมอ อาจจะลองดูแกงต้มยำอย่างอื่นดูก็ได้ครับ รับรองรสชาติไม่เลวร้ายแน่</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00688.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00688-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00688" width="260" height="200" /></a></p>
<p>ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยอารีย์(ซอยพหลโยธิน 7) ขับเข้าซอยเล็กน้อยจะเห็นตึกหลังใหญ่ชื่อ "ยศวดี" อยู่ด้านขวามือ ตึกหลังนี้ขนาบข้างด้วยซอยทั้งซ้ายขวา ให้เข้าซอยที่อยู่อันถัดไป(ชื่อว่าซอยเจือจิต) ขับเข้าซอยไปเล็กน้อยจะเจอกับประตูเข้าร้านตรงสุดซอย ตามภาพข้างล่างนี้</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00689.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/dsc00689-thumb.jpg" border="0" alt="DSC00689" width="528" height="400" /></a></p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/.jpg"><img class="aligncenter" style="border:0 none;" src="http://soilmatter.files.wordpress.com/2008/07/thumb.jpg" border="0" alt="ร้าน�าหารพึงชม" width="528" height="354" /></a></p>
<p>ผมเองทราบอย่างเดียวว่าร้านเปิดช่วงเย็นๆถึงสามสี่ทุ่ม และปิดวันอาทิตย์ ช่วงเวลาเปิดจริงๆคือ 11.30 - 14.30 น. และเปิดอีกทีตอน 18.00 - 22.00 น. (อันนี้เอามาจาก <a href="http://www.thairunning.com/newboard/viewtopic.php?p=26259&#38;sid=fb18b6ddc9ca1ba73b31249b70c3329a" target="_blank">เว็บบอร์ดThairunning.com</a> )</p>
<p>หมายเหตุ : โพสต์นี้เขียนค้างไว้ตั้งแต่เดือนมีนาฯแล้ว</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน...บางคน]]></title>
<link>http://este11a.wordpress.com/?p=196</link>
<pubDate>Sat, 19 Jul 2008 14:35:51 +0000</pubDate>
<dc:creator>joynifer</dc:creator>
<guid>http://este11a.wordpress.com/?p=196</guid>
<description><![CDATA[หลายต่อหลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>หลายต่อหลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง"</p>
<p>แม้แต่ในวรรณคดี อย่างเรื่องพระอภัยมณี ยังมีบทที่ว่า "แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ ..."</p>
<p>ถ้าลองคิดดูเล่นๆ คน หรือที่เรียกให้ฟังดูดีว่า "มนุษย์" ช่างเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์เสียจริง</p>
<p>ความไว้ใจบางครั้งก็นำมาซึ่งความผิดหวัง เมื่อคนที่เราไว้ใจกลับเป็นคนที่ทำร้ายเราเสียเอง</p>
<p>ความผิดหวัง เปลี่ยนเป็นความโกรธโดยพลัน</p>
<p>ใจหนึ่งบอกว่าให้ปล่อยไป อย่าไปเครียด อย่าไปโกรธ แต่อีกใจหนึ่งถามหาความถูกต้อง ใจนี้ยังดึงดันที่จะถามหาความยุติธรรม ความถูกต้อง และต้องการทวงเอาความไว้วางใจนั้นคืนมา</p>
<p>ยิ่งในยุคปัจจุบัน ความจริงใจหาได้ยากขึ้นทุกที ความไว้วางใจที่ให้ไปจึงเป็นโอกาสที่จะให้ผู้อื่นเอาเปรียบเอาได้</p>
<p>ฟังดูเหมือนกับการมองโลกในแง่ร้าย แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องจริง ความจริงอันน่ารังเกียจ ความจริงที่ทำให้โลกเป็นที่ที่ไม่น่าอยู่</p>
<p>ฉันเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ได้แต่ให้ภาวนาให้จิตใจของคนบางคนสูงขึ้น ให้คนที่เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ได้ และเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ หยุดการกระทำที่ชั่วร้ายนี้ลง อย่างน้อยฉันก็เชื่อว่าคนชั่วและความชั่ว ก็ต้องได้รับผลแห่งความชั่ว ความเลวร้าย ไม่ช้าก็เร็ว</p>
<p>เมื่อไหร่นะ ที่คนเราจะไว้ใจกันได้อีกครั้ง...</p>
<p>ฤาว่าจะไม่มีวันนั้นจริง</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Six feet under or better be a diamond?]]></title>
<link>http://este11a.wordpress.com/?p=192</link>
<pubDate>Sat, 12 Jul 2008 02:14:13 +0000</pubDate>
<dc:creator>joynifer</dc:creator>
<guid>http://este11a.wordpress.com/?p=192</guid>
<description><![CDATA[
โลกเรานี่มีเรื่องให้แปลกใจได้เสมอ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://None"><img class="aligncenter size-medium wp-image-193" src="http://este11a.wordpress.com/files/2008/07/diamond.jpg?w=300" alt="" width="300" height="240" /></a></p>
<p style="text-align:left;">โลกเรานี่มีเรื่องให้แปลกใจได้เสมอ คนเราต่างก็สรรหาสารพัดสารพัน "สินค้า" มาฉกเงินออกจากกระเป๋าผู้บริโภค</p>
<p>ถ้าคนที่คุณรักตายจากไป คุณจะทำอย่างไรกับร่างของเขาหรือเธอ?</p>
<p>ตั้งแต่ยุคโบราณมาจนปัจจุบัน วิธีการจัดการกับร่างของผู้เสียชีวิตมีความหลากหลายและแตกต่างกันไป ตามกาลเวลา ความเชื่อทางศาสนา ฐานะ ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นการทำมัมมี่ การฝัง หรือแม้แต่การเผาแล้วเก็บเถ้าเอาไว้เพื่อระลึกถึงบุคคลนั้นๆ</p>
<p>ปัจจุบัน คุณสามารถพกพาส่วนหนึ่งของคนที่คุณรักไปด้วยได้ค่ะ (ฟังดูออกจะน่ากลัวไปสักนิด) แต่คุณทำได้จริงๆ เพราะเถ้ากระดูกของผู้ที่จากไปสามารถนำมาทำเป็นเพชรได้!</p>
<p>ฉันพบข่าวเกี่ยวกับการนำเถ้ากระดูกของคนมาทำเป็นเพชรจากหน้าหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2551</p>
<p>บริษัท <a href="http://www.algordanza.co.jp/th/index.html">Algordanza</a> ในสวิสเซอร์แลนด์เปิดให้บริการเปลี่ยนเถ้ากระดูกเป็นเพชร! บริษัทสัญชาติสวิสแห่งนี้จะนำเถ้ากระดูกที่ลูกค้านำมาให้ไปผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แยกส่วนประกอบคาร์บอน (ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเพชร) ออกมา และมีขั้นตอนกระบวนการอื่นๆ อีก จนได้เป็นเพชรจากเถ้ากระดูก เมื่อได้เพชรออกมาแล้วก็จะต้องมีการนำเอาเพชรนั้นมาเจียระไนเช่นเดียวกันกับเพชรที่ค้นพบในธรรมชาติ</p>
<p>ขั้นตอนกระบวนการทั้งหลายทั้งปวงนี้ใช้เวลาประมาณ 6 - 8 สัปดาห์ ปริมาณเถ้ากระดูกที่ใช้ในการทำเพชรเริ่มต้นที่ 1 ปอนด์ สามารถทำออกมาเป็นเพชรตั้งแต่ขนาด 0.25 กะรัตขึ้นไป ส่วนสนนราคาก็อยู่ประมาณ 4,500 ถึง 17,000 ฟรังก์สวิส</p>
<p>เจ้าของกิจการกล่าวว่าลูกค้าของเขามีจากทั่วทุกมุมโลก และจากหลากหลายอาชีพ เขาไม่ได้ระบุว่ามีลูกค้ากระเป๋าหนักชาวไทยรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า แต่ <a href="http://www.algordanza.co.jp/th/index.html">website</a> ของบริษัท มีเป็นภาษาไทยด้วยค่ะ!</p>
<p>เรื่องแบบนี้บางคนอาจมองว่าไม่เหมาะสมที่จะนำเถ้ากระดูกมาแปรรูปเป็นเพชร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สัปเหร่อชาวสวิสคนหนึ่งให้ความเห็นว่าการนำเถ้ากระดูกมาทำเป็นเพชรแล้วพกติดตัวไว้นั้นจะทำให้เราไม่สามารถลืมความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ (มุมมองหนึ่งของผู้สูญเสียรายได้ แต่ก็เป็นมุมมองที่มีเหตุผล)</p>
<p>ว่าแต่มีใครสนใจบริการนี้หรือเปล่า บางทีการกลายเป็นเพชรอาจจะเป็นการอยู่ยงคงกระพันยิ่งกว่าการเป็นมัมมี่เสียอีก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคำพูดที่ว่า "diamonds are forever"</p>
<p>หมายเหตุ ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ Bangkok Post วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2551</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[101mcus webblog]]></title>
<link>http://101mcus.wordpress.com/?p=7</link>
<pubDate>Tue, 01 Jul 2008 07:12:37 +0000</pubDate>
<dc:creator>101mcus</dc:creator>
<guid>http://101mcus.wordpress.com/?p=7</guid>
<description><![CDATA[101 mcus หรือ 101 Microcontroller บล็อกที่ต้องการนำเส]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>101 mcus หรือ 101 Microcontroller บล็อกที่ต้องการนำเสนอเกี่ยวกับเนื้อหาทางด้าน Embedded System ของผู้เขียน เพื่อเป็นการแบ่งปั่นความรู้ทางด้านไมโครคอนโทรลเลอร์และระบบสมองกลฝังตัวในบ้านเรา (Thailand)</p>
<p><a href="http://101mcus.files.wordpress.com/2008/07/101mcus_walle.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-9" src="http://101mcus.wordpress.com/files/2008/07/101mcus_walle.jpg?w=300" alt="" width="300" height="261" /></a></p>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
