<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>ศรีบูรพา &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/ศรีบูรพา/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "ศรีบูรพา"</description>
	<pubDate>Tue, 07 Oct 2008 06:29:15 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA["หยุ่น" มึงจงยก รางวัลศรีบูรพา ให้ "ประดาบ"ซะ]]></title>
<link>http://killerpress.wordpress.com/?p=282</link>
<pubDate>Tue, 06 May 2008 15:57:36 +0000</pubDate>
<dc:creator>killerpress</dc:creator>
<guid>http://killerpress.th.wordpress.com/2008/05/06/sriburapa-reward-2008/</guid>
<description><![CDATA[รางวัลศรีบูรพา ที่แวดวงสื่อสารมวลช]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>รางวัลศรีบูรพา ที่แวดวงสื่อสารมวลชนไทย (ในอดีต) หื่นอยากจะได้กันนักหนา เพราะถือว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติภูมิ ของสื่อสารมวลชน ซึ่งตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และมีบทบาท กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ต่อสู้กับเผด็จการศักดินามหาอำมาตย์ทรราช มาตลอดทั้งชีวิต ต้องหลบลี้หนีตายหลายครั้ง จนต้อง ไปจบชีวิตยังต่างแดน รางวัลนี้ควรมอบให้ แก่ผู้ที่มีบทบาท ต่อสู้กับเผด็จการศักดินามหาอำมาตย์ ถึงจะคู่ควร</p>
<p><!--more--><span style="color:#ff0000;"><strong>จึงได้โคตรงง</strong></span> เป็นอันมาก เมื่อรางวัลปีนี้ กลับมอบให้ <strong>"หยุ่น" </strong>ซึ่งมันได้ แสดงออกอย่างชัดแจ้งว่า เชียร์ทหารให้ยึดอำนาจ ยกย่องชมเชยการทำรัฐประหาร ซึ่งนั่นไม่ใช่เป็นความผิดของหยุ่น มันต้องไปด่ากรรมการตาถั่ว ที่มันลงมติ มอบรางวัลนี้ให้ ซึ่งขี้เีกียจจะไปค้นดูว่า มันชื่อเสียงเรียงนามอะไรกันบ้าง เพราะมันเป็นเสนียดอัปมงคลชีวิต หรือนี่อาจเป็นการเย้ยหยัน ถากถาง กุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็ได้ เลยแกล้งมอบรางวัลให้หยุ่นซะเล่นๆ สนุกๆ เพราะชั่วโมงนี้ใครต่อต้านเผด็จการ มันหาว่าเป็นสมุนทักษิณ กุหลาบก็คงเป็นสมุนทักษิณด้วย</p>
<p>ทางที่ดี ลูกหลาน ตระกูลสายประดิษฐ์ ควรแสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาวอะไรออกมาบ้าง มันเอาชื่อบรรพชน บุคคลดีเ่ด่นของโลกมา <strong>ยำ</strong> เสียฉิบหายป่นปี้ อย่างนี้ ควรเลิกให้มันใช้ชื่อรางวัล ศรีบูรพา ซะ เพราะมันหมดสิ้นแล้วซึ่งความขลัง</p>
<p>หยุ่นถ้า "เอ็ง" ยังจะพอมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่ ในกระหม่อมบางๆของเอ็ง บ้างควรมอบรางวัลศรีบูรพานี้ให้ <span style="color:#ff0000;"><strong>"ประดาบ" </strong></span>cyber columnist แห่ง Hi Thaksin เสียบัดเดี๋ยวนี้ เอ็งไม่คู่ควรกับรางวัลระดับนี้หรอก เอ็งได้ไปก็ไม่มีความภูมิใจอะไร อายไอ้คุ่นมันเปล่าๆ เพราะ ประดาบ มีความเหมาะสมอย่างที่สุด  เขาได้แสดงบทบาทสื่อสารมวลชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ยอมก้มหัว เป็นสุนัขรับใช้ พินอบพิเทา ปรนนิบัติพัดวี เผด็จการศักดินา ทรราช เยี่ยงบุพการี เหมือนสื่ออัปรีย์ จัญไรอีกหลายๆตัว</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อมตะประโยค "รัก" จาก Behind the painting]]></title>
<link>http://chinekhob.wordpress.com/2007/09/30/%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-behind-the-painting/</link>
<pubDate>Sun, 30 Sep 2007 12:00:17 +0000</pubDate>
<dc:creator>ชายขอบ</dc:creator>
<guid>http://chinekhob.th.wordpress.com/2007/09/30/%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-behind-the-painting/</guid>
<description><![CDATA[ 
     ม.ร.ว.กีรติ ได้ทุ่มเทรักของตนให้]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><a href="http://chinekhob.wordpress.com/files/2007/09/behindpainting.jpg" title="��มตะประโยค “รัก” จาก Behind the painting"><img src="http://chinekhob.wordpress.com/files/2007/09/behindpainting.jpg" alt="��มตะประโยค “รัก” จาก Behind the painting" /></a> </p>
<p><strong><font color="#00ff00">     ม.ร.ว.กีรติ ได้ทุ่มเทรักของตนให้แก่นพพร ในอมตะนิยาย "ข้างหลังภาพ" ที่ "ศรีบูรพา" ผู้เขียนไว้ให้พวกเราได้อ่าน โดยเฉพาะคำที่ว่า "ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก" ประโยคอมตะที่พอได้ยินได้ฟัง ก็เกิดความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เพียงบอกได้ว่ารู้สึกดีมาก</font></strong></p>
<p><font color="#ffff00"><strong>          นพพรไม่เข้าใจว่า ทำไมกีรติ ซึ่งสวยมาก สง่างามมาก ฉลาดล้ำลึก ฐานะเดิมก็ดีอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งไม่ได้ถูกใครบังคับ และไม่ได้รักเจ้าคุณด้วย จึงยอมแต่งงานกับชายชราวัยพ่อ นพพรเฝ้าถามครั้งแล้วครั้งเล่า กีรติเลี่ยงที่จะตอบ จนกระทั่งถึงวันที่เขาพาเธอไปเที่ยว มิตาเกะ กีรติผู้วางตัวสง่างามอยู่เนืองนิจ กลับกลายเป็นสาวน้อย ผู้ร่าเริงอยู่ท่ามกลางแมกไม้และสายน้ำ ในที่สุด เขาก็สารภาพรักกีรติที่ริมลำธาร บนภูเขามิตาเกะ ในวันที่พาเธอไปเที่ยวนั่นเอง</strong></font></p>
<p><font color="#ffff00"><strong>          นพพรเฝ้าถามกีรติว่า "คุณหญิงรักผมไหม ?" แต่กีรติไม่เคยตอบตรงคำถามเลย นพพรยืนยันว่า เขาจะรักกีรติไปตราบชั่วฟ้าดิน (</strong></font><a target="_blank" href="http://magnet.narak.com/collection/movies/thai/behind_the_painting.shtml"><font color="#ffff00"><strong>อ่านต่อที่นี่..คลิ้ก</strong></font></a><font color="#ffff00"><strong>)</strong></font></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทบาทของผู้มีการศึกษาในยุคบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ครอบครองโลก(ดัดแปลงจากปาฐกถาศรีบูรพา ครั้งที่ 1 วันที่ 31 มีนาคม 2550) ]]></title>
<link>http://witayakornclub.wordpress.com/2007/09/24/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83/</link>
<pubDate>Sun, 23 Sep 2007 18:05:43 +0000</pubDate>
<dc:creator>ชมรมศึกษาผลงานฯ</dc:creator>
<guid>http://witayakornclub.th.wordpress.com/2007/09/24/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83/</guid>
<description><![CDATA[บทบาทของผู้มีการศึกษาในยุคบรรษัทข]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><font size="5" face="Angsana New"><strong>บทบาทของผู้มีการศึกษาในยุคบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ครอบครองโลก</strong></font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New"><strong>(ดัดแปลงจากปาฐกถาศรีบูรพา ครั้งที่ 1 วันที่ 31 มีนาคม 2550)</strong></font> </p>
<p>      <font size="5" face="Angsana New"><strong>สถานการณ์โลก</strong></font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Times New Roman">โลกในรอบ </font><font size="5" face="Angsana New">30</font><font size="5" face="Times New Roman"> ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด </font><font size="5" face="Angsana New">หลังจากที่การทดลอง สร้างสังคมนิยมของหลายประเทศเช่นโซเวียตรุสเซีย ยุโรปตะวันออกล้มเหลว และประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรมปรับตัวได้ดีเกินคาด โลกได้ก้าวสู่ยุคหลังสงครามเย็นซึ่งเป็นโลกยุคเผด็จการทุนนิยมที่ซ่อนรูปและหลอกลวงได้แนบเนียนยิ่งกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>โลกทุนนิยมสมัยใหม่เป็นเผด็จการในแง่ของการผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจ และทางสื่อสารมวลชนของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จากสหรัฐและประเทศทุนนิยมศูนย์กลาง</strong>เพียงไม่กี่บรรษัท บรรษัทข้ามชาติหลายแห่งมียอดขายสินค้าและบริการสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทยด้วยซ้ำ </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">บรรษัทข้ามชาติมีทั้งอำนาจผลประโยชน์ และมนต์ขลังที่ทำให้รัฐบาลประเทศส่วนใหญ่ในโลกโดยเฉพาะรัฐบาลไทย ต้องเปิดเสรีด้านการลงทุนและการค้าให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามากอบโกยล้างผลาญทรัพยากร ครอบงำวิถีชีวิต หรือแม้แต่การคิดของคนไทย โดยที่คนไทยซึ่งมองฝรั่งในแง่ดีเพราะไม่เคยเป็นเมืองขึ้น มักไม่รู้ตัว และคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากการเปิดการลงทุนและการค้าเสรีในแง่ที่ว่าทำให้ประชาชนได้มีโอกาสบริโภคสินค้าและบริการต่างๆอย่างหลากหลายและตื่นตาตื่นใจในราคาที่คนฐานะปานกลางโดยทั่วไปสามารถซื้อหาได้</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">ประชาชนไทยส่วนใหญ่ถูกนักการเมือง นักวิชาการ และสื่อบอกเล่าซ้ำซากทำให้เชื่อว่า เรากำลังอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์หรือโลกของความก้าวหน้าสมัยใหม่ที่ทำให้พวกเรามีสิทธิเสรีภาพที่จะได้บริโภคสินค้าและบริการด้วยความสะดวกสบายรวดเร็ว อย่างชนิดที่คนรุ่นพ่อแม่ของเรา ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ขณะที่คนงานที่มาจากชนบทตื่นเต้นกับห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงต่างๆในเมืองใหญ่ คนชั้นกลางก็คิดว่าเราช่างโชคดี ที่สามารถกดปุ่มเพื่อชมข่าวสารจาก CNN ดูหนังจาก HBO ซีนีแมกซ์ วอเนอร์บราเธอร์ และอื่นๆ รวมทั้ง อ่านหนังสือพิมพ์ TIME, FORTUNE และอื่นๆ ได้อย่างหลากหลายและสะดวกสบายมาก โดยที่เราไม่ค่อยรู้ตัวว่าใน<strong>บรรดาชื่อทั้งหมดนี้ และยังมีสื่อชื่ออื่นๆอีก ล้วนเป็นทรัพย์สินของบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงบริษัทเดียวคือ TIME WARNER</strong> </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">เมื่อพิจารณาถึงสื่อของโลกทั้งโลกในปัจจุบัน เราจะพบว่า<strong>บริการสื่อสารมวลชน 70% ของทั้งโลกเป็นเจ้าของและบริหารโดยบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เพียง 8 บริษัทเท่านั้น</strong> <sup>4</sup> สื่อที่เราได้ฟังและได้เห็นร้อยพันสื่อที่ดูหลากหลายนั้นแท้จริงเป็นแค่ภาพลวงตา</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">จริงๆแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ในโลก ในประเทศที่รัฐบาลเปิดเสรีการลงทุนและการค้า ล้วนถูกครอบงำโดยคนตะวันตกเพียงกลุ่มเดียวพวกเขา มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ <strong>ทำอย่างไรจะหากำไรจากผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด</strong> พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ป้อนข้อมูลข่าวสาร ศิลปวัฒนธรรม ให้ประชาชนทั่วโลกทางโทรทัศน์ การโฆษณาสินค้าและสื่ออื่นๆเท่านั้น <strong>พวกเขายังเป็นผู้กำหนดว่า เราควรจะคิด ควรมีค่านิยมอย่างไรด้วย</strong> </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">ประเด็นสำคัญที่พวกเขาทำให้พวกเราคิดและเชื่อตามวัฒนธรรมของพวกบรรษัทยักษ์ใหญ่โดยไม่รู้ตัว คือที่การที่พวกเขากล่อมเกลาให้พวกเราคิด<strong>และมีค่านิยมว่า คุณค่าที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือการหาเงินมาเพื่อจับจ่าย ได้บริโภค สินค้าและบริการตามแบบตะวันตกให้ได้มากที่สุดเท่าที่แต่ละคนจะทำได้ ใครที่ทำไม่ได้หรือทำได้น้อย เป็นพวกที่ล้มเหลวหรือล้าหลัง </strong></font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>ทั้งที่ความเป็นจริง โลกทุนนิยมกวาดต้อนให้ประชาชนยุคปัจจุบันต้องทำงานหนัก มีความเครียดและมีความทุกข์มากกว่าคนรุ่นปู่ย่าตาทวดของเรา เราถูกหลอกให้เชื่อว่า ถ้าเราหาเงินได้มากขึ้น เราจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้</strong> สื่อสมัยใหม่โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่เคลื่อนไหวได้มีมนต์สะกดที่ทำให้เราคิดว่าเรากำลังเสพข่าวสารความบันเทิง แบบบริสุทธิ์ สนุกสนาน โดยที่เราไม่ทันรู้ตัวว่าเรากำลังถูกครอบงำล้างสมอง ทีละน้อย </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">และเนื่องจากคนส่วนใหญ่ทั้งโลกหรือทั้งประเทศ คิดและทำเหมือนๆกัน เราจึงมักจะเชื่อว่าสิ่งที่เราถูกกล่อมเกลาชักนำให้คิดนั้นเป็นสิ่งที่ถูกมากกว่า จะตั้งข้อสงสัย ทั้งๆที่ธรรมชาติ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมดั้งเดิมของเราถูกทำลายให้เห็นๆ โลกร้อนขึ้น น้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยพิบัติทางธรรมชาติเพิ่มขึ้น อากาศ น้ำ อาหารเป็นพิษมากขึ้น วัฒนธรรมเอื้อเฟื้อ อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสันติเปลี่ยนเป็นการแก่งแย่งแข่งขัน การเอาเปรียบ การฉ้อโกง อาชญากรรมและความรุนแรงรูปแบบต่างๆมากขึ้น และชีวิตเรา เคร่งเครียด ซึมเศร้า หดหู่ มากขึ้น</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">ในยุคปัจจุบันที่สื่อในประเทศของเราถูกครอบงำโดยบริษัทขนาดใหญ่และโดยรัฐบาล ที่คิดแบบเดียวกับพวกนายทุนข้ามชาติ ประเทศเราต้องการผู้มีการศึกษาและผู้นำ<sup>5</sup>ที่มีจิตใจรักความถูกต้องและความยุติธรรม ผู้สนใจติดตามวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองที่ซับซ้อนได้อย่างวิพากษ์วิจารณ์และมีจิตสำนึกที่หาทางออกเพื่อส่วนรวม เราจึงจะสามารถฝ่าฟันแหวกวงล้อม หรือกับดักของบริษัทนายทุนข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ที่เข้ามาครอบงำประชาชนส่วนใหญ่อย่างแนบเนียนโดยใส่หน้ากากสวยๆว่า โลกาภิวัตน์บ้าง ความเจริญเติบโตเศรษฐกิจบ้าง ความก้าวหน้าทันสมัยบ้างได้</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">หากผู้มีการศึกษาและผู้นำทางสังคมเช่น นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักวิชาการ นักวิชาชีพ ในยุคปัจจุบันไม่ได้ยึดกุมหลักการของผู้มีจรรยาบรรณ ในการแสวงหาและเผยแพร่ ความจริงและความงาม ที่แท้ไว้ให้มั่นเหมือนอย่างศรีบูรพาและคณะของพวกเขา นักเขียนนักหนังสือพิมพ์และชนชั้นกลางผู้มีการศึกษาอื่นๆในยุคปัจจุบันก็จะกลายเป็นเพียงพนักงานโฆษณาชวนเชื่อของบรรษัทนายทุนข้ามชาติโดยไม่รู้ตัว</font> </p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>สถานการณ์ในประเทศ</strong></font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">ในทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยเป็นประเทศทุนนิยมผูกขาดที่ด้อยพัฒนาและเป็นบริวารของประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรม บวกกับการที่รัฐบาลทุกรัฐบาล มีนโนบายพัฒนาประเทศแบบส่งเสริมให้ทุนต่างชาติและทุนขนาดใหญ่ได้ลงทุน และทำการค้าเสรี ทำให้มีการพัฒนาประเทศระบบเพื่อการส่งออก มีการถลุงทรัพยากร กดขี่แรงงาน เศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอุตสาหกรรม การค้าและบริการเติบโต แต่กระจายถึงประชาชนกลุ่มต่างๆอย่างไม่เป็นธรรม ธรรมชาติสภาพแวดล้อมถูกทำลายอย่างมากและอย่างรวดเร็ว ประชาชนยากจน เป็นหนี้ และพึ่งพาระบบนายทุนแบบเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอดมากขึ้น</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"> ในทางการเมือง โครงสร้างและวัฒนธรรมการเมืองของประเทศไทยเป็นแบบอำนาจนิยม เจ้าขุนมูลนาย และระบบอุปถัมภ์ และระบบการศึกษาเป็นแบบอำนาจนิยมและสอนให้ผู้เรียนท่องจำอย่างล้าหลัง ทำให้ไม่มีประชาธิปไตยในครอบครัว สถาบันการศึกษา ที่ทำงานและชุมชนและมีการพัฒนาประชาธิปไตยทางการเมืองแค่รูปแบบ เช่นการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทน และองค์กรบริหารท้องถิ่น แต่ไม่มีการพัฒนาประชาธิปไตยในแง่เนื้อหาสาระ เช่นการที่ประชาชนตระหนักและมีโอกาสเข้าถึงสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ สังคม สามารถตรวจสอบดูแลถอดถอนผู้แทน เสนอแก้ไขกฎหมายได้ ฯลฯ ที่เป็นหลักการของประชาธิปไตย หรือการปกครองโดยประชาชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">รัฐบาลทักษิณที่เป็นตัวแทนนายทุนใหญ่ ที่เก่งในเรื่องการตลาด การหมุนเงิน รวมทั้งการรวบรวมเครือข่ายนักธุรกิจการเมืองประเภทเจ้าพ่อผู้อุปถัมภ์ในท้องถิ่น สามารถสร้างความนิยมในหมู่คนยากจนได้มาก และพาประเทศไปสู่การพัฒนาแบบทุนนิยมเพื่อบริโภคอย่างสุดโต่ง ทุจริตและหาประโยชน์ทับซ้อนอย่างมหาศาล จนผู้มีการศึกษาและประชาชนผู้ตื่นตัวพากันประท้วง และคณะนายทหารฝ่ายอำนาจนิยม /จารีตนิยมได้ถือโอกาส ยืดอำนาจโค่นล้มรัฐบาลระบอบทักษิณลง</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">แต่กลุ่มผู้ปกครองใหม่ที่มาจากทหาร/ขุนนาง ก็<strong>ขาดสติปัญญา ความรู้ความสามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคมที่รัฐบาลชุดก่อนๆก่อไว้ และไม่สามารถแม้แต่จะวางพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ได้อย่างแท้จริง</strong> ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขา(รวมทั้งข้าราชการชั้นสูง ซึ่งอยู่ในอำนาจมาตลอดไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล)อยู่ในชนชั้นที่ได้เปรียบ มีชีวิตที่สะดวกสบายกับระบบเดิม มีทัศนะค่านิยมที่สอดคล้องหรือไม่ ขัดแย้งกับแนวทางการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรม พวกเขามองเห็นปัญหาในยุคทักษิณแบบแยกส่วนว่าเป็นปัญหาแค่ตัวบุคคล มากกว่าจะเห็นปัญหาในเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบองค์รวมทั้งหมด</font> </p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>เราจะไปทางไหนกัน</strong></font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">ในสถานการณ์ที่กลุ่มผู้ปกครอง/นายทุน/ขุนนางส่วนน้อยมีอำนาจครอบงำ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ประชาชนส่วนใหญ่ยากจน ได้รับการศึกษา และข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำ เป็นหน้าที่ของ ผู้มีการศึกษาที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารเชิงวิพากษ์และตื่นตัวทางการเมือง ที่จะต้องช่วยกันศึกษาและเผยแพร่ความรู้ที่แท้จริง ให้เกิดการปฎิรูป การเมือง ซึ่งควรรวมทั้งการปฎิรูปทางเศรษฐกิจ สังคมที่จะทำให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ว่าทั้งแนวทางการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาด และการฝากความหวังไว้กับชนชั้นสูง กลุ่มอำนาจนิยม/จารีตนิยมนั้น ไม่อาจทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ มีสิทธิประชาธิปไตย และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาได้ </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>ประชาชนต้องแสวงหาความรู้จัดตั้งองค์กรเพื่อสร้างแนวทางเลือกใหม่ที่มุ่งพัฒนาประชาธิปไตยทั้งในทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมด้วยตัวเอง ไม่อาจหวังพึ่งอัศวินม้าดำหรือม้าขาวที่ไหนได้</strong></font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>แนวทางการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้เป็นประชาธิปไตย</strong>คือ ต้อง<strong>สร้างระบบสหกรณ์ทุกรูปแบบอย่างกว้างขวาง</strong>มาแทนที่ระบบทุนนิยมผูกขาด สหกรณ์ในที่นี้ใช้ในความหมายกว้าง หมายถึง องค์กรทางเศรษฐกิจสังคมแบบช่วยเหลือกันและกันของประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่อาจใช้ชื่ออื่น เช่น กลุ่มออมทรัพย์ เครดิตยูเนียน ธนาคารข้าว ธนาคารควาย ฯลฯ ไม่ใช่แค่สหกรณ์ 6 ประเภทตามกฎหมายสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรฯ<strong> </strong>ในนี้เท่านั้น </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">สหกรณ์เป็นองค์กรที่จัดตั้งทางเศรษฐกิจแบบประชาชนกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของและผู้บริหารที่ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ทำให้ผู้ผลิตผู้บริโภคเป็นเจ้าของร่วมกัน ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ขบวนการสหกรณ์มีการพัฒนาเจริญเติบโต ทั้งในสหรัฐ แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ หลายประเทศในลาตินอเมริกาและที่อื่นๆ จนมีสัดส่วนที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ มีทั้งสหกรณ์ผู้ผลิตหรือสหกรณ์ที่คนงานเป็นเจ้าของในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม สหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งพัฒนาเป็นธนาคาร สหกรณ์การประกันภัย การขนส่ง สหกรณ์ผู้บริโภคหรือการค้าส่งและค้าปลีก สหกรณ์การบริการต่างๆ รวมทั้งสหกรณ์สาธารณูปโภค เช่น การประปา ไฟฟ้า </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">สหกรณ์เหล่านี้หลายแห่งพัฒนาเป็นชุมชนสหกรณ์ ขนาดหนึ่งในร้อยของบรรษัทที่ยอดขายสูงสุดในโลก ที่มีเครือข่ายกว้างขวางและเป็นองค์กรธุรกิจ ที่เป็นอิสระและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สหกรณ์ขนาดกลางขนาดย่อมหลายแห่งในหลายประเทศทำได้ดีกว่าทั้งรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกัน</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">สหกรณ์นอกจากจะลดการเอาเปรียบของระบบนายทุน พ่อค้าคนกลางแล้ว ยังเป็นประชาธิปไตยมากกว่าระบบทุนนิยม ในแง่ที่ว่า สมาชิกทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน ไม่ใช่ว่าใครถือหุ้นมากออกเสียงได้มากแบบทุนนิยม ถ้าเราส่งเสริมสหกรณ์ให้เติบโตได้ในทุกสาขาเศรษฐกิจ <strong>สหกรณ์จะเป็นระบบประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ มากกว่าระบบทุนนิยมและสังคมนิยมแบบวางแผนจากส่วนกลาง</strong> ระบบสหกรณ์จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงและปัญหาเศรษฐกิจ สังคม อื่นๆได้อย่างถึงรากโคนกว่าระบบทุนนิยม</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>แนวทางพัฒนาทางสังคมให้เป็นประชาธิปไตย</strong>คือ ต้องปฏิรูปการจัดการศึกษา สื่อมวลชนในด้านเนื้อหาวิธีการในการให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ในเชิงวิเคราะห์ ที่จะทำให้นักเรียนนักศึกษา ประชาชน รู้จักคิด เป็นตัวของตัวเอง ให้รู้เท่าทันชนชั้นปกครองและปฎิรูปเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ฉลาด<sup>3</sup></font><font size="3" face="Angsana New"> </font><font size="5" face="Angsana New">การสาธารณสุข การประกันสังคมและสวัสดิการสังคม ให้ประชาชนรับบริการอย่างทั่วถึง และส่งเสริมจัดตั้งองค์กรประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการกิจกรรมทางสังคมด้วยตนเองมากขึ้น </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>แนวทางการพัฒนาการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย</strong>คือ ต้องผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้า การปฏิรูปโครงสร้างการเมือง และสังคม ที่จะเอื้อให้ประชาชน มีสิทธิและอำนาจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติมากขึ้น เช่นมีสภาหมู่บ้าน สภาชุมชน สภาประชาชนระดับประเทศ องค์กรประชาชนและองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนในด้านต่างๆ เช่น สิทธิป่าชุมชน และการจัดการทรัพยากรของชุมชน,สิทธิผู้บริโภค,สิทธิการจัดตั้ง สหภาพแรงงานและสหกรณ์โดยเป็นอิสระจากหน่วยงานรัฐ ประชาชนมีสิทธิในการคัดค้าน ถอดถอนผู้แทน เสนอเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายต่างๆรวมทั้งรัฐธรรมนูญได้โดยตรง</font> </p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong>เราควรทำอะไร </strong></font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">นักข่าวหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง ถามผมว่าในยุคที่ประเทศไทยของเราถูกครอบงำโดยระบอบทักษิณและกลุ่มคนที่คิดไม่แตกต่างจากทักษิณ พวกเขาที่เป็นคนเล็กๆที่ไม่มีชื่อเสียงและเป็นเพียงลูกจ้างบริษัทนายทุนจะทำอะไรได้บ้าง ผมคิดว่าการที่พวกเราหลายคนมักจะมองว่าเราเป็นคนเล็กๆที่ทำอะไรไม่ได้ในโลกที่ครอบงำโดยบรรษัทยักษ์ใหญ่ คือการแบ่งแยกและปกครองของระบบทุนนิยมโลกที่พยายามกล่อมเกลาให้พวกเราคิดคล้อยตามแบบยอมจำนนไปอย่างไม่รู้ตัว </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">เมื่อเรากลับไปอ่านประวัติศาสตร์ เรามักคิดว่า ศรีบูรพาและเพื่อนๆของเขาคือคนที่ยิ่งใหญ่ที่มีพลังที่มหาศาลกว่าคนอย่างพวกเรามาก ในยุคที่ศรีบูรพาและคณะยังเป็นคนหนุ่มสาวนั้น พวกเขาก็คือนักเขียนนักหนังสือพิมพ์เล็กๆซึ่งเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย ที่กำลังต่อสู้กับสิ่งที่ใหญ่โตกว่าพวกเขามากเช่นเดียวกัน </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">สิ่งที่ทำให้ศรีบูรพาและเพื่อนๆของเขายิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพราะตอนนั้นพวกเขาเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว เพราะสังคมไทยวิวัฒนาการมาจากระบอบอำนาจนิยมที่ไม่ค่อยยกย่องนักเขียน นักหนังสือพิมพ์มาแต่ไหนแต่ไร แต่<strong>สิ่งที่ทำให้ศรีบูรพายิ่งใหญ่ต่อมาในสายตาของคนรุ่นหลังอย่างพวกเรา ก็คือการที่ศรีบูรพาและเพื่อนๆของเขากล้าคิด กล้าเผยแพร่ กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมของพวกเขาต่างหาก</strong> </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">นักเขียนนักหนังสือพิมพ์ปัญญาชน ผู้มีการศึกษาในยุคปัจจุบันมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือจะเลือกทำตัวตามกระแสของทุนนิยมโลก เป็นพนักงานธุรการพนักงานโฆษณาชวนเชื่อที่ดีของบรรษัทและปรับตัวให้เข้ากับระบบทุนนิยมผูกขาดที่โหดร้าย หรือจะ<strong>เลือกเป็นคนที่ต้องการรักษาศักดิ์ศรี ต้องการแสวงหาความหมายในชีวิตและสังคม </strong>ยิ่งกว่าการเป็นผู้เสพติดการบริโภคสินค้าและบริการของระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม หลังจากการทดลองสังคมนิยมล้มเหลว นักการเมืองและนักวิชาการของโลกทุนนิยมพยายามป่าวร้องว่า เราไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่อีกแล้ว นอกจากต้องเดินไปตามกระแสทุนนิยมโลก ถ้าไม่เปิดเสรีเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกับคนอื่น เราก็จะถูกทิ้งให้ล้าหลัง </font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">แต่ความจริงก็คือ ประชาชนในหลายประเทศเลือกการพัฒนาทางอื่น เช่น ระบบสหกรณ์ สังคมนิยมประชาธิปไตย การพัฒนาแนวอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนการเน้นความสุขของประชาชนมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ทางเลือกเหล่านี้ ประชาชนฝ่ายก้าวหน้า ทั้งในยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย และที่อื่นๆได้พัฒนาไปได้มากพอสมควร ในประเทศไทยก็มีกล่าวถึง เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพึ่งตนเอง พึ่งตลาดภายในประเทศเป็นที่สัดส่วนสูงขึ้น เพียงแต่ยังเป็นการพูดลอยๆมากกว่า เรายังไม่ได้มีการวิเคราะห์และพัฒนาให้เป็นระบบเศรษฐกิจทางเลือกใหม่อย่างจริงจัง</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">คนหนุ่มสาวทั้งหลาย ความเป็นหนุ่มสาว<strong>ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความคิดจิตใจด้วย</strong> ถ้าคุณเลือกอย่างแรก คือเลือกอยู่กับพวกชนชั้นนำที่ยึดมั่นของเก่า ยึดมั่นกับกระแสหลักของสังคมที่ครอบงำโดยนายทุน บงการโดยนายทุนและผู้มีอำนาจ ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตและโลกที่ดีกว่า พวกคุณจะก็แก่ตั้งแต่อายุยังน้อย แก่ในทางความคิดค่า นิยมโดยที่ไม่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตเพื่อการต่อสู้อย่างแท้จริง ยิ่งกว่าคนที่อายุมากกว่าพวกคุณ แต่จิตใจของพวกเขายังหนุ่มสาว ยังไม่ยอมจำนน ยังต่อสู้แบบกัดไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมละทิ้งหลักการที่สำคัญ เช่น ประชาธิปไตยความเป็นธรรมและความร่วมมือกันเป็นกลุ่ม</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">คนหนุ่มสาวทั้งหลาย อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ และคุณต้องมาเสียใจภายหลังว่า คุณแทบไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างแท้จริงเลย เพราะชีวิตที่ไม่มีการต่อสู้เพื่อส่วนรวม ชีวิตที่มีแต่การประนีประนอม เอาตัวรอดส่วนตัวในระยะสั้นๆ เป็นชีวิตที่ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่คุ้มกับการมีชีวิต ในโลกที่มีพลังและมีโอกาสการเปลี่ยนแปลงที่มหาศาล</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New">ผมจะขอจบปาฐกถานี้ด้วยการยกคำคมของ <strong>อัลเบริต ไอน์สไตน์</strong> เป็นการเตือนผู้มีการศึกษาทุกคน รวมทั้งคนแบบคุณทักษิณ คุณสมคิดและคนอื่นๆ ไว้อย่างน่าคิดให้ลึกดังนี้</font> </p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New">_____________________________________________________________________</font></p>
<p align="center">      <font size="5" face="Angsana New"><strong><em>“</em></strong><em>ใครที่ได้รับการศึกษาให้มีความรู้พิเศษ</em></font></p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New"><em>จะต้องพัฒนาความตระหนักว่าอะไรสวยงาม</em></font></p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New"><em>และอะไรดีในแง่ศีลธรรมอย่างกระตือรือร้นควบคู่กันไป</em></font></p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New"><em>เพราะถ้าขาดความตระหนักใน 2 เรื่องนี้</em></font></p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New"><em>เขาจะเป็นได้แค่หมาที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี</em></font></p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New"><em>แทนที่จะเป็นมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างประสานกลมกลืนไปกับโลก</em><strong><em>”</em></strong></font></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศรีบูรพา   “ลูกผู้ชาย” และ “สุภาพบุรุษ”  ของประชาชน]]></title>
<link>http://witayakornclub.wordpress.com/2007/08/04/%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%a5/</link>
<pubDate>Fri, 03 Aug 2007 18:19:15 +0000</pubDate>
<dc:creator>ชมรมศึกษาผลงานฯ</dc:creator>
<guid>http://witayakornclub.th.wordpress.com/2007/08/04/%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%a5/</guid>
<description><![CDATA[ศรีบูรพา   “ลูกผู้ชาย” และ “สุภาพบุร]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<h1 align="justify"><font size="6" face="Angsana New"><strong>ศรีบูรพา   “ลูกผู้ชาย” และ “สุภาพบุรุษ”  ของประชาชน</strong></font></h1>
<h2 align="justify"><font size="5" face="Angsana New"><strong>วิทยากร    เชียงกูล</strong></font></h2>
<p align="justify"><font size="5" face="Angsana New">วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม   มหาวิทยาลัยรังสิต</font> </p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">คุณกุหลาบ  สายประดิษฐ์ ซึ่งคนมักจะรู้จักในนามของ “<strong>ศรีบูรพา</strong>”  ที่มีบทบาททางความคิดในสังคมไทยมากกว่านักเขียนนวนิยายมาก เขาเป็น<strong>นักหนังสือพิมพ์</strong> <strong>นักเขียนบทความ</strong> และ<strong>นักเขียนนวนิยาย</strong>ที่มีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มาจนถึงยุคจอมพลสฤษดิ์เรืองอำนาจ เขายังเป็น<strong>บรรณาธิการ </strong>เป็น<strong>กัปตันทีม</strong>ที่มีลักษณะผู้นำสูงเป็นตัวของตัวเอง รวบรวมดึงดูดคนเก่ง ๆ    มาทำงานร่วมกันได้มาก เป็น<strong>นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน</strong>ผู้สนับสนุนการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพระบอบประชาธิปไตยและความเป็นธรรมที่คงเส้นคงวามากที่สุดคนหนึ่ง รวมทั้งยังเป็น<strong>นักมนุษยธรรม</strong>และ<strong>ชาวพุทธผู้รักสันติภาพความเป็นธรรม</strong> </font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ช่วงสมัยสงครามโลกเขาครั้งที่สอง เขาได้คัดค้านนโยบายเข้าร่วมสงครามกับญี่ปุ่นของรัฐบาลจอมพล ป.จนถูกจับกุมคุมขังระยะสั้น ๆ หลังสงครามโลกเขาก็เป็นหนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเสรีภาพและคัดค้านสงครามเกาหลี จนถูกจับกุมคุมขังข้อหาเป็นขบถเป็นเวลาราวห้าปี พ้นโทษในปี 2500 เขายังเขียนเรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความเป็นธรรม และนโยบายเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จนเมื่อจอมพลสฤษดิ์ ทำรัฐประหารครั้งที่สอง ในปี 2501 และจับกุมคุมขังนักเขียน นักหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าจำนวนมาก คุณกุหลาบ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเยือนจีนจึงได้ขอลี้ภัยในจีน และอยู่ที่นั่นจนถึงแก่กรรม ในปี 2517</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">คุณกุหลาบเริ่มทำหนังสือพิมพ์หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลาย โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์มาตั้งแต่ปี 2472  ช่วงหนุ่มเขาเป็นนักเขียนนวนิยายอัตถนิยมเชิงอุดมคติหลายเรื่อง ที่เด่น ๆ มีอาทิเช่น <strong>"ลูกผู้ชาย"  "สงครามชีวิต"  "ข้างหลังภาพ</strong>"  งานนวนิยายของเขานอกจากจะเป็นงานประพันธ์อัตถนิยมรุ่นแรก ๆ ที่มีศิลปะในการเขียนในระดับเดียวกับ<strong>หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง</strong>และ<strong>ดอกไม้สด</strong>แล้ว ยังมีลักษณะของความคิดเสรีนิยมระดับก้าวหน้า ที่เริ่มตั้งคำถามต่อค่านิยมวิธีประพฤติปฏิบัติของคนในสังคมเมืองที่เขาเห็นว่าล้าสมัย ไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถือชั้นวรรณะ หรือประเพณีคลุมถุงชน</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">นอกจากการเขียนนวนิยายแล้ว คุณกุหลาบยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีอุดมคติ ที่เห็นว่าหนังสือพิมพ์ต้องมีเสรีภาพในการรายงานข่าวข้อเท็จจริง และเสนอความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้เขาต้องขัดแย้งและยกทีมลาออกจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ บางทีก็ขัดแย้งกับนายทุนหรือผู้จัดการ บางทีก็ถูกบีบจากทางการ อย่างไรก็ตาม ความที่เขามีฝีมือและมีใจรักทางนี้ทำให้เขาคงยึดติดอาชีพนี้มาตลอด และเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่สนใจในการศึกษาหาความรู้อยู่ไม่เคยหยุดนิ่ง นอกจากคุณกุหลาบจะเป็นนักอ่านเป็นนักศึกษาด้วยตนเองแล้ว เขายังไปเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองจนได้ธรรมศาสตร์บัณฑิต และช่วงปี 2490-2492  ก็ได้ไปศึกษาวิชาการเมืองที่มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียด้วย</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">เมื่อจอมพล ป.ได้เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก (2484) และมีแนวโน้มที่จะเป็นเผด็จการมากขึ้น คุณกุหลาบได้เขียนคัดค้านมาตลอด (หนังสือ<strong>เบื้องหลังการปฏิวัติ (2575)</strong> ) และเมื่อจอมพล ป.ร่วมมือกับญี่ปุ่นประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร คุณกุหลาบก็คัดค้าน จนถูกจับกุมคุมขัง หลังสงคราม เขาเขียนหนังสือ ทำหนังสือ เพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย และพัฒนาความคิดความอ่านของคนอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลียราวปีเศษ ๆ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นช่วงที่ความคิด และขบวนการของพวกสังคมนิยมกำลังเติบโต ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมทั้งในออสเตรเลียและไทย คุณกุหลาบซึ่งมีความคิดในเชิงรักความเป็นธรรมอยู่แล้วได้สนใจศึกษาสังคมนิยมอย่างจริงจังในช่วงนี้</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">เมื่อคุณกุหลาบกลับจากออสเตรเลียในเดือนกุมภาพันธ์ 2492 ได้จังหวะพอดีกับที่ คุณสุภา ศิริมานนท์  ซึ่งกลับมาจากการทำงานสถานทูตไทยในยุโรป เริ่มออกนิตยสาร <strong>อักษรสาส์น</strong> รายเดือน  ซึ่งเป็นนิตยสารสำหรับปัญญาชนก้าวหน้าที่กำลังเริ่มเติบโตในสมัยนั้น คุณกุหลาบได้ช่วยแปลและช่วยเขียนปรัชญาและการเมืองเกี่ยวกับสังคมนิยมลงไปในอักษรสาส์นอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นก็ได้แปลวรรณกรรมและเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย ที่เป็นแนววรรณกรรมเพื่อชีวิต วิพากษ์วิจารณ์ความไม่เสมอภาค การเอารัดเอาเปรียบของชนชั้นสูง ความล้าสมัยของสังคมเก่า และเชิดชูความสำคัญของประชาชนที่ยากจน ที่ต้องทำงานหนัก แต่ได้ผลตอบแทนและการยอมรับน้อย</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ช่วงปี 2494 - 2495  ซึ่งเป็นช่วงที่จอมพล ป.สนับสนุนนโยบายสหรัฐในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ และปราบปรามฝ่ายค้านทางการเมือง คุณกุหลาบได้ร่วมมือกับนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และปัญญาชนคนอื่น ๆ เคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการเซ็นเซอร์หนังสือพิมพ์ และยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ที่มีลักษณะจำกัดเสรีภาพ เคลื่อนไหวเรียกร้องสันติภาพ และคัดค้านสงครามเกาหลี รวมทั้งยังได้เป็นผู้รวบรวมสิ่งของที่คนบริจาคช่วยเหลือชาวอีสานที่ประสบภัยแห้งแล้ง รัฐบาลได้จับกุม คุณกุหลาบ ปัญญาชนและชาวบ้านจำนวนหลายสิบคนในข้อหากบฎ ต้องถูกคุมขังอยู่เป็นเวลาประมาณห้าปี กว่าที่จะได้รับนิรโทษกรรมเนื่องในโอกาสฉลองกึ่งพุทธกาลในช่วงปี 2500</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ในช่วงปี 2495 - 2500  คุณกุหลาบถูกจับกุมคุมขังร่วมกับนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ก้าวหน้าจำนวนมาก คุณกุหลาบคงเขียนหนังสือออกมาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนิยาย เรื่องแปลและบทความเกี่ยวกับพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาสนใจและตีความในเชิงก้าวหน้า นิยายชิ้นที่สำคัญคือ "<strong>แลไปข้างหน้า</strong>" ที่เขียนไม่จบ แต่ก็มีเนื้อหาที่สมบูรณ์ในตัวเอง  (ได้รับคัดเลือกจากคณะนักวิจัยสกว. ในปี 2541 ให้เป็นหนังสือดี 1 ใน 100 ที่คนไทยควรอ่าน รวมทั้งหนังสือเรื่อง <strong>เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475</strong>)</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">หลังจากได้รับนิรโทษกรรม คุณกุหลาบก็นั่งเขียนหนังสืออยู่ที่บ้าน และต่อมาก็ได้รับเชิญในฐานะนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ผู้มีชื่อเสียงไปเยือนโซเวียตรัสเซีย และจีน ตามลำดับ ช่วงปี 2500-2501  เป็นช่วงที่จอมพลสฤษดิ์ได้ทำรัฐประหารขึ้นมามีอำนาจแทนจอมพล ป.  จอมพลสฤษดิ์ช่วงแรกยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน ปัญญาชนก้าวหน้า เช่นคุณกุหลาบ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินนโยบายเป็นกลางคบกับทุกฝ่าย และสร้างประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรม แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารครั้งที่สองในปลายปี 2501  จอมพลสฤษดิ์เลือกตามสหรัฐและหันมาปราบปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้าอย่างหนัก</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ขณะที่ปัญญาชนก้าวหน้าถูกจับกุมอย่างขนานใหญ่ คุณกุหลาบอยู่ในระหว่างการเยือนจีนอยู่ คุณกุหลาบผู้รักเสรีภาพ และไม่ต้องการเสียเวลาในคุกของเผด็จการอีก ตัดสินใจที่จะขอลี้ภัยอยู่ในจีน และได้อยู่ที่นั่นต่อมา จนถึงแก่กรรมในปี 2517  เขาต้องอยู่ "<strong>ในยามเนรเทศ</strong>" (ชื่อหนังสือแปลเล่มหนึ่งของเขา) ตกค้างอยู่ในจีนถึง 16 ปี โดยที่ไม่ปรากฏว่าได้ทำงานเขียนหนังสือต่อแต่อย่างใด คุณชนิดภรรยาของเขาซึ่งเป็นนักแปลวรรณกรรม (ใช้นามแฝงว่า<strong>จูเลียต</strong>) ได้เล่าว่าเป็นเพราะคุณกุหลาบอยู่ห่างไกลข้อมูลและเขาไม่อยากเขียนอะไรจนกว่าจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนแน่นอน เหตุผลอาจจะมีมากกว่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เรายังรับรู้ไปไม่ถึง แต่ก็ยังมีงานบันทึก และบทกลอนที่เขาเขียนให้กับเหตุการณ์ 14  ตุลาคม  2516  ซึ่งตอนแรกที่เขาเผยแพร่ไม่ได้ระบุว่าใครเขียน</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">การทำรัฐประหารยกเลิกประชาธิปไตยแบบรัฐสภา จับกุมคุมขังปัญญาชนก้าวหน้าอย่างขนานใหญ่ ของจอมพลสฤษดิ์ในปี 2501  เป็นการทำลายความเติบโตทางภูมิปัญญาครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย หนังสือก้าวหน้าถูกห้ามพิมพ์เผยแพร่ นักคิดนักเขียนก้าวหน้าถ้าไม่ถูกจับ ก็อยู่ในต่างประเทศ หรือเลิกอาชีพเขียนหนังสือทำหนังสือกันไปหมด งานเขียนของคุณกุหลาบช่วงหลังปี 2490  ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะก้าวหน้าวิพากษ์วิจารณ์สูงถูกรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม ปิดกั้นไม่ให้เผยแพร่ จึงไม่มีหนังสือแนวก้าวหน้าของคุณกุหลาบและนักเขียนคนอื่น ๆ ที่ห้องสมุดและไม่มีใครกล้าพิมพ์ใหม่ จะมีก็เฉพาะแต่นิยายยุคแรก ๆ ซึ่งออกไปทางโรแมนติก หรือเชิงอุดมคติที่ไม่ได้วิจารณ์สังคมอย่างก้าวหน้าหรือโดยตรงนัก</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของคุณกุหลาบ ทั้งในฐานะนักประพันธ์เอกและนักหนังสือพิมพ์ผู้มีอุดมคติก็เป็นตำนานที่นักหนังสือพิมพ์และนักเขียนรุ่นน้องและรุ่นลูกศิษย์เล่าขานต่อ ๆ กันมาอยู่เสมอ และในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516  เมื่อบรรยากาศทางการเมืองมีเสรีภาพมากขึ้น งานของคุณกุหลาบและนักเขียนก้าวหน้าคนอื่น ๆ ก็ได้ถูกรื้อฟื้นนำมาตีพิมพ์ใหม่ และได้รับการต้อนรับจากปัญญาชนรุ่นใหม่อย่างกระตือรือร้น งานบางชิ้นเช่น "<strong>จนกว่าเราจะพบกันอีก</strong>" และ   "<strong>แลไปข้างหน้า</strong>"  รวมเรื่องสั้นและหรือ เรื่องสั้นเด่น ๆ บางเรื่องพิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ประวัติชีวิตและงานของเขาได้มีคนนำมาเขียนถึงและพูดถึง ไม่แต่เพียงในแง่ของผู้มีผลงานเขียนที่ดีเด่นทั้งในแง่เนื้อหาและศิลปะเท่านั้น หากยังรวมทั้งในแง่ของคนที่ใช้ชีวิตเป็นปัญญาชนแบบอย่าง คือเป็นคนที่มีนิสัยดี โอบอ้อมอารี รักความเป็นธรรม และเป็น "<strong>สุภาพบุรุษ</strong>" ในความหมายที่ก้าวหน้าคือเป็นคนดี คนสุภาพ นับถือและเห็นใจคนสามัญอย่างจริงใจ (<strong>สุภาพบุรุษ</strong>คือชื่อกลุ่มนักเขียนที่เขามีส่วนก่อตั้งในช่วงทศวรรษ 2470  และภายหลังใช้เป็นชื่อสำนักพิมพ์ด้วย)</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">แม้กระนั้นก็ตาม กล่าวโดยส่วนรวมแล้ว งานของคุณกุหลาบก็ยังไม่สามารถเผยแพร่ได้อย่างอิสระเท่าที่ควร เพื่อเทียบกับนักเขียนรุ่นราวใกล้เคียงกันอย่าง มรว.คึกฤทธิ์  ปราโมช งานของเขาถูกเซ็นเซอร์ พิมพ์และเผยแพร่ไม่ได้ในบางช่วง รวมทั้งเขาต้องอยู่ในสภาพผู้ลี้ภัย หยุดเขียนหนังสือในช่วงปี 2501-2517  พวกปัญญาชนที่มีทัศนะไปทางจารีตนิยมก็มักไม่ค่อยสนใจ หรือยอมรับงานของเขา หรือบางคนที่มีทัศนะมาทางเสรีนิยมหน่อย ก็อาจยอมรับเฉพาะงานนิยายเชิงโรแมนติกยุคก่อนปี 2490 และไม่ยอมรับงานเขียนที่มีลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงก้าวหน้าหลังจากนั้น  โดยอ้างว่าเป็นงานโฆษณาชวนเชื่อแบบพวกฝ่ายซ้ายที่ไม่มีศิลปะลึกซึ้ง</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">กระทรวงศึกษาไม่ยอมรับให้งานของศรีบูรพาเป็นบทเรียนสำหรับวิชาวรรณกรรมสมัยใหม่ ปัญญาชนรุ่นหลังอย่าง ส.ศิวรักษ์(2475- ) ซึ่งเติบโตมาในแวดวงของคนชั้นกลางที่จารีตนิยม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นหนอนหนังสือ แต่ปรากฎว่าไม่เคยอ่านงานของคุณกุหลาบ และพวกนักเขียนก้าวหน้ายุคหลังสงครามแต่อย่างใด  ส.ศิวรักษ์ เพิ่งมายอมรับ<strong>ปรีดี พนมยงค์</strong>  <strong>คุณกุหลาบ</strong> และนักเขียนฝ่ายก้าวหน้าอื่น ๆ ก็ในสมัยหลัง (จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคมปี  2519)  เท่านั้น</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ถ้าเราจะเปรียบเทียบระหว่างคุณกุหลาบ กับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใกล้กัน(คุณกุหลาบอายุมากกว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ 6 ปี)  ตลอดจนมีสติปัญญาความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และเขียนในระดับที่ไม่ห่างกันนัก เราจะพบว่าคุณกุหลาบกลับเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปในยุคหลังปี 2501 น้อยกว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ หลายเท่าเพราะมรว.คึกฤทธิ์  ปราโมช มีโอกาสเผยแพร่ผลงานได้มากกว่า ความจริงข้อนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของรัฐที่อยู่ในอำนาจของคนกลุ่มน้อยว่าสามารถที่จะจำกัดหรือเซ็นเซอร์งานเขียนและพูดที่มีลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ แสวงหาความจริงที่ท้าทายความชอบธรรมของระบบที่ดำรงอยู่อย่างงานของคุณกุหลาบ และนักเขียนก้าวหน้าคนอื่น ๆ ได้อย่างมีอิทธิพล ถ้าหากคุณกุหลาบไม่ถูกสถานการณ์ทางการเมืองบีบบังคับให้ต้องอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัยตั้งแต่ปี 2501   งานของเขาจะเป็นที่รู้จักกันมากกว่านี้ รวมทั้งเขาเองก็อาจจะผลิตผลงานใหม่ ๆ ได้อีกมาก ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่าบทบาทของปัญญาชนทั้งในฐานะเอกชนและกลุ่มคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเขาเท่านั้น หากยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ของสังคมในแต่ละช่วง โดยเฉพาะบทบาทของชนชั้นสูงที่ครอบงำอำนาจรัฐและเครื่องมือในการเผยแพร่ความคิดอุดมการณ์ค่อนข้างมาก การจะศึกษาทำความเข้าใจเรื่องบทบาทของนักคิดนักเขียนปัญญาชนในสังคมไทยได้อย่างถ่องแท้ จึงจะต้องศึกษาทำความเข้าใจเรื่องของรัฐและการครอบงำทางอุดมการณ์ควบคู่กันไปด้วย</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ในขณะที่ปัญญาชนจารีตนิยม หรือแม้แต่เสรีนิยมจะมองคุณกุหลาบในฐานะที่เป็นนักเขียนที่ผูกพันกับอุดมการณ์ทางการเมืองหรือเป็นพวกซ้าย ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้าด้วยกันดูจะมองคุณกุหลาบด้วยความเข้าใจมากกว่า คุณสุภา ศิริมานนท์ นักหนังสือพิมพ์รุ่นน้องคุณกุหลาบที่เป็นนักศึกษามาร์กซิสม์คนสำคัญ เคยวิจารณ์ให้ผู้เขียนฟังว่า คุณกุหลาบ "<em>เป็นบุดดิสท์(ชาวพุทธ) มากกว่ามาร์กซิสม์ เป็นผู้รายงานสภาพ ผู้ส่องไฟมากกว่านักปฏิวัติ เพราะนิสัยไม่ให้</em>"  อย่างไรก็ตาม ในบางบทความ คุณสุภา ก็กล่าวถึงคุณกุหลาบในฐานะนักปฏิวัติ คือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างถึงรากถึงโคน แม้จะไม่ถึงขั้นเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธก็ตาม</font></p>
<p align="justify">      <font size="5" face="Angsana New">ไม่ว่าใครจะมองอย่างไรก็ตาม คุณกุหลาบก็ยังจะมีผลงานและชื่อเสียงปรากฎอยู่ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ นักเขียนคนสำคัญ ที่ไม่เพียงแต่เขียนนิยาย เรื่องสั้นที่ดีเด่น หลายชิ้นที่ทิ้งรอยไว้ในประวัติศาสตร์เท่านั้น  หากเขายังเป็น “ลูกผู้ชาย” และ "สุภาพบุรุษ" ผู้พยายามทำตามอุดมคติความรักในเสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม ความเป็นมนุษย์อย่างคงเส้นคงวา ตลอดชั่วชีวิตของเขาด้วย.</font> <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 <br />
 </p>
<p align="center"><font size="5" face="Angsana New"><strong>บรรณานุกรม</strong></font> </p>
<p><font size="5" face="Angsana New">หนังสือที่เขียนโดยกุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) ที่พิมพ์เป็นเล่มแล้ว</font></p>
<ul>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>การเมืองของประชาช</strong>น  สุภาพบุรุษ, 2500  (เปลี่ยนชื่อเป็น <strong>อดีตที่เป็นบทเรียน</strong>)  กลุ่มแสงเทียน, 2522</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>กำเนิดครอบครัวของมนุษยชาติ</strong>  โดย เฟรด เดอริกส์ เองเกลส : พี.พี.  2521</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ขอแรงหน่อยเถอะ</strong>  ศรีบูรพา  ดอกหญ้า 2530</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ข้อคิดเห็นเกี่วกับฐานะของสตรีตามที่เป็นมาในประวัติศาสตร์</strong> : ไม่ปรากฎที่พิมพ์</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ข้างหลังภาพ</strong> : ดอกหญ้า,  2529</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ข้าพเจ้าได้เห็นมา</strong> : เกวียนทอง, 2500</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร</strong> เล่ม 1-2 : ชมรมนิติศึกษา คณะนิติศาสตร์, 2517</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>โครงการอนุรักษ์วรรณกรรมเก่าและหายาก</strong>  ศรีบูรพากับบทประพันธ์ 4 เรื่อง  ดอกหญ้า 2528  </font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>เรื่องของเขา ศรีบูรพากับบทประพันธ์ในบรรณพิภพ</strong>   ดอกหญ้า 2524</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>จนกว่าเราจะพบกันอีก</strong>  : ดอกหญ้า, 2532</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475</strong> : ไทยพานิช, 2490</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New">(ร่วมกับคนอื่น ๆ) <strong>ประวัติศาสตร์สตรีไทย</strong> : ชมรมหนังสือ แสงดาว, 2510</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ปรัชญามาร์กซิสม์</strong> : อักษรสาส์น (เมษายน 2492 - สิงหาคม 2495)</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ปราบพยศ</strong> : ดอกหญ้า, 2529</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ป่าในชีวิต</strong> : ดอกหญ้า, 2531</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>มารมนุษย์</strong> : ดอกหญ้า, 2529</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>รวมเรื่องสั้นรับใช้ชีวิต</strong> : สโมสรนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มช., 2517</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>แม่ </strong>(แปลจาก Mother ของ แม็กซิม กอร์กี้) : บุษบาบรรณ, 2501</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ระเบียบสังคมมนุษย์</strong> : พี.พี,  2521</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ลูกผู้ชาย</strong> : ดอกหญ้า, 2529</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>แลไปข้างหน้า ภาคปฐมวัย</strong> : ดอกหญ้า, 2531</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>แลไปข้างหน้า ภาคมัชฌิมวัย</strong> : ดอกหญ้า, 2531</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>ศรีบูรพากับบทประพันธ์ 4 เรื่อง</strong> : ดอกหญ้า, 2528</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>สงครามชีวิต</strong> : ดอกหญ้า, 2529</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>สนทนาเรื่องพุทธศาสนาและอุดมธรรม</strong> : ชมรมพุทธรักษา, 2522</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>นิพนธสาร ศรีบูรพา  กุหลาบ สายประดิษฐ์ เล่ม 1-2</strong>  สมบัติ  จำปาเงินรวบรวม  ดอกหญ้า</font></li>
<li><font size="5" face="Angsana New"><strong>หนังสือเกี่ยวกับกุหลาบ สายประดิษฐ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</strong></font></li>
</ul>
<p><font size="5" face="Angsana New">จรัส รจนาวรรณ  <strong>ชีวิตการต่อสู้ของกุหลาบ สายประดิษฐ์</strong> กลุ่มเผยแพร่สัจธรรม, 2517</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">ตรีศิลป์ บุญขจร <strong>นวนิยายกับสังคมไทย</strong> : สร้างสรรค์, 2523</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">บรรจง  บรรเจิดศิลป์ <strong>ศิลปวรรณคดีกับชีวิต</strong>, 2500</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">บุญเหลือ เทพยสุวรรณ   <strong>วิเคราะห์รสวรรณคดีไทย</strong>, 2517</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">ประกาศ วัชราภรณ์ <strong>สุภาพบุรุษนักประพันธ์</strong>  ดอกหญ้า,  2531</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">พรภิรมณ์ เอี่ยมธรรม<strong>   บทบาททางการเมืองของหนังสือพิมพ์ไทย</strong>  ไทยวัฒนาพานิช, 2518</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">ยศ วัชรเสถียร  <strong>กุหลาบ สายประดิษฐ์ ศรีบูรพาที่ข้าพเจ้ารู้จัก</strong>  อาร์ต แอนด์ ซายน์, 2525</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New"><strong>รวมจดหมายโต้ตอบระหว่างท่านพุทธทาสภิกขุกับศรีบูรพา</strong>  ปาจารยสาร</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">รุ่งวิทยุ  สุวรรณอภิชน     <strong>ศรีบูรพา ศรีแห่งวรรณกรรมไทย</strong>  พิมพ์ครั้งที่ 2 แสงดาว,  2522</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New"><strong>โลกหนังสือ</strong>  ปีที่ 2  ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน, 2531</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New"><strong>วารสารกองทุนศรีบูรพา</strong>  วันนักเขียน 5 พฤษภาคม</font></p>
<p><font size="5" face="Angsana New">วิทยากร    เชียงกูล <strong>ศึกษาบทบาทและความคิดของศรีบูรพา</strong>  ชนนิยม,2532 </font></p>
<p>                  <font size="5" face="Angsana New"><strong>การเมืองภาคประชาชนมุมมองจากชีวิตและงานของศรีบูรพา</strong>  มิ่งมิตร 2544</font></p>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">สุกัญญา  ตีระวณิช <strong>หนังสือพิมพ์ไทย จากปฏิวัติ 2475 สู่ปฏิวัติ 2516</strong>  กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2526</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">สุทิน  กัลยพฤกษ์ <strong>ศรีบูรพาในฐานะนักมนุษยธรรม </strong>ปริญญานิพนธ์<strong> </strong>การศึกษามหาบัณฑิต มศว., 2524</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">สุพจน์ ด่านตระกูล <strong>เล่าเรื่องขบวนการกู้ชาติ</strong>,  2522</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">สุวิมล รุ่งเจริญ <strong>บทบาทของนักหนังสือพิมพ์ในการเมืองไทยระหว่าง พ.ศ.2490-2501</strong>, บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2526</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">เสถียร จันทิมาธร <strong>สายธารวรรณกรรมเพื่อชีวิตของคนไทย</strong> : เจ้าพระยา,  2525</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">สำนักช่างวรรณกรรมและบ้านศรีบูรพา <strong>นักเขียนเก่าไม่มีวันตาย</strong>  อนุสรณ์ 96 ปี กุหลาบ สายประดิษฐ์ 2544</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li> 
<ul>
<li> 
<ul><font size="5" face="Angsana New">Benjamin A. Bastson "Kulab Saipradit and the War of Life" in the <strong>Journal of Siam Society</strong> Vol. 69-1981 : P.58-73.</font></ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
