ป้ายกำกับ » ยาขับเลือด

ขอแนะนําการใชยา misoprostol ในทางสูติกรรม

การใชยา cytotec (misoprostol) ในทางสูติกรรม

ยาไซโตเทค (misoprostol) ซึ่งอยูในกลุมยา prostaglandins ที่สังเคราะหขึ้นเพื่อนํามาใช
รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร สามารถออกฤทธิ์ทําใหมดลูกบีบรัดตัวและปากมดลูกขยาย กอใหเกิดการแทงบุตร
และการคลอดได

ขอบงชี้

     ขอบงชี้ในการใชยาไซโตเทค ( misoprostol) ในการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภสามารถแบงไดเปน
1. การยุติการตั้งครรภ
1.1 ไตรมาสแรก
1.2 ไตรมาสที่ 2… 31 more words

วันก่อนเพื่อนไปทำแท้งมา มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง

เพื่อนของดิฉันไปทำแท้งมาเมื่อวานนี้คะ รู้สึกเจ็บไปทั้งกายและใจมากๆ คิดอยู่เสมอว่าไม่อยากเอาลูกออกเพราะยังไงคนเลวๆอย่างดิฉันก็ยังมีความรู้สึกของคนเป็นแม่อยู่บ้าง แต่เนื่องจากดิฉันยังต้องเรียนอยู่และยังเด็กมากๆไม่พร้อมแน่ๆที่จะรับภาระของผู้เป็นแม่ได้
ดิฉันจึงลองหาข้อมูลสถานที่รับทำในเวปนี้มาได้ 2 ที่คือที่ที่1….กับที่ที่2….ดิฉันได้ไปที่ที่1..ก่อนปรากฏว่าข้อมูลไม่ตรงนะคะ ดิฉันท้องได้ 3เดือนครึ่ง เค้าบอกมาว่าใช้วิธีเหน็บยาไม่มีวางยาสลบและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20000 บาท ต้องนอนที่รพ.ห้ามญาติมาเฝ้าและเยี่ยมด้วย

ดิฉันจึงลองไปที่ที่2…. ดูก็ค่าทำอยู่ที่ 1,950 พนักงานทุกคนใจดีมากๆคะ
ตอนที่ดิฉันเข้าไปในห้องทำแท้งจิตใจดิฉันแย่มากๆมือเย็น ตัวสั่น หูอื้อไปหมด พอคุณหมอเดินมา วูบนึงที่ดิฉันอยากหนีออกไปจากห้องนี้เหลือเกิน พอคุณหมอเริ่มลงมือดูดเอาลูกของดิฉันออกไป ดิฉันเจ็บปวดมากมันไม่ได้ปวดที่ร่างกายอย่างเดียวมันเจ็บทั้งจิตใจด้วย เพราะดิฉันคิดว่าดิฉันเจ็บแค่ไหนลูกของดิฉันก็จะเจ็บกว่าล้านเท่าดิฉันจึงยิ่งรู้สึกแย่จนเผลอสะอื้นออกมาจนคุณหมอดุเลยล่ะ ที่ดิฉันอ่านมามีคนบอกว่าเจ็บนิดเดียวเหมือนมีเมนบ้างล่ะ เจ็บแค่ไม่กี่นาทีบ้างล่ะ แต่สำหรับดิฉันมันอาจแค่ไม่กี่นาทีในความเป็นจริง แต่ในจิตใจของดิฉันนั้นมันนานมากๆ พอทำเสร้จพี่พนักงานก้ผยุงดิฉันไปที่เตียงแต่ดิฉันหน้ามืดจนเป็นลมกลางทาง พี่พนักงานจึงเอาแอมโมเนียมาให้ดม ดิฉันจึงลุกขึ้นและเดินกลับไปพักที่เตียงได้ ระหว่างนั้นดิฉันทุกข์ใจมากที่สุดในชีวิตดิฉันได้ทำไปแล้วดิฉันฆ่าลูกตัวเองไปแล้ว ดิฉันทรยศต่อคำว่า”แม่” เด็กคนนั้นอุตส่ายอมมาเกิดในตัวดิฉันที่แสนเลวได้ แต่ดิฉันกลับไปฆ่าเด็กคนนั้นตายเสียแล้ว แล้วแบบนี้ในอนาคตข้างหน้าเมื่อดิฉันพร้อมที่จะมีลูกบ้าง แล้วใครจะยอมมาเกิดกับดิฉันที่ทำร้ายลูกตัวเองได้ล่ะ ถึงก่อนที่จะไปทำแท้งดิฉันได้ไปทำสังฆทานขออโหสิกรรม และขอให้ลูกรอเมื่อดิฉันพร้อม แต่มันก็ยังรุ้สึกแย่อยู่ดี พอถึงบ้านดิฉันร้องไห้ตลอดทั้งคืน ยังไม่หยุดเลยแม้กระทั่งตอนนี้ มันเอ่อล้นมาตลอด แม้ดิฉันจะทำใจเมื่อรู้ว่าท้องและต้องทำแท้งอยู่มาแรมเดือน แต่ก้ยังรู้สึกไม่ดีมากๆในสิ่งที่ทำลงไป ดิฉันคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซ้ำไปซ้ำมาตลอด ถึงในเวลานี้เค้าจะไม่ได้อยู่ในตัวของดิฉันแล้ว แต่เค้าก้ยังอยู่ในใจดิฉันเสมอ ดิฉันรู้ตัวในสิ่งที่ทำไปมันเป็นบาปที่ไม่น่าให้อภัยที่สุด แต่นี้คือบทเรียนอันมีค่ามากที่สุดของดิฉัน มันทำให้ดิฉันเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างน้อยดิฉันก็เข็ดเรื่องsexไปอีกนาน และจำเรื่องเมื่อวานไปจนตายฝากถึงเพื่อนๆพี่ๆทุกคนนะคะ ถ้าจะมีsexก็คุมให้ดีๆด้วยนะคะถ้ามันพลาดแบบดิฉันไม่คุ้มเลยกับความสนุกแค่ไม่นานนั้น แต่ถ้ามันพลาดไปแล้วก็อย่าให้มีอีกซ้ำสองนะคะ
ปล.ดิฉันเขียนเรื่องของดิฉันไว้เป็นอุทาหรณ์ให้แก่คนที่กำลังจะไปทำ ถ้าพวกคุณพร้อมก็อย่าไปทำเลยคะ ที่ดิฉันต้องทำเนี้ยเพราะอายุของดิฉัน ถ้าพ่อแม่รู้ว่าท้องขึ้นมา คนรักของดิฉันได้เข้าคุกแน่ๆ ในตอนนี้ดิฉันก็ได้แต่ทำบุญไปให้เค้า

เรื่องจริงที่น่าเศร้า วันที่ 6 เมษายน เราเดินเข้าไปที่สุขุมวิท12 เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ลอย-ลอย มีคนมากมาย มากเหลือเกินจนไม่คิดว่าพวกที่มีปัญหาต้องใช้วิธีแก้เหมือนเราจะมากขนาดนี้ บางคนดูหน้าตาเด็กมากจนน่าใจหาย เราหยิบบัตรคิวรอสักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาเชิญญาติของคนมีปัญหาลงไปข้างล่าง ยกเว้นเด็กที่อายุไม่เกิน 18 ที่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์รับรองอนุญาต เรารอจนเจ้าหน้าที่เรียกชื่อเข้าห้องอุลตร้าซาวด์ ใจเสีย มือเย็น เจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิง ให้เราขึ้นนอนบนเตียง ลดกางเกงลงต่ำๆ แล้วใช้เจลป้ายเครื่องมือตรวจวางที่หน้าท้อง เจ้าหน้าที่ตรวจอยู่ประมาณนาที แล้วถามว่ากินยาขับหรือยาฟอกเลือดมาหรือเปล่า เราบอกว่าเปล่า เจ้าหน้าที่ถามว่าเมนส์มาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เราบอกว่า 27 กุมภา เขาเลยบอกว่าอายุครรภ์ยังน้อย (นับจาก 27 กุมภา – 6 เมษา 38วัน ประมาณ 5 อาทิตย์กว่าๆ เรามีเพศสัมพันธ์กับแฟนวันที่ 8 มีนา อายุปฏิสนธิจึงน่าจะน้อยกว่านั้น) เจ้าหน้าที่ให้เรากลับบ้าน นัดให้ไปหาใหม่วันที่ 16 เมษา ระหว่างรอเวลา เราแทบบ้า สับสนว่าจะเอาอย่างไรดี การต้องคิดต้องตัดสินใจเองโดยไม่มีแฟนอยู่ข้างๆยิ่งเจ็บปวด รู้สึกเหมือนแฟนไม่รัก คิดว่าเขาน่าจะต้องรับผิดชอบ แต่คิดอีกทีเขาก็จะรับผิดชอบไม่ได้ การที่จะให้ภรรยาของเขารู้ว่าเขามีเราอีกคน ยิ่งจะเป็นการทำร้ายจิตใจภรรยาเขา มันก็ยิ่งบาปยิ่งเลวหนัก เพราะการแอบคบหาสามีคนอื่นมันก็ถือว่าเลวชั่วที่สุดแล้วในที่สุด แฟนก็มีโอกาสมาหาเราได้ เขาเห็นสภาพของเรา เขาถึงกับร้องไห้ ยอมรับความผิดพลาด แต่เรากับเขาก็รู้เท่าๆกันว่าลูกที่จะเกิดมา จะทำให้มีปัญหาไม่รู้จบสิ้น ทุกฝ่ายจะต้องเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่เรา หรือภรรยาเขา เราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ แฟนบอกว่า ให้เรารอไปหาหมอวันที่ 19 เมษา เพราะวันที่ 16 เมษา เขาติดงาน เขาอยากอยู่ร่วมรับผิดชอบในการเคลียร์ปัญหาวันที่ 19 เมษา เราสองคนตื่นแต่เช้า แต่ถึงอย่างนั้น เนื่องจากเป็นวันทำงาน รถจึงติดมาก กว่าจะไปถึงซอย 12 ก็ประมาณ แปดโมงกว่า คราวนี้คนไม่มากเท่ากับวันที่เรามาครั้งแรก แฟนได้นั่งอยู่กับเราจนกระทั่งส่งเข้าห้องอัลตราซาวด์ เจ้าหน้าที่ตรวจพบถุงของการตั้งครรภ์ เราจ่ายค่าตรวจ 150 บาท แล้วขึ้นไปอีกชั้น ตอนนี้แฟนต้องลงไปนั่งรอข้างล่างที่อีกชั้น เราถูกเรียกโดยเจ้าหน้าที่ ซักประวัติ ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ การศึกษา และให้เราเซ็นต์ยินยอมรับการรักษา(หรือว่าทำแท้งนั่นแหละ) จากนั้นก็ให้จ่ายเงินค่าทำทันที 1,800 บาท แล้วให้นั่งรอ ขนาดว่าเราอ่านมาบ้างเกี่ยวกับการทำแท้ง เรายังรู้สึกแย่อยู่ดีไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็เรียกเราแล้วก็เห็นผู้ประสบปัญหาเดียวกับเรา 7 คน โดยให้เดินตามไปที่แห่งหนึ่ง เป็นที่ที่สะอาด เจ้าหน้าที่ให้ถอดรองเท้าใส่ถุง ถือ เพราะเป็นห้องที่ระมัดระวังเรื่องเชื้อ เจ้าหน้าที่ผู้หญิงหน้าตาใจดี อธิบายเรื่องการทำ โดยให้เราทานยาแก้ปวดเม็ดสีเหลือง 1 เม็ดแนะวิธีปฏิบัติตัวระหว่างทำและหลังทำ วิธีการกินยาที่จะได้ไปกินที่บ้าน วิธีปฏิบัติหากเกิดปัญหา จากนั้นก็ปล่อยเราไปนอนรอตามห้องที่มีเตียงตั้งวางอยู่ประมาณห้องละ 10 เตียง ทุกเตียงมีม่านกั้น มีผ้าถุงให้เปลี่ยน ที่หัวเตียงมีประโยคที่ว่า “ขอให้มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะดำเนินชีวิต” เราเปลี่ยนผ้าถุง ถอดทั้งกางเกงนอกและกางเกงใน เราติดหนังสืออ่านเล่นเข้าไปด้วยเล่มนึง ตั้งใจจะอ่านเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านระหว่างรอ แต่เราอ่านไม่รู้เรื่อง แม้ใจจะคลายความทุกข์ลงบ้างเพราะมีแฟนอยู่ร่วมรับรู้ แต่ยังรู้สึกผิดบาปอยู่ดี ประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่มาเรียกหมายเลขของเรา (จะไม่มีการเรียกชื่อในห้องทำ) เราไปรอหน้าห้องทำ (ห้องทำจะมี 2 ห้อง หมอจะเดินไปเดินมา ระหว่างทำอีกห้อง ห้องที่เหลือจะมีเวลาเตรียมตัว) เจ้าหน้าที่ดูแลให้เราขึ้นไปนอนเตียงขาหยั่ง กอดอก เรานอนหลับตา อายในสิ่งที่ตัวเองทำ ครึ่งนาทีหมอก็เข้ามา แล้วทำเลย เรารู้สึกเหมือนมีอะไรเข้าไปในช่องคลอด แล้วก็มีเสียง ซวก-ซวก ถามว่าเจ็บไหม ไม่เจ็บอย่างที่คิด แต่ก็เจ็บ หมอทำเร็ว ระหว่างทำก็คุยเรื่องสัพเพเหระกับเจ้าหน้าที่ เหมือนจะให้เราสนใจฟังมากกว่าสนใจตัวเอง พอเรารู้สึกเหมือนว่าจะทนไม่ไหวแล้ว หมอก็ทำเสร็จพอดี ใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 3 นาที เสร็จแล้วหมอก็เดินออกไปอีกห้องทันที เจ้าหน้าที่ที่อยู่ส่งผ้าอนามัยให้เรากดไว้หนึ่งแผ่น เจ้าหน้าที่อีกคนเข็นรถมารอรับ เราไม่ได้ทานอะไรเลยก่อนจะไปทำ เลยรู้สึกโคลงเคลง เหมือนจะอ้วก ได้ยินเสียง หนู ช่วยพี่หน่อยนะ อย่าก้มหน้า ขึ้นนั่งบนรถเร็วๆ พอเรานั่งได้ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เข็นเราไปส่งที่เตียง บอกให้เรานอนกดหน้าท้องไว้ ข้างเตียงจะมีถังขยะหุ้มด้วยถุงพลาสติกอยู่ เราอ้วกออกมาเป็นน้ำเขียวๆ คิดว่าน่าจะเป็นน้ำย่อยเ พราะเราไม่ได้กินอะไรก่อนทำ พออ้วกหมดเราก็รู้สึกดีขึ้น มีชาอุ่นๆหวานๆอยู่ที่หัวเตียงให้จิบ ชาอุ่นช่วยเราได้มากจิบชาแล้วก็รีบเปลี่ยนกางเกง อยากลงไปหาแฟน ไม่อยากให้เขารอ เพราะรู้ว่าขณะที่รอ ความรู้สึกเขาคงแย่และทรมานมากๆ เหมือนกันระหว่างนั่งรอเจ้าหน้าที่พากลับ ก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เตือนคนอื่นๆ หนูอย่าเพิ่งเอารองเท้าออกจากถุงซิจ๊ะที่นี่ห้องปลอดเชื้อนะ หนูทำไมไม่ทานชาล่ะมันทำให้หนูดีขึ้นนะ หนูอย่าลืมยาซิจ๊ะเดี๋ยวกลับบ้านไม่มีอะไรทานนะ เราขอชาเจ้าหน้าที่เขาอีกถ้วย เขาก็เอามาให้แล้วถามว่า หนูทำไมรีบลุก ดีขึ้นแล้วเหรอ เราได้แต่พยักหน้า อยากจะขอบคุณที่เขาดูแล เคยอ่านในกระทู้ว่าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดี ไม่ใช่เลย เจ้าหน้าที่อาจจะพูดห้วนๆไปบ้างเพราะต้องเร่งรีบ แต่ทุกคนดูเป็นห่วงเป็นใยต้องการให้เราปลอดภัยที่สุดในที่สุดเราก็ได้ลงกลับมาหาแฟน ตอนเกือบใกล้เที่ยง เห็นแฟนนั่งหน้าเครียดอยู่ที่ห้องพักญาติ ถามว่าทานไรหรือยังก็ได้รับคำตอบว่ายังทานไม่ลง เป็นห่วง หมอนัดเราอีกที วันที่ 29 เมษา เราไปตั้งแต่เช้า เขาก็ถามอาการเราหลังทำ เราบอกว่า วันแรกปวดท้องเหมือนปวดประจำเดือน กินยาแก้ปวดรุ่งขึ้นอีกวันก็หาย 3- 4 วันแรกมีเลือดออกมาบ้าง หลังจากนั้นก็มีเลือดสีน้ำตาลกระปริบกระปรอย แต่ไม่ปวดท้อง นมไม่คัด ไม่อ้วก หมอบอกว่าอาการเราปกติ แล้วก็สอนเราเรื่องการป้องกัน บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรผิดปกติ ก็มาหาได้ แล้วก็อวยพรให้เราเข้มแข็ง มีสติ พูดกับเราว่าไม่อยากรับเราในฐานะคนไข้อีกเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุที่เราเล่ามายืดยาว ก็เพียงแค่อยากจะบอกประสบการณ์ของตัวเองให้กับคนที่ยังไม่มีปัญหา ว่าอย่าประมาท รักใครน่ะได้ แต่จงรักตัวเองด้วย หรือถ้าต้องยอมจริงๆ ต้องป้องกัน อย่านับวัน จะพลาดเหมือนเรา ถุงยางแน่นอนกว่า และสำหรับคนที่มีปัญหา เราไม่ได้สนับสนุนการทำแท้ง แต่เมื่อต้องทำ จงใช้สติ อย่าวิตก อย่าหวาดกลัว ให้หาความรู้ ไปในที่ที่ปลอดภัยสำหรับตัวคุณ บางคนไปมาแล้วอาจจะมีปัญหา เพราะคนไปทำ 100 คนจะให้เรียบร้อยดีทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ มันก็ต้องมีคนโชคไม่ดีบ้าง เราทำพลาดมันก็ต้องมีบทเรียนบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าบทเรียนนั้นจะถูกหรือแพง แต่อย่างน้อยที่ๆเราเคยไปก็คือที่ๆน่าจะปลอดภัย เราไม่อยากให้คนที่มีปัญหาต้องเดินสะเปะสะปะไปเจอที่ที่ต้องการแต่เงิน ไม่ให้ความปลอดภัย สำหรับเรา เราต้องขอบคุณที่นี่ ที่ให้โอกาส จัดการปัญหาให้ ซึ่งค่าตอบแทนเพียง 1,950 บาทคงเทียบไม่ได้กับการเสียสละ ให้โอกาสคนบนคำสาปแช่งของคนอื่น สุดท้ายถ้าเจ้าหน้าที่หรือคุณหมอในสุขุมวิท… ผ่านเข้ามาดู อยากให้รู้ว่าผู้หญิงที่เคยมีปัญหาเดินเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือ ขอให้คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคน เข้มแข็งต่อปัญหาที่อาจจะได้รับ ขอให้อยู่เป็นที่พึงของคนที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือต่อไป ขอบคุณที่เมืองไทยยังมีคนอย่างพวกคุณและขอสัญญาว่าจะดูแลตัวเอง ไม่ให้พลาด ไม่ให้พวกคุณต้องแก้ปัญหาให้อีก

เรื่องเล่าหลังทำแท้ง (จากลูกค้าท่านหนึ่ง)

เรื่องเล่าหลังทำแท้ง

ดิฉันไปทำแท้งมาเมื่อวานนี้คะ รู้สึกเจ็บไปทั้งกายและใจมากๆ คิดอยู่เสมอว่าไม่อยากเอาลูกออกเพราะยังไงคนเลวๆอย่างดิฉันก็ยังมีความรู้สึกของคนเป็นแม่อยู่บ้าง แต่เนื่องจากดิฉันยังต้องเรียนอยู่และยังเด็กมากๆไม่พร้อมแน่ๆที่จะรับภาระของผู้เป็นแม่ได้
ดิฉันจึงลองหาข้อมูลสถานที่รับทำในเวปนี้มาได้ 2 ที่คือที่ที่1….กับที่ที่2….ดิฉันได้ไปที่ที่1..ก่อนปรากฏว่าข้อมูลไม่ตรงนะคะ ดิฉันท้องได้ 2เดือนครึ่ง เค้าบอกมาว่าใช้วิธีเหน็บยาไม่มีวางยาสลบและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 17,000 บาท ต้องนอนที่รพ.ห้ามญาติมาเฝ้าและเยี่ยมด้วย

ดิฉันจึงลองไปที่ที่2…. ดูก็ค่าทำอยู่ที่ 1,950 พนักงานทุกคนใจดีมากๆคะ
ตอนที่ดิฉันเข้าไปในห้องทำแท้งจิตใจดิฉันแย่มากๆมือเย็น ตัวสั่น หูอื้อไปหมด พอคุณหมอเดินมา วูบนึงที่ดิฉันอยากหนีออกไปจากห้องนี้เหลือเกิน พอคุณหมอเริ่มลงมือดูดเอาลูกของดิฉันออกไป ดิฉันเจ็บปวดมากมันไม่ได้ปวดที่ร่างกายอย่างเดียวมันเจ็บทั้งจิตใจด้วย เพราะดิฉันคิดว่าดิฉันเจ็บแค่ไหนลูกของดิฉันก็จะเจ็บกว่าล้านเท่าดิฉันจึงยิ่งรู้สึกแย่จนเผลอสะอื้นออกมาจนคุณหมอดุเลยล่ะ ที่ดิฉันอ่านมามีคนบอกว่าเจ็บนิดเดียวเหมือนมีเมนบ้างล่ะ เจ็บแค่ไม่กี่นาทีบ้างล่ะ แต่สำหรับดิฉันมันอาจแค่ไม่กี่นาทีในความเป็นจริง แต่ในจิตใจของดิฉันนั้นมันนานมากๆ พอทำเสร้จพี่พนักงานก้ผยุงดิฉันไปที่เตียงแต่ดิฉันหน้ามืดจนเป็นลมกลางทาง พี่พนักงานจึงเอาแอมโมเนียมาให้ดม ดิฉันจึงลุกขึ้นและเดินกลับไปพักที่เตียงได้ ระหว่างนั้นดิฉันทุกข์ใจมากที่สุดในชีวิตดิฉันได้ทำไปแล้วดิฉันฆ่าลูกตัวเองไปแล้ว ดิฉันทรยศต่อคำว่า”แม่” เด็กคนนั้นอุตส่ายอมมาเกิดในตัวดิฉันที่แสนเลวได้ แต่ดิฉันกลับไปฆ่าเด็กคนนั้นตายเสียแล้ว แล้วแบบนี้ในอนาคตข้างหน้าเมื่อดิฉันพร้อมที่จะมีลูกบ้าง แล้วใครจะยอมมาเกิดกับดิฉันที่ทำร้ายลูกตัวเองได้ล่ะ ถึงก่อนที่จะไปทำแท้งดิฉันได้ไปทำสังฆทานขออโหสิกรรม และขอให้ลูกรอเมื่อดิฉันพร้อม แต่มันก็ยังรุ้สึกแย่อยู่ดี พอถึงบ้านดิฉันร้องไห้ตลอดทั้งคืน ยังไม่หยุดเลยแม้กระทั่งตอนนี้ มันเอ่อล้นมาตลอด แม้ดิฉันจะทำใจเมื่อรู้ว่าท้องและต้องทำแท้งอยู่มาแรมเดือน แต่ก้ยังรู้สึกไม่ดีมากๆในสิ่งที่ทำลงไป ดิฉันคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซ้ำไปซ้ำมาตลอด ถึงในเวลานี้เค้าจะไม่ได้อยู่ในตัวของดิฉันแล้ว แต่เค้าก้ยังอยู่ในใจดิฉันเสมอ ดิฉันรู้ตัวในสิ่งที่ทำไปมันเป็นบาปที่ไม่น่าให้อภัยที่สุด แต่นี้คือบทเรียนอันมีค่ามากที่สุดของดิฉัน มันทำให้ดิฉันเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างน้อยดิฉันก็เข็ดเรื่องsexไปอีกนาน และจำเรื่องเมื่อวานไปจนตาย
6 more words

คลินิควางแผนครอบครัว