ป้ายกำกับ » ภัยพิบัติ

จี้ผู้นำยุติดขื่อน! เครือข่ายปกป้องแม่น้ำโขง จี้ชะลอ,หยุดโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง หากยังไม่ชัดเจน

วันที่ 10 กันยายน 2557

ฯพณฯ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน

นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

 
ฯพณฯ ทองสิง ทำมะวง

นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ฯพณฯ เหวียน เติ๋น ยวุ๋ง

นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

 

ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย

เรื่อง: ข้อกังวลว่าด้วยกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าของโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง

ทั่วไป

เก้าอี้ร้อน! ชาวบ้าน ยื่น ปปป.สอบ"จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช"รมว.อุตฯ เอี่ยวธุรกิจเหมืองแร่ทองคำ/ กระทบสุขภาพ-ชุมชน /บ.เหมืองยันปลอดภัย

4 ก.ย 2557

กังขา..รมว.อุตฯ คนใหม่! ตัวแทนชาวบ้าน 4จังหวัด ยื่นหนังสือ ป.ป.ป.ตรวจสอบ”จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช” รมว.อุตสาหกรรม คนปัจจุบัน เป็นกรรมการ ในบริษัททำเหมืองแร่ รายใหญ่ ก่อนจะลาออกจาก กก. มารับตำแหน่ง รมว.อุตฯ ในขณะนี้

ตัวแทนชาวบ้านที่ยื่นครั้งนี้ มีจากจ.พิจิตร พท.ที่มีเหมืองแร่เกิดขึ้นแล้ว และอีก 3 จังหวัด ที่คาดว่า จะใช้เป็นพื้นที่ทำเฟสฯ 2 ที่จะใช้ทำเหมือง อยู่ในสระบุรี มีพื้นที่ราวๆ 70,00 ไร่ / ลพบุรี 160,000 ไร่ และ พิษณุโลก 400,000 ไร่

“วันเพ็ญ พรมจันทร์” แกนนำชาวบ้าน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กังวลว่า..บริษัทเหมืองแร่ ที่ได้สัมปทานทำเหมืองแร่ใน จ.พิจิตร และมีรายชื่อรมว.อุตฯ เคยเป็นกรรมการ ทำให้ชาวบ้าน ไม่มั่นใจ ไม่ไว้วางใจ ในการทำหน้าที่

“การที่บุคคลที่มีส่วนได้เสีย มาเป็นรัฐมนตรี แม้จะลาออกไปแล้วไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทำให้เรามองว่า มีเจตนาหรือไม่ ทำให้พวกเรากังวล เพราะคำว่าสัมปทาน หากผู้ใดไดัรับไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกเพิกถอนได้เลย ตามข้อกม.สัมปทาน พรบ.แร่ พ.ศ.2510

สระบุรี..เราได้เก็บตัวอย่างดิน แร่ ไปตรวจ พบว่า มีทรัพยากรมากกว่า 38 ชนิด เรารู้แล้วว่า ตรงนี้ ต้องเป็นแหล่งแร่ขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยแร่ทองคำ เหล็กเงินต่างๆ จำนวนมาก หลังมีกลุ่มทุนเข้าไปขอประทานบัตรพิเศษโดยชาวบ้านไม่ทราบ เรามองว่าละเมิดสิทธิ์

เราเคยยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้ว เพื่อขอให้พิจารณา ทบทวนการแต่งตั้งนายจักรมณฑ์ ก่อนหน้าโปรดเกล้าฯ วันเดียว แต่ก็ไม่ทัน”

“ณัฐพล แก้วนวล” ผู้ประสานงานกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก บอกว่า สิ่งที่ชาวบ้านกังวล คือ ธุรกิจเหมืองแร่ กระทบป่าต้นน้ำในพื้นที่กว่า 70,000ไร่ กระทบชุมชน .. ที่ผ่านมา ในช่วงตลอด 10ปีมานี้ มีการต่อสู้ ยื่นเรื่องให้ฝ่ายเกี่ยวข้องตรวจสอบ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น…ระดับจังหวัด และ ระดับชาติ รวมทั้ง ปปช. และ คสช. แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน

“..เราพยายามตรวจสอบข้อมูลแบบนี้ เราคิดว่า มันมีเงื่อนงำข้างในอะไรหรือเปล่า เพราะมีกระบวนการไล่ซื้อที่ดินไปเรื่อยๆ ชาวบ้านก็ทะยอยขายที่ดิน เวลาชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องเอกสารสิทธิ์ มันไม่ได้ แต่ทีนี้พอที่ดินไปอยู่ในมือนายทุน มากขึ้นเรื่อยๆ เรามองว่า มันกำลังจะเปลี่ยนเป็นเอกสารสิทธิ์ แล้วเอกสารสิทธิ์นี้ จะเป็นใบเบิกทางไปสู่การทำสัมปทานเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่เหมืองมะปรางครับ”

“สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง” ตัวแทนเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบเหมืองแร่ทองคำ ในจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเหมืองเกิดขึ้น ให้ข้อมูลว่า ผลกระทบจากเหมืองแร่ ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ และ ชุมชน โดยเฉพาะจากผลการสุ่มตรวจสอบตรวจสอบสุขภาพชาวบ้านที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องมาช่วยสุ่มตรวจ ประมาณ 30 คน ตามคำสั่งศาลปกครองพิษณุโลก เมื่อปี 2554 ที่เป็นผลสืบเนื่องจากคดีการฟ้องร้อง ก็พบว่า เกือบทุกคนมีสารโลหะหนักในร่างกาย

“.. ปัจจุบัน พอมีเหมืองน้ำที่เคยใช้ก็ไม่ได้แล้วคัน ใช้ประกอบอาหารก็ไม่ได้แล้ว และหากเปิดจากก๊อกและเก็บทิ้งไว้ ก็ทำให้น้ำเปลี่ยนสี ต้นไม้ พวกพืชผักสวนครัวใบหงิก เราเริ่มสังเกตว่า มีสารพิษเจอปน ต่อมาได้ฟ้องศาลปกครองฯ จึงมีคำสั่งศาลให้ตรวจ นำข้าวไปตรวจก็มีโลหะหนักในข้าว ในพืชผักสวนครัวปนเปื้อนแล้ว

ทาง ม.ขอนแก่น มาช่วยตรวจเรื่องดิน พบว่ามีการสะสมโลหะหนักในชั้นผิวดินแล้ว ส่วนน้ำผิวดินที่เป็นบ่อน้ำตื้นมีบางจุดพบโลหะหนักปนเปื้อน จนถึงขั้นประกาศว่าห้ามใช้น้ำตรงนั้นก็มีแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนมันไม่เคยเกิดแบบนี้ ซึ่งเหมืองแร่เกิดขึ้นในพื้นที่ เมื่อปี 2544 แต่พอเปิดเหมืองได้ 2 ปี น้ำเริ่มมีกลิ่น มีตะกอน แต่ตอนชาวบ้านเจ็บป่วย และมีอาการรุนแรง เห็นชัด คือ ปี 2550 มีอาการคัน พุพอง เป็นหนอง พอไปหาหมอ ให้ยามา ก็เป็นหาย เป็นหายแบบนี้ตลอด..”

สุดสัปดาห์นี้ ตัวแทนสถานบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ทหารในจังหวัดพิจิตร เตรียมเข้าช่วยเหลือผู้ป่วย ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไปรับการรักษา รวมทั้ง เจาะเลือดชาวบ้าน ประมาณ 150 คน ตำบลท้ายดง อ.วังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เอกชนได้สัมปทาน ทำเฟส ติดกับจังหวัดพิจิตร เพื่อตรวจสอบหาโลหะหนักในร่างกาย 5 ชนิด ได้แก่ สารหนู ปรอท ตะกั่ว แมงกานิส และไซยานาย ซึ่งสารชนิดหลัง เป็นสารที่บริษัทนำเข้ามาใช้ในกระบวนทำเหมืองแร่ทองคำ

ส่วนการเก็บตัวอย่างพืชผัก / น้ำ / และดิน เมื่อปลายเดือนที่แล้ว จะทราบผลการตวจสอบว่ามีโลหะหนักหรือไม่ ในช่วงกลางเดือนนี้

******
ก่อนหน้านี้ ตัวแทนบริษัทที่ได้สัมปทานทำเหมืองแร่ ยืนยันว่า การทำเหมืองแร่ในหลายปีที่ผ่านมา ได้รับมาตรฐาน และมีความปลอดภัย ไม่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ อ้างถึงผลรายงานการตรวจสอบสภาพน้ำ และสภาพแวดล้อม ว่า ไม่มีสาระโลหะหนักตกค้าง

ทั่วไป

แถลงการณ์! คณะ กก.สิทธิฯ ขอประณามการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้..

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรื่อง ขอประณามการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยใช้วิธีการที่ป่าเถื่อน  โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์

                                ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เคยแสดงความห่วงใยและความกังวลต่อการใช้ความรุนแรง             ทุกรูปแบบ โดยได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและติดตาม  รวมถึงการออกแถลงการณ์เพื่อประณามการใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด   จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม2557  ได้เกิดเหตุความรุนแรงระเบิดในพื้นที่อำเภอเบตง  จังหวัดยะลา  เป็นเหตุให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต จำนวน 3 ราย  ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมากกว่า 40 ราย  และทรัพย์สินเสียหาย ดังปรากฏเป็นข่าวแล้ว นั้น

ทั้งๆที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองที่มีความสงบที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ประชาชนอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเอื้ออาทร และมีความเข้าใจ ซึ่งกันและกันทุกเชื้อชาติทุกศาสนา ใช้ชีวิตอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันโดยไม่แบ่งแยก  อีกทั้งเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม  จนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นเมืองที่นำมาซึ่งความร่มเย็น และมีความสงบเรียบร้อยอย่างต่อเนื่องยาวนาน

จากเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอแสดงความเศร้าสลดเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของบุคคลดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  นอกจากเสียชีวิต  ร่างกายได้รับบาดเจ็บ  และสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมากแล้ว  ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและความเป็นอยู่ของผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว และขอประณามการใช้ความรุนแรงที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยใช้วิธีการที่ป่าเถื่อน โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม ทั้งผิดกฎหมาย ขัดต่อหลักศาสนาทุกศาสนา ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง  และขัดต่อหลักมนุษยธรรมเช่นนี้ โดยไม่คำนึงถึงการกระทำต่อกลุ่มเป้าหมายที่บริสุทธิ์  เป็นการกระทำที่ไม่รู้สำนึกถึงความรุนแรงจากผลแห่งการกระทำ  ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ  

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้ความพยายาม          ในการดำเนินมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน  การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข ด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสของผู้กระทำความผิด และการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ให้กลับคืนมา

พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบเพื่อดูแลเยียวยา รักษาพยาบาล  โดยเฉพาะการฟื้นฟูจิตใจในทุกมิติตามมาตรการต่างๆอย่างเต็มกำลังความสามารถ อีกทั้งเร่งเยียวยาความเสียหาย ฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์   รวมถึงต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายโดยสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้สาสมกับการกระทำผิดต่อกฎหมายและละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงโดยเร็ว
                               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ขอเป็นกำลังใจและให้กำลังใจแก่ทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และการดำรงชีพในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุร้ายจากผู้ก่อความไม่สงบ และเป็นหูเป็นตาให้กันและกัน ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินมาตรการรักษาความสงบ และความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนาใดทั้งสิ้น เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

26 กรกฎาคม 2557            

ทั่วไป

คาถาคุ้มกันภัย (ปะโตเมตัง)

 คาถาคุ้มกันภัย (ปะโตเมตัง) หรือคาถาพระยายม คาถาคุ้มกันภัย

คาถานี้ เป็นคาถาที่ยมบาลบอกกับครูบุญชู ศรีผ่อง เมื่อครั้งที่ตายแล้วฟื้น ยมบาลบอกครูบุญชูว่า “…….ข้าจะให้คาถาเอ็งไว้ป้องกันตัวบทหนึ่ง เอ็งพยายามท่องอยู่เสมอ อันตรายและความลำบากจะลดน้อยลงไป คาถานี้ ให้เอ็งยอกให้ทั่วๆไปเถิด เอาบุญ เพราะต่อๆไป ในเมืองมนุษย์จะยุ่งกันใหญ่ เอ็งคอยจำนะ ข้าจะบอกให้ ก่อนท่องตั้งนะโมเสียก่อนนะ แล้วท่อง จะลงจากบ้านหรือจะนอน ท่องอยู่เสมอๆ จะคุ้มภัยเอ็งได้

(ก่อนสวดคาถานี้ ตั้งนะโม 3 จบ)

ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ
จิตตะเมตะ นิพพานัง สุขะโต จุติ

ได้พบคาถานี้ในพุทธทำนาย บอกว่าเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์จริง ซึ่งได้ระบุไว้ว่า “นี่คือคาถาขององค์อินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนลงในใบลาน จงรักษาเก็บไว้ให้ดี เพื่อช่วยให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ในยามเกิดเหตุการณ์มหันตภัยฯ “พระคาถานี้ จะเขียนลงในใบลานแผ่นทอง หรือแผ่นผ้าก็ดี ให้ติดไว้บนประตูห้องเรียน ติดรถราพาหนะ หรือพันหัวไว้ยามเกิดเหตุการณ์ จะช่วยให้รอดพ้นอันตราย ในกาละเวลานี้ เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้ที่คุ้มครองรักษาเหล่ามนุษย์โลก ได้ไปกราบทูลต่อพระอินทร์ว่า มนุษย์ใลกทำกุศลผลบุญ (ความดี)  เพียง 3 ส่วน และทำบาป (ความชั่วร้าย) ถึง 10 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้พระอินทร์จะได้ลงโทษมนุษย์โลก ถึง 9 ข้อ นับจาก………(พุทธทำนาย)

ที่มา  :  บ้านสวนพีระมิด

หน้าแรก