แนวหน้า ฉบับวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากข้อมูล การเฝ้าระวังฝุ่นละอองหมอกควันใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ และน่าน โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในวันที่ 13 มีนาคม 2557 จังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร มี 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตรวจวัดได้ 142 ไมโครกรัม พะเยา ตรวจวัดได้ 132 ไมโครกรัม เชียงใหม่ตรวจวัดได้ 128 ไมโครกรัม น่านตรวจวัดได้ 126 ไมโครกรัม และจังหวัดแพร่ ตรวจวัดได้ 123 ไมโครกรัม

จากการเฝ้าระวังผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ จากโรงพยาบาลจำนวน 73 แห่ง 8 จังหวัดที่กล่าวมา ตั้งแต่วันที่ 2-8 มีนาคม 2557 พบว่าจำนวนผู้ป่วยไม่ได้เพิ่มขึ้นผิดปกติ จากการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสำคัญที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการกำเริบได้ง่ายจากการสูดดมหมอกควัน ในอากาศ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคตาอักเสบและผิวหนัง พบรวม 51,179 ราย จำนวน การป่วยดังกล่าวพบได้ตามปกติอยู่แล้ว โดยพบผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เข้าตรวจรักษา 26,492 ราย กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด 21,309 ราย กลุ่มโรคตาอักเสบ 1,633 ราย กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 1,745 ราย

อย่างไรก็ตาม หมอกควันหรือ ฝุ่นละอองในอากาศ หากมีจำนวนมากจะมีผลต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น เกิดอาการระคายเคืองตา แสบตา แสบจมูก น้ำมูก น้ำตาไหล ตาแดง ไอ คอแห้ง เจ็บคอ คออักเสบ หายใจลำบาก อึดอัด แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคหัวใจ จะกระตุ้นให้มีอาการรุนแรงมากขึ้นและ ง่ายกว่ากลุ่มอื่น ดังนั้นประชาชนควร หลีกเลี่ยงไปในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม กระทรวงสาธารณสุขให้โรงพยาบาล ทุกระดับ ติดตามสถานการณ์หมอกควัน และคุณภาพอากาศ ค่าฝุ่นละออง และประเมินผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จัดเตรียมยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็นพร้อมให้บริการผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งให้ความรู้ คำแนะนำประชาชนผ่านสื่อต่างๆ