มติชน ฉบับวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557
เมื่อวันที่ 10 กันยายน นพ.พินิจ ฟ้าอำนวยผล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับกรณีที่ภาคประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบสุขภาพทั้งระบบเพื่อสร้างความเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะในมิติการเข้าถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคของผู้สูงอายุ เนื่องจากคาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2567 และเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในปี 2573 ดังนั้น ประเทศไทยควรมีความพร้อมด้านการส่งเสริมระบบสุขภาพมากกว่าที่เป็นอยู่
นพ.พินิจกล่าวว่า จากข้อมูลงานทบทวนสถานการณ์การเข้าถึงบริการ ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคของผู้สูงอายุในปี 2557 พบว่า ถึงแม้ว่า ประชาชนไทยเกือบร้อยละ 99 ได้รับการคุ้มครองภายใต้หลักประกัน สุขภาพระบบใดระบบหนึ่ง แต่จากการประเมินการรับบริการเฉพาะในส่วนบริการสุขภาพตามระบบหลักประกันสุขภาพที่ผู้สูงอายุควรได้รับ กลับพบว่า ได้รับบริการในสัดส่วนน้อยกว่าที่ควร
“กรณีที่เห็นได้ชัด เช่น ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 56.7 ได้รับบริการทันตกรรม ร้อยละ 8.7 (ในรอบ 1 ปี) ได้รับ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ร้อยละ 12.8 (อายุ 65 ปีขึ้นไป กรณีไม่มีโรคเรื้อรัง) ได้รับการตรวจไขมันในเลือด ไม่เกินร้อยละ 40 ผู้สูงอายุที่มีภาวะทุพพลภาพ (ร้อยละ 3.7) ได้รับการเยี่ยมบ้าน ร้อยละ 38.7 ทั้งนี้ พบว่าผู้สูงอายุในเขตเมือง เช่น กรุงเทพมหานคร ได้รับการเยี่ยมบ้านต่ำกว่าเขตต่างจังหวัด และผู้ดูแลที่มีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุที่ออกจากบ้านไม่ได้ มีเพียง ร้อยละ 25.3 ผู้สูงอายุที่ควรจะได้รับรถเข็นเพียงร้อยละ 7 และผู้สูงอายุที่มีฟันน้อยกว่า 20 ซี่ ได้รับฟันทดแทน ร้อยละ 29″ นพ.พินิจกล่าว และว่า นอกจากนี้พบว่าหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฯลฯ ยังไม่มีการบูรณาการระบบต่างๆ เข้าด้วยกันเท่าที่ควร