<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>คุณสมบัติ &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/คุณสมบัติ/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "คุณสมบัติ"</description>
	<pubDate>Fri, 10 Oct 2008 23:47:11 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[อดีต กมธ.ยกร่างฯ ชี้นักการเมืองค้านรัฐธรรมนูญปี 50 เหตุสกัดช่องทุจริต]]></title>
<link>http://thaihotnews.wordpress.com/?p=219</link>
<pubDate>Mon, 25 Aug 2008 15:11:05 +0000</pubDate>
<dc:creator>thailandvacation</dc:creator>
<guid>http://thaihotnews.th.wordpress.com/2008/08/25/%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%af-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81/</guid>
<description><![CDATA[นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 กล่าวว่า ขณะนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่เห็นด้วยที่จะล้มล้างและทำลายลงให้ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นประเทศจะเสียโอกาสดีที่สุดในการแก้ปัญหาซื้อเสียงขายเสียง ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายเกาะกินคนไทยมาเป็นเวลานาน<br />
"มาตรานี้เป็นกุศโลบายที่กำหนดหรือกำกับพฤติกรรมของนักการเมืองให้ไม่ซื้อเสียงโดยเด็ดขาด มีคุณสมบัติการเป็นพรรคการเมืองที่ดี มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ถูกดูถูกว่าเป็นเพียงนักเลือกตั้งซื้อเสียงเข้ามา หากพรรคไหนรักษามาตรฐานนี้ไม่ได้ กรรมการบริหารพรรคไปซื้อเสียงแล้วจับได้ พรรคการเมืองนั้นไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นแค่แก๊งค์โจรที่สถาบันการเมืองและพรรคการเมืองต้องช่วยกันขจัดออกไปเพื่อศักดิ์ศรีสถาบันการเมือง ถ้าทำความเข้าใจให้เป็นที่ปรากฏต่อประชาชนมั่นใจว่ามาตรานี้จะอยู่กับรัฐธรรมนูญต่อไปตราบนานเท่านาน ไม่ว่าใครจะมาร่างมาเขียนก็ตาม" นายจรัญ กล่าวในระหว่างเสวนาเรื่อง "1 ปีกับฤทธิ์เดชของรัฐธรรมนูญปี 50" ซึ่งจัดโดยชมรมสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)<br />
         ด้าน นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาว่ามีความพยายามของ ส.ส.ที่จะไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะมีการบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามละเมิดอำนาจศาลอยู่ ซึ่งส่วนนี้รัฐธรรมนูญปี 40 ไม่มี จึงได้นำมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้นคนที่ออกมาคัดค้านสะท้อนให้เห็นว่ามีความต้องการจะให้มีการละเมิดอำนาจศาลใช่หรือไม่<br />
         นายสมคิด กล่าวว่า ตนเองไม่คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะอยู่รอดมาได้ครบ 1 ปีเพราะที่ผ่านมามีการป้ายสีรัฐธรรมนูญมาตลอด โดยพยายามนำไปเปรียบเทียบว่ารัฐธรรมนูญปี 40 ดีกว่า ทั้งที่ความจริง ส.ส.ร.ชุดที่ร่างรัฐธรรมนูญ 40 ไม่มีใครที่มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน แม้มาจาก ส.ส.ร.จังหวัด แต่ก็ให้วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งขณะนั้นคัดสรรเหลือ 99 คน<br />
         "ยังเดาไม่ออกว่าหากใช้รัฐธรรมนูญปี 40 กับรัฐบาลชุดนี้บ้านเมืองจะไปอย่างไร อย่างไรก็ตามหากเขียนรัฐธรรมนูญตรงกับเจตนารมณ์ของนักการเมืองเขาอาจมองว่าดีก็ได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ได้สร้างสมดุลของอำนาจ 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการพอสมควร น่าจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน" นายสมคิด กล่าว<br />
         ขณะที่ นายศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และอดีต กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาเป็นไปโดยเจตนาสุจริตเพราะต้องการให้มีการตรวจสอบแต่คนที่จะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือคนที่เสียผลประโยชน์และคิดว่าเป็นยาแรงเลยต้องมาแก้ไข</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เชิญร่วมกันเสนอ คุณสมบัติ ที่ควรจะเป็น ของ กรรมการสิทธิ มนุษยชน]]></title>
<link>http://nhrcthai.wordpress.com/?p=27</link>
<pubDate>Mon, 07 Apr 2008 05:15:18 +0000</pubDate>
<dc:creator>AHRC Thailand</dc:creator>
<guid>http://nhrcthai.th.wordpress.com/2008/04/07/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1/</guid>
<description><![CDATA[ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะมาร่วมกันเ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะมาร่วมกันเสนอ คุณสมบัติของ กรรมการสิทธิมนุษยชน ที่ควรจะเป็น และเสนอบุคคล ที่ควรได้รับการเสนอ ให้เป็น กรรมการสิทธิฯ ชุดต่อไป</p>
<p>ที่ผ่านมามีการนำเสนอไว้ โดย ผู้สนใจ สิทธิ ประชาชน และ คนใจดี (ดูที่ คอมเม้นท์ล่าสุด ด้านขวามือ) และในตอนนี้ ขอเสนอความเห็นเพิ่มเติม เกี่ยวกับ คุณสมบัติของกรรมการสิทธิฯ โดยอย่างน้อยที่สุด กรรมการสิทธิฯ จะต้อง<br />
1. ไม่อาจเป็นกลางได้ เนื่องจาก หากเป็นกลาง ก็จะไม่สามารถทำงาน เพื่อคุ้มครองประชาชน จากการถูกละเมิด สิทธิมนุษยชน  ได้อย่างแท้จริง<br />
2. ไม่มีส่วน เกี่ยวข้อง กับองค์กรใด ไม่ว่าในทางตรง หรือทางอ้อม<br />
3. ไม่ควรจะมีบุคคลิกที่ ประนีประนอมจนเกินไป เนื่องจาก ในการทำงานของ กรรมการสิทธิฯ  ที่จะมีหน้าที่ ตรวจสอบความ ชอบ ไม่ชอบ ของกรณีต่างๆ ซึ่งในการตรวจสอบ ต้องใช้ึความชัดเจน ในการตรวจสอบ พอสมควร แม้การประนีประนอม จะดูเป็นเรื่องที่ดี  แต่ในบางกรณี กลับจะทำให้ปัญหายืดเยื้อ และไม่ได้รับการแก้ไข อย่างแท้จริง ซึ่งนำไปสู่การ ขาดอายุความ ในทางกฎหมาย หากต้องดำเนินคดี<br />
4. ต้องมีวัยวุฒิ และคุณวุฒิ ที่มากพอสมควร เพราะงานกรรมการสิทธิฯ จะต้องรับผิดชอบ ปัญหาของคน จำนวนมาก  และเป็นปัญหา ที่เกี่ยวกับสิทธิ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ที่ต้องมีความ รอบคอบ รอบร ู้มากพอ ในการทำงาน</p>
<p>เชิญร่วมกัน ให้ความเห็นเพิ่มเติม เพื่อจะได้นำเสนอ ต่อหน่วยงาน และสาธารณะต่างๆ ในการติดตาม กระบวนการแก้ไข กฎหมายกรรมการสิทธิฯ และ การสรรหากรรมการสิทธิฯ ชุดต่อไป และเพื่อเราจะได้พอมองเห็นว่า ใครควรจะมาเป็น กรรมการสิทธิฯ ชุดต่อไป</p>
<p>แล้วพบกันในตอนต่อไป ที่ว่าด้วย บุคคลที่ควรได้รับ การเสนอเป็น กรรมการสิทธิมนุษยชน</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[“กรรมการสิทธิฯ แห่งชาติ” เป็นได้ อย่างไร]]></title>
<link>http://nhrcthai.wordpress.com/?p=22</link>
<pubDate>Mon, 24 Mar 2008 12:05:11 +0000</pubDate>
<dc:creator>AHRC Thailand</dc:creator>
<guid>http://nhrcthai.th.wordpress.com/2008/03/24/%e2%80%9c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</guid>
<description><![CDATA[คุณสมบัติ
ผู้มีสิทธิได้รับการสรรหา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><b>คุณสมบัติ</b><br />
ผู้มีสิทธิได้รับการสรรหาให้เป็น <b>“คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชน แห่งชาติ”</b> ตาม พระราชบัญญัติ  คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชน แห่งชาติ พ.ศ.2542 กำหนดไว้ใน มาตรา 6 ว่า บุคคลที่มี คุณสมบัติ และ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ จึงจะสามารถ เป็นกรรมการสิทธิฯ ได้<br />
(1) มีสัญชาติไทย โดยการเกิด<br />
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี บริบูรณ์<br />
(3)ไม่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร  สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิก<br />
สภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น<br />
(4) ไม่เป็น ผู้ดำรงตำแหน่ง ของพรรคการเมือง<br />
(5) ไม่เป็น บุคคลวิกลจริต หรือ จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ<br />
(6) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ<br />
(7) ไม่เป็น บุคคลล้มละลาย<br />
(8) ไม่เป็น บุคคลที่ต้องคำพิพากษา ให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่ โดยหมายของศาล<br />
(9) ไม่เป็น บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษา ให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษ มายังไม่ถึง ห้าปี ในวันได้รับการเสนอชื่อ เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทำโดยประมาท<br />
(10) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือจากหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือเพราะประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการ ทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ<br />
(11) ไม่เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวย ผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ<br />
(12) ไม่เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา  กรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสมาชิกสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ<br />
(13) ไม่เคย ถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอน ออกจากตำแหน่ง</p>
<p>นอกจากนี้ ในมาตรา 7 ยังกำหนดอีกว่า ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ต้อง<br />
(1) ไม่เป็นข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ<br />
(2) ไม่เป็นพนักงาน หรือลูกจ้าง ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือของราชการ ส่วนท้องถิ่น หรือไม่เป็นกรรมการ หรือที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจ หรือของหน่วยงานของรัฐ<br />
(3) ไม่ดำรงตำแหน่งใด ในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด<br />
เมื่อวุฒิสภาเลือกบุคคล ตาม (1) (2) หรือ (3) โดยได้รับความยินยอม ของผู้นั้น ผู้ได้รับเลือก จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ ต่อเมื่อได้ลาออก จากการเป็นบุคคลตาม (1) (2) หรือ (3) แล้ว ซึ่งต้อง กระทำ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับเลือก แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออก ภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า ผู้นั้นไม่เคยได้รับเลือก ให้เป็นกรรมการ และให้ดำเนินการสรรหา และเลือกกรรมการใหม่แทน</p>
<p><b>วิธีการเข้าเป็นกรรมการสิทธิ</b><br />
ตามมาตรา 8 แห่ง พรบ.คณะกรรมการสิทธิฯ กำหนดเกี่ยวกับ การสรรหา และการเลือกกรรมการ  ไว้ ดังต่อไปนี้<br />
(1) ให้มี คณะกรรมการสรรหากรรมการ ประกอบด้วย<br />
-    ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน<br />
-    ศาลปกครองสูงสุด<br />
-    อัยการสูงสุด<br />
-    นายกสภาทนายความ<br />
-    อธิการบดี หรือผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่เป็นนิติบุคคลแห่งละหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเอง ให้เหลือห้าคน<br />
-    ผู้แทนองค์การเอกชน ด้านสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 24 แห่งละหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเอง ให้เหลือสิบคน<br />
-    ผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรค ที่มีสมาชิก เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคละหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเอง ให้เหลือห้าคน<br />
-    ผู้แทนสื่อมวลชน ในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเลือกกันเอง กิจการละหนึ่งคน รวมเป็นสามคน<br />
-    และเลขาธิการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ เป็นเลขานุการ<br />
และให้คณะกรรมการสรรหา มีหน้าที่สรรหา และจัดทำบัญชีรายชื่อ บุคคลที่เหมาะสม จะเป็น กรรมการ ตามมาตรา 5 จำนวน ยี่สิบสองคน โดยต้องคำนึงถึง การมีส่วนร่วมของ ทั้งหญิงและชาย เสนอต่อประธานวุฒิสภา โดยต้องเสนอ พร้อมความยินยอม ของผู้ได้รับการ เสนอชื่อนั้น รวมทั้งเอกสาร หรือหลักฐาน ที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นผู้ที่เหมาะสม  กับการเป็นกรรมการ และมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 6 ทั้งนี้ ภายใน หกสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุ ทำให้ต้องมีการเลือกบุคคล ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว มติในการเสนอชื่อ ต้องมี คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สามในสี่ ของจำนวน กรรมการสรรหาทั้งหมด เท่าที่มีอยู่<br />
(2) ให้ประธานวุฒิสภา เรียกประชุมวุฒิสภา เพื่อมีมติเลือก ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ตาม (1) ซึ่งต้องกระทำ โดยวิธีลงคะแนนลับ ในการนี้ ให้ผู้ซึ่ง ได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนน มากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ตามลำดับ เป็นผู้ได้รับเลือก เป็นกรรมการ แต่ถ้าไม่มี ผู้ได้รับเลือก เป็นกรรมการ หรือมีผู้ได้รับเลือก เป็นกรรมการ ไม่ครบ สิบเอ็ดคน ให้นำรายชื่อ ผู้ไม่ได้รับเลือก ในคราวแรกนั้น มาให้สมาชิกวุฒิสภา ออกเสียง ลงคะแนน อีกครั้งหนึ่ง และในกรณีนี้ ให้ถือว่า ผู้ได้รับคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกทั้งหมด เท่าที่ มีอยู่ของวุฒิสภา เป็นผู้ได้รับเลือก เป็นกรรมการ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเสียง เท่ากัน อันเป็นเหตุ ให้มี ผู้ได้รับเลือก เกินสิบเอ็ดคน ให้ประธานวุฒิสภา จับสลากว่า ผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก ในกรณีที่ไม่มี ผู้ใดได้รับเลือก เป็นกรรมการ หรือได้รับเลือก เป็นกรรมการ ไม่ครบสิบเอ็ดคน ให้คณะกรรมการ สรรหา ดำเนินการสรรหา และจัดทำบัญชี รายชื่อบุคคล ตาม (1) เพื่อเสนอวุฒิสภา ลงมติ เลือกใหม่<br />
ให้ผู้ได้รับเลือก ตาม (2) ประชุม และเลือกกันเอง ให้คนหนึ่งเป็น ประธานกรรมการ แล้วแจ้งผล ให้ประธานวุฒิสภาทราบ และให้ประธานวุฒิสภา นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป</p>
<p>ซึ่งคุณสมบัติ และวิธีการสรรหา ที่นำมาเสนอนี้ เป็นไปตามกฎหมายเดิม ก่อนมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ดังนั้น คุณสมบัติและวิธีการสรรหา ที่จะนำมาใช้กับ “คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน แห่งชาติ” ชุดใหม่ จึงอาจจะมี การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้อง กับ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักร ไทย พ.ศ.2550</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม โดยเนื้อหาสาระสำคัญ ในเรื่องของคุณวุฒิ คุณสมบัติ ก็ไม่ถึงกับ แตกต่าง มากนัก  ยกเว้นในบางข้อ ที่อาจจะต้องถกเถียงกัน ต่อไป ดังนั้น จึงขอเสนอกรอบ ตามกฎหมายเก่า ไปพลางก่อน เพื่อให้ได้ช่วยกันคิดว่า “ใคร? ควรจะได้รับ การสรรหา” ให้เป็น คณะกรรมการสิทธิฯ ชุดต่อไป</p>
<p>แล้วแท้ที่จริง คุณสมบัติ ที่นำเสนอมาข้างต้น เพียงพอหรือไม่ ที่จะมาเป็น กรรมการสิทธิ “คุณสมบัติ” แบบไหน ที่ควรได้รับความไว้วางใจ ให้มาเป็น “กรรมการสิทธิ” ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ ปกป้อง และตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้แก่ ประชาชน ในประเทศไทย</p>
<p>หมายเหตุ : ดูร่าง พรบ.คณะกรรมการสิทธิฯ ฉบับแก้ไข ได้ที่ <a href="http://nhrcthai.files.wordpress.com/2008/03/drafting-new-nhrc-act-compare-last-act.doc">ตารางเปรียบเทียบ ร่าง พรบ. คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน แห่งชาติ</a></p>
<p>บทความนี้ ได้จัดเขียนโดยมีเชิงอรรถ แต่ไม่สามารถ นำเสนอ ในบล็อคได้ หากต้องการอ่าน  ในรูปแบบ ที่มีเชิงอรรถ โปรดเข้าดูที่ <a href="http://nhrcthai.wordpress.com/files/2008/03/who-can-be-nhrc.doc" title="คุณสมบัติและวิธีการสรรหา">คุณสมบัติและวิธีการสรรหา</a></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทำความรู้จักกับ สมุนไพรกำจัดปลวก ตอน ตะไคร้หอม]]></title>
<link>http://www.jcc2u.com/?p=20</link>
<pubDate>Wed, 13 Dec 2006 09:13:04 +0000</pubDate>
<dc:creator>killeroop</dc:creator>
<guid>http://jccpest.th.wordpress.com/2006/12/13/termite-herb-citronellal/</guid>
<description><![CDATA[สมุนไพรกำจัดปลวก กำลังเป็นที่นิยมส]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img align="left" src="http://www.jcc2u.com/jcc2006/images/herb03.jpg" alt="ตะไคร้ห��ม-สมุนไพรกำจัดปลวก" />สมุนไพรกำจัดปลวก</strong> กำลังเป็นที่นิยมสูงสุดในยุคปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพที่ไม่แพ้สารเคมี และ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมไปถึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและสารตกค้างต่าง ๆ วันนี้ JCC2U ขอนำท่านไปดูกันว่าสมุนไพรที่ใช้ในการสกัดเพื่อเป็น "สมุนไพรกำจัดปลวก" นั้นมีอะไรกันบ้างและมีคุณสมบัติอย่างไรในการป้องกันและกำจัดปลวก</p>
<p>บทความชุดนี้ได้ทำการคัดย่อมาจาก เอกสารแสดงประสิทธิภาพ และ ข้อมูลเฉพาะทางพิษวิทยาของ สารสำคัญในผลิตภัณฑ์สมุนไพรกำจัดปลวก Terminate Terminus Termina Oil โดยท่านสามารถเข้าดูเนื้อหาแบบเต็มได้<strong><a target="_blank" href="http://www.jcc2u.com/jcc2006/herbsystem.asp">ที่นี่</a></strong>ครับ สำหรับสาระน่ารู้นี้จะกล่าวถึงตะไคร้หอม ที่หลาย ๆ ท่านรู้จักกันนี่แหละครับ</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>ตะไคร้หอม (Citronellal)<br />
</strong><strong>สารสำคัญ ชนิด Citronellal จากใบและต้นของตะไคร้หอม</strong></p>
<p><strong>1. ข้อมูลวัตถุอันตราย</strong><br />
1.1 ข้อมูลทั่วไป เป็นสารสำคัยที่สกัดได้จากใบและลำต้นของตระไคร้หอม และมีสูตร Formular structure เป็น C10H18Oชื่อทางเคมี 3,7-Dimethyl-6-octenal มีน้ำ หนักโมเลกุล354.36<br />
1.2 คุณสมบัติทางเคมี และกายภาพ อยู่ในสถานะของเหลวใส ละลายในไขมัน เอทานอล และ ละลายได้บ้างเล็กน้อยในน้ำ โดยมีจุดเดือด 224.5C<br />
1.3 วิธีเคราะห์ ใช้เครื่องมือ HPLCF โดยมี Column nonpolar C-14,ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.5 mm ยาว 15 ซม. เป็น Stationary phase และมี เมทานอล และ อะซิโตไนไตร เป็น mobile ที่ UV-456 nm<br />
1.4 ข้อมูลความเป็นพิษ ไม่พบความเป็นพิษในหนูทดลอง โดยให้ค่า LD50 (oral) มากกว่า 20,000 ppm.<br />
1.5 ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่คงทนในสภาพแวดล้อม สลายตัวได้ดี เมื่อถูกอากาศ และ สามารถทำปฏิกิริยากับออกซิเจน กลายเป็นไอ และละลายน้ำได้<br />
1.6 ประโยชน์ อัตราการใช้ และลักษณะที่แนะนำให้ใช้ ใช้ในการพ่น และทำเป็นเหยื่อไล่แมลง เมื่อใช้ในปริมาณความเข้มข้นสูงกว่า 15% w/w แต่เมื่อใช้ในปริมาณเบาบางประมาณ 1/100 เท่า จะเป็นสารดึงดูดแมลงจำพวกที่อยู่เป็นสังคมให้มารวมกัน</p>
<p><strong>2. ข้อมูลของผลิตภัณฑ์</strong><br />
2.1 ข้อมูลทั่วไป สูตรส่วนประกอบ หน้าที่ลักษณะ เป็นผงอัดแน่นของเศษพืชในอัตาส่วน 1:1 กับเศษไม้เนื้ออ่อน ซึ่งอัดจากเครื่องอัด<br />
2.2 คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ มีส่วนประกอบของสาร citronellal 0.12% w/w ทนความชื้นที่น้อยกว่า 60%RH แต่ละลายได้ดีในน้ำ<br />
2.3 กรรมวิธีการผลิต ผลิตจากเครื่องอัดแท่ง ความดันสูง ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสาร citronellal 0.12 % w/w<br />
2.4 ผลการทดสอบประสิทธิภาพ เป็นเหยื่อล่อ แมลง และสารดึงดูดแมลงจำพวกที่อยู่เป็นสังคมให้ มารวมกัน</p>
<p><strong>3. ค่าความเป็นพิษ :</strong> ค่า LD50 (Oral rat) มีค่าความเป็นพิษเฉียบพลัน จากการให้กิน สูงกว่า 29,000 ppm</p>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
